Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

Advertisement

0

Advertisement

        เดินหน้า “ปฏิรูป การศึกษาไทย”…
พุ่งเป้าไปที่ “การ ประเมิน” วันนี้คงจะเห็นเค้าลางของความขัดแย้งมากขึ้น
บางคนก็ว่า…การประเมินและประกันคุณภาพโรงเรียน ควรได้รับการหยุด
พักไว้ก่อนหรือไม่?
หลายฝ่ายก็เสนอรุนแรงไปกว่านั้นอีก…ให้ยุบหน่วยประเมินและประกันคุณภาพ
ทั้งหมด ความจริง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า
กระทรวงฯเองไม่เคยมีข้อเสนอให้หยุดไว้ มีแต่ว่า
“เราทำตามโรดแม็ปที่ตกลงกันไว้…เป็นทางการ” โรดแม็ปที่ว่า
เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ฝ่ายประเมินภายนอก สมศ.
(สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา) กับ
ฝ่ายกระทรวง…ผู้ถูกรับประเมิน ก็มีหน่วยงานที่เรียกว่าประเมินภายใน
“ตกลงกันว่า ต้องยกเครื่อง 3 เดือนแรก…ถึงมกราคม 2559
ต่างฝ่ายต่างไปคิดกันมาวิธีการประเมิน ตัวชี้วัดที่ดีเป็นยังไง”

         
3 เดือนต่อมา…กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน
เป็นช่วงการพัฒนาวิธีการร่วมกัน…กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน พ.ร.บ.การศึกษา
พระราชกฤษฎีกาตั้ง สมศ.ก็บอกว่า ในการประเมินนั้นต้องได้รับความเห็นชอบ
และทำไปด้วยกัน…ป่วยการที่ “ฝ่ายจะประเมิน” จะเข้ามาประเมิน
“ฝ่ายถูกประเมิน” โดยที่…“คนถูกประเมิน” ไม่เห็นด้วย
“ฉะนั้น…ถ้าโรดแม็ปช่วงที่สองมีระยะเวลาสามเดือน
ถ้าตกลงกันยังไม่ได้ก็ต้องเลื่อน เพราะจะไปโรดแม็ปช่วงที่สามไม่ได้
โดยที่โรดแม็ปช่วงที่ 3 พอตกลงกันได้แล้ว เดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
คือ การทดสอบร่วมกัน “เทสต์รัน”…

          นพ.ธีระเกียรติ บอกว่า
สิ่งสำคัญ คณะทำงานร่วมกันเห็นว่า เราควรมีวิธีการประเมินที่เป็นสากล
ทราบว่า…มีการทำงานร่วมกัน แต่ยังไม่เห็น ฉบับสุดท้ายว่าที่ตกลงร่วมกัน
ทางกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบหรือยัง “ตามกฎหมาย กระทรวงฯต้องเห็นชอบก่อน
ยังไม่เดินไปถึงโรดแม็ปที่สาม ทั้งทางกระทรวงฯ และส่วนตัว
ไม่ได้คิดว่าจะต้องหยุด
การหยุดแล้วไม่ได้ทำอะไรให้ถูกต้องก็ไม่มีประโยชน์…เข้าใจว่าฝ่ายที่เสนอ
ให้หยุดก็เพื่อต้องการที่จะขอเวลานานๆ เพื่อที่จะพัฒนาให้ถูกต้อง”
ประเด็นสำคัญสองเรื่อง หนึ่ง…ฝ่ายที่ สมศ.บอกว่า
ถ้าหยุดจะทำความเสียหายให้กับประเทศ ล้าหลังกี่ปี
สองฝ่ายที่บอกว่าต้องหยุด…เขาก็บอกว่า ถ้าประเมินผิดๆ
ประเทศก็จะยิ่งเสียหาย ต่างฝ่าย…ต่างก็มีเหตุผล ชวนให้ผู้อ่านคิดอย่างนี้
…ใคร?ที่รับผิดชอบเรื่องมาตรฐานการศึกษา หรือมาตรฐานของโรงเรียน?

