Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นโยบายการจัดสอบ O-NET และระบบการประเมินการเรียนการสอน

Advertisement


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย รศ.ดร.สัมพันธ์
พันธุ์พฤกษ์
ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
(องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบ O-NET
(Ordinary National Education Test) ปีการศึกษา
2559 ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สนามสอบโรงเรียนราชวินิต
เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560
โดยมีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.),
ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
และมัธยมศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษา, คณาจารย์
และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบ

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

Advertisement


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมสนามสอบในครั้งนี้
ได้รับทราบความก้าวหน้าการพัฒนาระบบการประเมิน
ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก
โดยการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559 นี้เป็นครั้งแรกที่มีข้อสอบอัตนัยจำนวน
2 ข้อ ในวิชาภาษาไทยของชั้น ป.6 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคะแนนทั้งหมด
เพื่อวัดความสามารถทางการเขียนและการคิดวิเคราะห์ของเด็ก

เนื่องจากการสอบแบบอัตนัยเป็นวิธีการที่สามารถวัดผลด้านการคิดวิเคราะห์ของเด็กได้
หากเราจะสอนให้เด็กคิดเป็นแต่ยังออกข้อสอบแบบปรนัย
ก็จะทดสอบไม่ได้ว่าเด็กคิดเป็นหรือไม่
อีกทั้งผลการสอบแบบอัตนัยจะทำให้รู้ว่าเด็กไทยมีความสามารถในการเขียน
การจับใจความ และการคิดวิเคราะห์หรือไม่
ซึ่งสถานศึกษาสามารถนำผลการสอบนี้มาวิเคราะห์ ปรับปรุง
และพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้นได้
โดยถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาระบบการประเมินของประเทศ
และ
สทศ. และ สพฐ.
ก็ได้ร่วมกันเตรียมการอย่างละเอียด อาทิ การพัฒนาและฝึกครูกว่า 2,000 คน
ในการตรวจข้อสอบอัตนัย


สำหรับการขยายผลให้มีข้อสอบอัตนัยในวิชาอื่นของการสอบ O-NET

เห็นว่าทุกฝ่ายต้องมีความพร้อมก่อน กล่าวคือ ต้องมีมาตรฐาน
มีกระบวนการประกันคุณภาพ และการตรวจข้อสอบต้องมีคุณภาพระดับสากล
เราต้องมั่นใจว่าเรามีกระบวนการที่ดี เพราะการเตรียมการต่าง ๆ
ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก


เพราะการขยับแต่ละครั้งต้องเข้าใจว่าเรามีทรัพยากรเพียงใด
หากเราทำใหญ่ไปจะทำได้เพียงรูปแบบ
แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องมีการพัฒนาและมีเป้าหมายชัดเจน
ไม่เช่นนั้นอาจจะล้มเหลวกันทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม


ขณะนี้มีแนวทางเพิ่มสัดส่วนข้อสอบอัตนัยเป็นร้อยละ 30
ในวิชาภาษาไทยของชั้น ป.6


เป็นการกระตุ้นให้โรงเรียนออกข้อสอบอัตนัย
เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กคุ้นชินกับการสอบ O-NET เพราะข้อสอบอัตนัยมาติวกันเพียงไม่กี่วันก่อนสอบไม่ได้
และ
ครูก็ต้องปรับวิธีการสอนใหม่
ต้องสอนเด็กว่าจะเขียนอย่างไร คิดอย่างไร และสรุปความอย่างไร
เพราะวิธีการประเมินก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว

นอกจากนี้ การสอบ
O-NET ปี 2559 เป็นปีแรกที่ สทศ. จัดให้มีการทดสอบแบบ
e-Testing
หรือการทด
สอบแบบออนไลน์
โดยมีนักเรียนจำนวน 648 คน เข้าสอบ e-Testing ด้วยความสมัครใจ

ต่อจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะส่งเสริมและต่อยอดให้ สทศ. ร่วมกับ สพฐ.
จัดทำ e-Test Bank
หรือคลังข้อสอบแบบออนไลน์

เพื่อให้เด็กสามารถเข้าไปลองทำข้อสอบ และทดสอบระดับความสามารถของตนเองได้
เพราะเด็กควรมีโอกาสเข้าถึงความกว้างของการประเมิน อีกทั้ง
e-Test Bank จะทำให้เด็กไม่ต้องไปเรียนกวดวิชา
และในอนาคตอาจจะดำเนินการจัดทำ e-Test Bank
ในลักษณะแอพพลิเคชันเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วย


