Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นโยบาย การตรวจราชการ ศธ.

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประชุมหารือร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง
12 เขตตรวจราชการ
และผู้บริหาร 5
องค์กรหลัก รวมทั้งหน่วยงานหลัก
คือ สช.-สำนักงาน กศน.-สำนักงาน ก.ค.ศ.-คุรุสภา
เมื่อวันศุกร์ที่ 26
กุมภาพันธ์ 2559 ณ
ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น
6
อาคารสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(กศน.)

Advertisement

รับฟังแผนและรายละเอียดการตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ


รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวว่า การพบปะกับผู้ตรวจราชการในครั้งนี้
เพื่อต้องการรับฟังสภาพปัญหาการทำงาน ความเป็นอยู่
รวมทั้งการเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ต่างๆ
ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 12 เขต
ที่จะช่วยให้ผู้ตรวจราชการมีโจทย์และแนวทางการทำงานที่ชัดเจน

พร้อมที่จะปรับตัวและสื่อสารการทำงานร่วมกันได้ตลอดเวลา


ทั้งนี้
ผู้ตรวจราชการกระทรวงได้รายงานให้รับทราบถึงนโยบายการตรวจราชการ
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งทำการตรวจราชการ 2
ครั้งต่อปี คืองวดที่ 1
ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2559 และงวดที่ 2
เดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2559
มีรายละเอียดในการตรวจราชการ ดังนี้


1)
การตรวจราชการตามจุดเน้นการตรวจติดตามและประเมินผล
เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ประสิทธิภาพการเรียนการสอน
การพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของนักเรียนนักศึกษา
การพัฒนาครู การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งโครงการพระราชดำริ
และการบริหารหน่วยงานและสถานศึกษา


2)
การตรวจราชการตามจุดเน้นเชิงลึกในประเด็นนโยบาย
10 เรื่อง คือ
การแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
การแก้ปัญหาการออกกลางคัน
การพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์
การปลูกฝังคุณลักษณะในการรู้จักหน้าที่ของตนเอง
การพัฒนาครูด้านเทคนิคที่ทำให้เรียนอย่างสนุก
การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ
การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
การจัดการศึกษาระบบทวิศึกษา
และการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะ


3)
การตรวจราชการกรณีพิเศษ คือ การสืบสวน
สอบสวนข้อเท็จจริง การร้องเรียน ร้องทุกข์
กล่าวโทษ และเรื่องต่างๆ ที่เป็นวาระแห่งชาติ เช่น
ยาเสพติด อุบัติภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง
รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษา
รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาโดยตรง

ให้องค์กร/หน่วยงานหลัก
ฝากเรื่องสำคัญที่จะให้ผู้ตรวจราชการไปช่วยติดตามการขับเคลื่อนงาน


รมว.ศึกษาธิการ
ให้ผู้บริหารจากองค์กร/หน่วยงานหลัก
ได้ฝากเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญ
เพื่อให้ผู้ตรวจราชการได้ร่วมติดตามขับเคลื่อนโครงการต่าง
ๆ ดังนี้



สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้ขอให้ติดตามการตรวจราชการในเรื่องที่สำคัญ คือ นโยบายทวิศึกษา ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
DLTV
อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก
การรับสมัครนักเรียน การสอบครูผู้ช่วย



สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คือ
Fix
It Center
การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ  ทวิภาคี
ทวิศึกษา
การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน



สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คือ
การให้มหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยงดูแลโรงเรียนของ สพฐ. เครือข่ายอุดมศึกษา การอบรมครู สพฐ.
ช่วงปิดเทอม



สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ที่ผ่านมามีการประสานความร่วมมือกันอยู่แล้ว เช่น
การประเมินเชิงวิจัย
และการมีส่วนร่วมในกลไกการตรวจราชการ


– สำนักงาน กศน.
คือ การให้ กศน.ตำบล
เป็นศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นศูนย์ส่งเสริม ประชาธิปไตยประจำตำบล เป็นศูนย์ดิจิทัลประจำตำบล
และเป็นศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชน
รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณรายจังหวัด



สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน คือ
การใช้จ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน 
คุณภาพการศึกษาเอกชน
การดูแลรถรับส่งนักเรียนไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ


– สำนักงาน
ก.ค.ศ. คือ หลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารทุกสังกัด
รวมทั้งหลักเกณฑ์ต่างๆ
ที่ประกาศใช้ที่มีผลเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้าราชการ
ครู และบุคลากรทางการศึกษา

มอบนโยบายการตรวจราชการ


รมว.ศึกษาธิการ
ได้ให้นโยบายการตรวจราชการ ดังนี้


ผลการตรวจราชการทั้ง
2 รอบ ต้องมี Outcome
เกี่ยวกับนโยบายสำคัญๆ
ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

ผู้ตรวจราชการต้องกล้าชี้แจงและรายงานผลการตรวจราชการแบบตรงไปตรงมา
เมื่อเกิดเหตุใด ๆ
ควรรายงานหรือชี้แจงให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงรับทราบโดยด่วน



หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากการตรวจราชการ
ควรรับข้อมูลและผลจากการตรวจราชการ
ไปพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขด้วย

ผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ที่รับตรวจ
ต้องให้ความสำคัญและความร่วมมือในการตรวจราชการกับผู้ตรวจราชการและคณะ

ควรมีการจัดระบบใหม่ที่จะให้ผู้ตรวจราชการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง
ๆ จากพื้นที่โดยเร็ว
ไม่ใช่รับรู้จากหน้าหนังสือพิมพ์

ให้หน่วยงานกำหนดแบบฟอร์มรายงานการตรวจราชการ
ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ
ทุกระดับ
ให้ความร่วมมือและกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานตามผลการตรวจราชการมากขึ้น
ซึ่งจะส่งผลในการแบ่งเบาภาระงานของหน่วยงานและองค์กรหลัก

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจราชการในวงรอบที่ 1
แล้ว ควรสรุปผลการตรวจราชการให้เสร็จสิ้นภายใน 1
เดือน 
แล้วรวบรวมประเด็นสำคัญที่จะมอบให้หน่วยงานใดรับผิดชอบเรื่องอะไรต่อไป
รวมทั้งได้นำมาหารือรับฟังร่วมกันต่อไปด้วย

รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากนโยบายดังกล่าวแล้ว
ขอให้ผู้ตรวจราชการและทุกหน่วยงานได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ประชารัฐ”
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องโดยตรง
2 คณะ คือ
ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา (Competitive
Workforce)
และด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human
Capital Development) รวมทั้งนโยบายต่างๆ
ที่กำลังหารือรับฟังในเวลานี้ เช่น
หลักเกณฑ์ใหม่ในการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหารสถานศึกษา
การนำผล O-NET
ไปใช้ประโยชนได้จริงในการพัฒนาการศึกษา
การสื่อสารภายในองค์กรไปยังสถานศึกษา เป็นต้น

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

Advertisement

You might also like