         
“โรงเรียน”…คือคำตอบ นพ.ธีระเกียรติ ย้ำว่า สังคมต้องเข้าใจให้ถูก
โรงเรียนและกระทรวง หรือรัฐบาล หรือคนจัดเป็นผู้รับผิดชอบแน่นอน
ฝ่ายประเมินก็คือฝ่ายที่มาประเมินและตรวจสอบดูว่าฝ่ายที่จัดใช้ได้หรือเปล่า
สมมติ…มาตรฐานออกมาไม่ดีจริงๆ ต่อให้การประเมินหรือระบบประเมิน ประกันดี
ก็ไม่ได้ทำให้ตรงนี้ดีขึ้น…เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบ
คนรับผิดชอบคือ “คนจัดการศึกษา”
ทีนี้…ถ้ามาตรฐานไม่ดีเกิดจากฝ่ายประเมินบอกว่าไม่ดี
แต่โรงเรียนยืนยันว่าทำไว้ดีอยู่แล้ว แต่คุณประเมินผิด…ก็มีโอกาสเกิดขึ้น
แล้วตรงนี้ใคร?รับผิดชอบ
ถ้ามีความผิดพลาดที่การประเมิน…ฝ่ายประเมินต้องรับผิดชอบ
จะเห็นว่าช่วงนี้ตามโรดแม็ป
เราต้องการทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง
“รู้ว่าการประเมินอย่างไหนเป็นการประเมินและประกันที่ถูกต้อง…ไม่งั้นก็จะ
กลายเป็นฝ่ายที่ถูกประเมิน…โรงเรียนก็บอกว่า วิธีการคุณผิด
ฝ่ายที่เข้ามาประเมินก็บอกว่า…คุณจัดการศึกษาได้ไม่ดี
โรงเรียนคุณไม่ได้มาตรฐาน ต้องมาเคลียร์กันตั้งแต่ต้น
หนึ่ง…ใครรับผิดชอบเรื่องมาตรฐานโรงเรียน”

          ประเทศฟินแลนด์
สหรัฐอเมริกา หรือในยุโรปเอง
ใช้ระบบนี้มาแล้วว่า…การประเมินต่อให้ถูกต้อง
ก็ไม่ได้ช่วยมาตรฐานของโรงเรียน และก็ไม่ทำร้าย คือไม่มีผล…พูดง่ายๆ
“คนดี” เขาก็ทำดีอยู่แล้ว “คนไม่ดี” คุณไปชี้หน้าด่าเขายิ่งทำให้เขาแย่
เขาจะยิ่งสู้ “วิธีการประเมิน” จึงสำคัญมาก
ถ้าไปประเมินโดยเฉพาะเรื่องโรงเรียน
ไม่เหมือนประเมินรองเท้าที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด หรือประเมินบริษัทรถยนต์
เราไปยุ่งกับคน หลักสูตร ไม่มีวิทยาศาสตร์ตายตัวจะดีหรือไม่ดี
จะเทียบกับอะไร วิธีคิดง่ายๆ…มาตรฐานโรงแรม 3 ดาว…5 ดาว…6 ดาว
ระบุชัดว่าแต่ละดาวต้องมีอะไรบ้าง คำถามว่า
“ดี”…เมื่อเทียบกับอะไรจึงสำคัญมาก? ต่างจังหวัดห่างไกลมีแค่โรงแรม 3 ดาว
2 ดาว…ชาวบ้านก็บอกว่าดีมาก…หรูแล้ว แต่ชาวกรุงไปรู้สึกทันทีไม่ไหว
นี่แหล่ะที่ว่า…ไม่ได้มาตรฐานเมื่อเทียบกับอะไร
“ชอบไปบอกว่าชาวบ้านไม่รู้เรื่อง…มาตรฐานโรงเรียนที่ดีเป็นอย่างนี้
ลงไปประเมินต้องมีตัวชี้วัดอย่างนี้
ต้องมี…การประกันให้เรามั่นใจว่าโรงเรียนได้จัดการศึกษาได้ดี” หัวใจของ
“การประกัน” ก็คือ “ผู้ประเมิน”…ถ้าไม่มั่นใจผู้ประเมินจะไปประเมินไม่ได้
ไม่ใช่แค่เอาตัวชี้วัดหรือเอากระดาษลงไป หรือให้ทำ
ตอบแบบสอบถามชุดเดียวกันขึ้นมา…ทำแบบนั้นเขาก็จัดให้ได้หมด หรือเขาจะสู้