ในส่วนของการเปิดเผยลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบ (Test Specification)
 สทศ.ได้ทำการชี้แจงและประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์ของการสอบ
ขอบเขตของแบบทดสอบ โครงสร้างและรูปแบบของแบบทดสอบ
รวมทั้งขอบเขตเนื้อหาและเฉลยแบบทดสอบที่สอดคล้องกับสิ่งที่นักเรียนได้เรียนตามกลุ่มสาระและมาตรฐานการเรียนรู้
ตามตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในทุกช่องทาง
เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์
และนักเรียนทราบว่าข้อสอบมีลักษณะอย่างไรบ้าง

ย้ำว่า
กระทรวงศึกษาธิการคาดหวังให้ค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET
ของทุกระดับชั้นเพิ่มสูงขึ้น เพราะการที่เด็กได้คะแนนต่ำ
ไม่ได้เกิดจากกระบวนการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว
ระบบประเมินก็มีส่วนสำคัญ หากเราทำระบบประเมินให้ดี
จะทำให้รู้ว่าปัญหาจริง ๆ คืออะไร ไม่ใช่สอนให้เด็กเตรียมสอบอย่างเดียว
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพิ่งเริ่มเป็นปีแรก
สิ่งที่เราทำในกระบวนการศึกษากว่าจะออกดอกออกผลต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี
จึงมั่นใจว่าในอนาคต คะแนนเฉลี่ยต้องเพิ่มขึ้น
เพราะนี่คือการปฏิรูปของจริง จึงขอขอบคุณ สทศ. และ สพฐ.
ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้เตรียมการอย่างดี อาทิ
กระบวนการออกข้อสอบ การขนย้ายข้อสอบ การเก็บข้อสอบ
ทำให้การดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยดี



รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์
กล่าวว่า ปัจจุบัน สทศ. ไม่ได้ออกข้อสอบในสิ่งที่อยู่นอกเหนือหลักสูตร
แต่ออกข้อสอบตามตัวชี้วัดของ สพฐ. และได้แจ้งให้สถานศึกษาทราบล่วงหน้า
อีกทั้ง สทศ. ยินดีขยายผลการออกข้อสอบอัตนัยในข้อสอบ O-NET ทุกวิชา
โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลาย ๆ ด้าน เช่น งบประมาณ เวลาในการตรวจ
และผู้ตรวจข้อสอบ เป็นต้น

นอกจากนี้
สทศ.

มีกระบวนการทุกอย่างที่มีความรัดกุมในการวิพากษ์ข้อสอบและตรวจข้อสอบ
โดยเฉพาะข้อสอบอัตนัยซึ่งต้องมีความเที่ยงตรงและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สทศ. ไม่ได้มองเพียงการนำข้อสอบอัตนัยมาวัดผลเท่านั้น
แต่มองถึงประโยชน์ในการนำผลการสอบมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น
พัฒนาวิธีการเรียนการสอน พัฒนาการคิด

ซึ่งครูที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ตรวจข้อสอบอัตนัยจะเป็นกำลังสำคัญในการต่อยอด

และจัดการเรียนการสอนที่เน้นวิธีคิด
รวมทั้งส่งเสริมการออกข้อสอบอัตนัยในโรงเรียนต่อไป



“การสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559


ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีกำหนดจัดสอบในวันที่ 4 กุมภาพันธ์
2560 มีศูนย์สอบ 186 ศูนย์, สนามสอบ 4,182 สนาม, ห้องสอบ 29,582 ห้อง
และมีผู้มีสิทธิ์สอบ 807,087 คน ประกาศผลสอบวันที่ 25 มีนาคม 2560


สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดสอบระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2560
มีศูนย์สอบ 227 ศูนย์, สนามสอบ 4,329 สนาม, ห้องสอบ 25,108 ห้อง
และมีผู้มีสิทธิ์สอบ 688,979 คน ประกาศผลสอบวันที่ 26 มีนาคม 2560 โดย
สทศ.ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสายตาจำนวน
325 คน


ทั้งนี้ จะกำหนดจัดสอบ O-NET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อไป”


ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

You might also like