Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู

Advertisement

0

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษในหัวข้อ
“นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู” ในโอกาสงานวันครู ประจำปี
2559 จัดโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม
2559 ณ ห้องพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ชั้น 3 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย
โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ อำไพ สุจริตกุล ประธานเปิดงานวันครู 2559
พร้อมทั้งคณาจารย์ นิสิต ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

 

ศธ.เน้นจัดการศึกษาที่ทำให้เด็ก ครู ผู้ปกครองมีความสุข

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า
กระทรวงศึกษาธิการเน้นการจัดการศึกษาที่ทำให้เด็ก ครู
และผู้ปกครองมีความสุข
โดยได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการดำเนินงาน คือ ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู
ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจกับเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกันแต่ให้แข่งขันกับตัวเอง
รวมทั้งครูจัดให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกัน
ซึ่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นปรัชญาที่ยั่งยืน
พสกนิกรทุกคนสามารถนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติได้

ต้องการเห็นครูที่มีคุณลักษณะของครูที่ดี

“ครู” เป็นผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในทุกภาคส่วนของการศึกษา
ดังนิยามของคำว่าครูที่ว่า ครูคือผู้ที่ให้ความรู้ไม่จำกัดทุกที่ทุกเมื่อ
ครูต้องเต็มไปด้วยความรู้และรู้จักขวนขวายหาความรู้ใหม่ สะสมความดี
มีบารมีมาก และครูที่ดีจะต้องไม่ปิดบังความรู้
ควรมีจิตวิญญาณของความเป็นครู

กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการเห็นครูที่มีคุณลักษณะของครูที่ดี กล่าวคือ
ครูต้องอยู่กับเด็กและรักเด็ก เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกด้าน
อีกทั้งเป็นครูที่มีความรู้และเทคนิคการสอน
และต้องทันบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้
ครูต้องได้รับการดูแลในสวัสดิการทุกด้าน
และได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาความก้าวหน้าในอาชีพด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีปัญหาของครูที่สะท้อนมาจากสังคม ได้แก่
ครูบางส่วนรู้ไม่ลึกในวิชาที่สอน, ครูบางส่วนขาดเทคนิคการสอน,
คนเก่งไม่นิยมมาเป็นครู ครูไม่เตรียมการสอน
นอกเหนือจากเสียงสะท้อนจากสังคมแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนจากสภานักเรียน
ประจำปี 2559 เกี่ยวกับปัญหาของครูในปัจจุบัน คือ
ครูสอนตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแต่การสอบในระดับชาติออกข้อสอบเกินหลักสูตร,
ครูมีภาระมาก ไม่มีเวลาให้นักเรียนและมีเวลาสอนไม่เต็มที่, ครูไม่พอ,
ครูมุ่งสอนเพื่อสอบ NT และ O-NET โดยเสนอให้ครูควรเยี่ยมบ้านนักเรียน
เพื่อสร้างระบบการดูแลนักเรียนที่เข้มแข็ง
เนื่องจากเด็กเชื่อว่าครูจะมีส่วนช่วยในการลดความขัดแย้งในครอบครัวได้
สำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมาก
ครูต้องเลือกเยี่ยมบ้านนักเรียนจากการสังเกตพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงของนัก
เรียนแต่ละคน

แนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ของ ศธ.ที่เกี่ยวข้องกับครู

ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับครู อาทิ

– การคืนครูให้ห้องเรียน กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการคืนครูให้ห้องเรียน 2 โครงการ ดังนี้

1) โครงการคืนครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน
โดยการจ้างครูเกษียณที่สอนเก่งสอนดีในวิชาหลักๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ให้มาสอนวิชานั้นๆ ในพื้นที่ที่ขาดแคลน
เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการสอนให้กับครูรุ่นใหม่
โดยคาดว่าจะเริ่มจ้างได้ในปีการศึกษา 2559 จำนวน 1,097 คน และในปี 2560 อีก
10,000 คน

2) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (คุรุทายาท) เพื่อ
เตรียมผลิตครูให้ตรงกับสาขาและพื้นที่ที่มีความขาดแคลน
โดยจะรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.) ที่มีผลการเรียน 3.00 ขึ้นไป เพื่อเรียนหลักสูตรครูเป็นเวลา 5 ปี
พร้อมได้รับสิทธิ์ในการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูทดแทนอัตราเกษียณตาม
ภูมิลำเนา และสามารถกู้ยืมเงินได้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
(กยศ.) 100% โดยวางเป้าหมายไว้ 4,000 คนต่อปีการศึกษา
พร้อมทั้งให้ทุนสนับสนุนการเรียนต่อในระดับปริญญาโทในสถานศึกษาภายในประเทศ
100 ทุน และสถานศึกษาในต่างประเทศอีก 100 ทุน
ส่วนนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีและมีความต้องการที่จะเป็น
ครู ก็สามารถสมัครเข้าโครงการนี้ได้เช่นกัน
โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล
เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

– การลดภาระครู
ซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยการปรับลดภาระการประเมิน การตอบแบบสำรวจ
และการรายงานข้อมูล, การหลอมรวมโปรแกรมการรายงานข้อมูล
และปรับการประเมินวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รวมทั้งปรับลดภาระครูในการเข้าอบรม
โดยมีแนวทางกำหนดช่วงเวลาการอบรมให้จัดขึ้นเฉพาะช่วงปิดเทอม
หรือการอบรมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้งอบรมหลายๆ
หัวข้อพร้อมกันในการสัมมนาหนึ่งครั้ง
เพื่อไม่ให้การอบรมไปรบกวนเวลาสอนของครูในชั้นเรียน

ทั้งนี้
กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือครูในการลดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการสอนด้วย
เช่น การประกวดต่างๆ, การแข่งขันทางวิชาการ, การประชุมสัมมนา และการอบรม
ถึงแม้ว่าการได้รับรางวัลจะสามารถนำใช้ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะของครูได้
แต่เป็นการแย่งเวลาของครูไปจากนักเรียน
ซึ่งการได้รับรางวัลนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี
แต่ต้องร่วมมือกันทำให้ถูกต้องเหมาะสมและพอเหมาะพอควร

– การสร้างขวัญกำลังใจให้ครู กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะซ่อมแซมบ้านพักครู 40,000 หลัง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ครูทั่วประเทศ

– การโยกย้ายครูและการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการจะปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ
ในการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา
พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีหลักธรรมาภิบาล
เพราะผู้บริหารสถานศึกษาที่ดีจะทำให้ครูในสถานศึกษานั้นดีไปด้วย

แนวทางแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาตามนโยบายประชารัฐ

นอกจากนี้
กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาร่วมกับภาคเอกชน
ตามนโยบายประชารัฐ ซึ่งมีคณะทำงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งหมด 12 ชุด
โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมมือกับภาคเอกชน 2 ชุด คือ ชุดที่ 4
คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (Competitive Workforce) และชุดที่ 11
คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
เพื่อร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมและมีความโปร่งใส
(Transparency) ในการดำเนินการ

พร้อมจะปรับปรุงระบบบริหาร เน้นการสื่อสาร และทำงานเชิงบูรณาการ

อย่างไรก็ตาม
กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการแก้ไขปัญหาการบริหารงานภายในไปพร้อมกัน คือ
การแก้ปัญหาการสื่อสารแนวดิ่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปสู่ครู
โดยตรง ซึ่งยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร
พร้อมทั้งแก้ปัญหาการสื่อสารระหว่างหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
และจะผลักดันให้เกิดการบูรณาการภายในหน่วยงาน บูรณาการระหว่างหน่วยงาน
และบูรณาการข้ามกระทรวงมากขึ้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า จากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา
กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นทุกด้านภายในเดือน
กรกฎาคม 2560 โดยมีโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการและเห็นผลสัมฤทธิ์แล้ว 16
โครงการ, เริ่มดำเนินการแล้ว 35 โครงการ
และอยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดขึ้นอีก 12 โครงการ รวมทั้งสิ้น 63 โครงการ

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการได้ร่วมพิธีเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “ห้องพูนทรัพย์
นพวงศ์ ณ อยุธยา” ของคณะครุศาสตร์
พร้อมทั้งมอบโล่รางวัลแก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษา
จำนวน 23 คน รวมทั้งมอบเกียรติบัตรแก่ครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูจาก
อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
ซึ่งได้ช่วยเหลือนักเรียนหญิงที่มีอาการป่วยด้วยการแบกนักเรียนลงจากภูเขามา
ส่งโรงพยาบาล 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 15 มกราคม 2559

Advertisement