Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นโยบายหลักสูตรพลศึกษา

Advertisement

0

Advertisement

ศธ.-กก.ส่งเสริมและพัฒนาพลศึกษาและการท่องเที่ยวในสถานศึกษา

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก – พลเรือเอก ณรงค์
พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์
วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ร่วมประชุมหารือระหว่างผู้บริหารของทั้งสองกระทรวง เมื่อวันอังคารที่ 12
พฤษภาคม 2558 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนพลศึกษาและการท่องเที่ยว
ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

 

– การเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาพลศึกษา อย่างน้อย 2 ชม./สัปดาห์

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) ได้ปรับหลักสูตรการเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนวิชาพลศึกษา อย่างน้อย 2
ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้ว โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2558
อย่างไรก็ตามหลักสูตรดังกล่าวมีความอ่อนตัวมากขึ้น
แต่ละโรงเรียนสามารถออกแบบการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสมกับบริบท
ของโรงเรียน
ซึ่งจะไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจนว่าในแต่ละสัปดาห์จะต้องเรียนวิชาใดบ้างและ
เรียนเป็นระยะเวลาเท่าใด
ทำให้แต่ละโรงเรียนมีอิสระและสามารถปรับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนได้ตาม
ความเหมาะสมกับผู้เรียนและความพร้อมของโรงเรียน ยกตัวอย่างเช่น
หากโรงเรียนใดพบว่านักเรียนส่วนใหญ่อ่อนวิชาภาษาไทย
ก็สามารถที่จะเพิ่มเวลาเรียนวิชาภาษาไทยเป็น 3-4 ชั่วโมงได้เลย
เช่นเดียวกันกับวิชาอื่นๆ ที่หากมีความเก่งแล้ว
ก็สามารถลดเวลาเรียนวิชานั้นเพื่อไปสอนเสริมวิชาที่ยังอ่อนอยู่ได้
แต่ในส่วนของวิชาพลศึกษาก็ได้ให้แนวทางว่าควรจะต้องให้นักเรียนได้เรียน
อย่างน้อยเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

– การส่งเสริมการออกกำลังกายตอนเช้าหน้าเสาธง

สพฐ.ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า
จากการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบแผ่นซีดีชุดกายบริหารหน้าเสาธง
ไม่ว่าจะเป็นท่าราชนาวี แอโรบิก
หรือแม่ไม้มวยไทยให้แก่กระทรวงศึกษาธิการแล้วนั้น ขณะนี้
สพฐ.ได้จัดส่งไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
พร้อมทั้งเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของ สพฐ.แล้ว ซึ่ง
สพฐ.จะได้ติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ย้ำในที่ประชุมว่า การออกกำลังกายของเด็กๆ
นอกจากจะช่วยส่งเสริมเรื่องของสุขภาพและความแข็งแรงแล้ว
ยังช่วยลดปัญหาการติดเกมและการติดจอ (สมาร์ทโฟน) ด้วย

– การสอนมวยไทย กระบี่กระบอง

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอให้มีการฟื้นฟูกีฬามวยไทย
กระบี่กระบองในโรงเรียน เพื่อให้เด็กที่สนใจได้มีโอกาสในการฝึกหัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬามวยไทยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก
และยังเป็นการช่วยรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ
รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการส่งเสริมกีฬามวยไทยในโรงเรียน
เพราะถือเป็นศิลปะที่สำคัญของไทย
แต่จะต้องคำนึงถึงความพร้อมของแต่ละโรงเรียน ทั้งในเรื่องของครู
อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงสื่อในการเรียนการสอนด้วย
เชื่อว่าบางโรงเรียนที่มีครูที่สามารถสอนกระบี่กระบอง หรือมวยไทยได้
ก็จะสามารถประยุกต์ผสมผสานความรู้เหล่านี้ร่วมกันได้
แต่บางโรงเรียนที่ไม่มีครูด้านนี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ
อาจจะต้องช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ
เพื่อให้ความรู้แก่ครูที่จะนำไปใช้ในการสอนนักเรียนต่อไป
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังมีโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่
สามารถนำเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับกีฬามวยไทย
เผยแพร่ไปยังโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 30,000 โรงเรียนด้วย

– การพัฒนาครูพลศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า
กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายการพัฒนาครูทุกกลุ่มสาระวิชาในห้องเรียนและใน
โรงเรียน เพื่อไม่ให้ครูทิ้งนักเรียนไปอบรมในโรงแรมเป็นเวลานานๆ
ซึ่งการพัฒนาครูวิชาพลศึกษาก็เช่นกันที่จะต้องจัดอบรมพัฒนาที่ห้องเรียนหรือ
ในโรงเรียน
จึงของให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดส่งโค้ชเข้าไปอบรมในพื้นที่
โรงเรียนต่างๆ อาจอบรมในลักษณะกลุ่มโรงเรียนที่มีบริเวณใกล้เคียงกัน 5-10
โรงเรียน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีที่ทำให้ครูได้อยู่ในโรงเรียน
ไม่ทิ้งนักเรียนแล้ว ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พัก
และโค้ชเพียง 1 คน ก็สามารถอบรมครูได้หลายโรงเรียนในคราวเดียวกัน
หรืออาจจะมีครูที่สนใจมาเข้ารับการอบรมเพิ่มขึ้น
ทำให้สามารถสร้างครูพลศึกษาได้มากขึ้นด้วย
ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ยินดีที่จะมีการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนา
ครูพลศึกษาในลักษณะ On the Job Training นี้ต่อไป

– การปรับรูปแบบการประเมินผลนักเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬา เป็นกรณีพิเศษ

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
ได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการปรับการประเมินผลการเรียนวิชาพลศึกษาสำหรับนัก
เรียนกรณีพิเศษ เช่น นักเรียนที่มีความเป็นเลิศในกีฬาชนิดต่างๆ
หรือนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ แต่ติด E ในวิชาพลศึกษา
เพราะไม่มีความถนัดในบางชนิดกีฬาที่โรงเรียนสอน
รวมทั้งอาจไม่มีเวลามาเรียนวิชาพลศึกษาในโรงเรียน
เพราะจำเป็นต้องฝึกซ้อมหรือเดินทางไปแข่งขัน
จึงได้หารือถึงความเป็นไปได้ที่จะให้มีการประเมินผลการเรียนวิชาพลศึกษาจาก
ความเป็นเลิศของตัวนักกีฬารายนั้นๆ แทน
ตลอดจนขอให้มีการผ่อนผันเกี่ยวกับการเข้าทดสอบทางการศึกษาในระดับโรงเรียน
และระดับชาติ ซึ่ง สพฐ.จะนำเรื่องนี้ไปสื่อสารให้โรงเรียนต่างๆ
ได้เข้าใจในการประเมินผลดังกล่าวต่อไป
แต่ในส่วนของการทดสอบทางการศึกษาในระดับโรงเรียนและระดับชาติ เช่น O-Net
นั้น ก็มีช่องทางที่จะผ่อนผันให้นักเรียนกรณีเจ็บป่วยหรือกรณีอื่นๆ
อยู่แล้ว

– โครงการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
ขอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของนักเรียนในโรงเรียน
ต่างๆ ในลักษณะ “เจ้าบ้านน้อย”
เพื่อให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้มีความรู้ความสามารถในการเป็นมัคคุเทศก์
นำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตนเอง
ซึ่งนอกจากจะเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศแล้ว
จะช่วยสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่จะหวนกลับมาเที่ยวอีกด้วย
โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมจะให้การสนับสนุนในเรื่ององค์ความรู้
เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทยในรูปแบบของสื่อหนังสือ รูปภาพ
สื่อออนไลน์ รวมถึง e-Library ด้วย

ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ
ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของเด็กๆ ในแต่ละพื้นที่
ซึ่งในความเป็นจริงขณะนี้มีนักเรียนที่เป็นมัคคุเทศก์น้อยอยู่แล้ว
และพร้อมที่จะจัดส่งเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ
ดังกล่าวไปให้โรงเรียนต่อไป
และเสนอแนะว่าเนื้อหาในการจัดทำสื่อการท่องเที่ยวนั้น
ขอให้คำนึงถึงการท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศ
มีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน หากจัดทำเนื้อหาในลักษณะกลางๆ
อาจจะไม่เหมาะสมกับสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่
ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายินดีที่จะนำไปพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาตาม
ข้อเสนอแนะต่อไป

 

Advertisement