          เหตุผลสำคัญ…ไม่มีใครอยากจะบอกว่าตัวเองไม่ดี

         

Advertisement

“ผู้ประเมินที่ลงไปดูอย่างเห็นอกเห็นใจและมีกัลยาณมิตรเทียบกับสิ่งที่เขา
มอง
เราตั้งเป้าไว้แล้วเท่านี้…ชาวบ้านในพื้นที่จริงๆเขาอาจจะต้องการแค่
โรงแรมระดับ 3 ดาวก็พอแล้ว ลงไปดูก็บอกว่าเป็นยังไง ใช้ได้ไหม
มีความจำเป็นต้องทำเป็น 5 ดาว…6 ดาวหรือเปล่า อาจจะไม่จำเป็น
เพราะเขาดีมากอยู่แล้ว” สุดท้าย…ถ้าจะไปบอกว่าเขาดี…ไม่ดี ก็ไม่แคร์
เพราะเขามีลูกค้าที่พอใจใช้บริการเขาอยู่แล้ว คนประเมินจะบอกให้เพิ่มเป็น 6

ดาวยังไงก็ไม่เห็นความจำเป็น…หน่วยประเมินต้องเข้าใจตัวเองรับผิดชอบ
เรื่องอะไร ฟังท่านนายกฯพูดบ่อยๆไหม มีใครสูงต่ำเท่ากันไหม
เวลาพูดว่าดี…เราจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณ ดีเมื่อเทียบกับอะไร
ใครจะบอกว่าอะไรดี…ไม่ดี ต้องบอกให้ได้ว่าเทียบกับอะไร
ไม่งั้นจะรู้ได้อย่างไร

          ก็แค่พอใจ…ไม่พอใจ

         
ชี้กันให้ชัดๆ “ฝ่ายที่รับผิดชอบมาตรฐาน” คือโรงเรียน ผู้จัดการศึกษา…
“ฝ่ายที่เข้ามาประเมิน”…รับผิดชอบเรื่องประเมินต้องไปทำวิธีประเมินให้ถูก
และดี เข้ากับบริบทประเทศไทย แล้วตกลงกันได้กับฝ่ายถูกประเมิน
“อย่ามาอ้างว่าประเทศไทยจะตกต่ำ ถ้าจะตกต่ำก็เป็นเพราะฝ่ายจัดการศึกษาไม่ดี
ถ้าไม่มีคุณ…ประเทศไทยตกต่ำเรื่องไม่มีประเมิน…ไม่มีประกัน
เพราะรับผิดชอบเรื่องนั้น…ควรจะภูมิใจถ้าประเมินได้ดีก็สะท้อนถึงวิธีการ
ประเมินดี…ถ้าไม่ได้ประเมิน
ไม่มีหน่วยประเมิน…ประกันแล้วประเทศไทยจะล้มเหลว
ให้พูดให้ถูก…ประเทศไทยจะล้าหลังเรื่องวิธีประเมิน
ไม่มีการพัฒนาไปอีกหลายปี หรืออาจจะดีขึ้นเรายังไม่รู้
ถ้าเข้าใจก็จะไม่ได้ต้องมาทะเลาะกัน”
การหยุดประเมินไม่ได้แปลว่าหยุดโรงเรียนให้มีมาตรฐาน
มาตรฐานโรงเรียนขึ้นอยู่กับครู หลักสูตรและปัจจัยต่างๆ
หลายประเทศคิดได้ตรงนี้ก็เลยยุบหน่วยประเมินไปเลย ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ
ไม่เห็นด้วย…ถ้าประเมินได้ดี ก็จะเป็นกระจกที่ดีมาก
แต่เราไม่มีกระจกก็ยังได้ เราก็ยังจะรู้อยู่ว่าเราสวยหรือไม่สวย
ใช้วิธีอื่นบอกเราได้
“ไม่มีกระจก…ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะหล่อน้อยลงหรือมากขึ้น
แต่เราอาจจะไม่มีทิศทางว่าจะไปทางไหนชั่วคราว
แล้วเราก็อาจจะไม่รู้ว่าจะทำให้หล่อขึ้นหรือน้อยลงอย่างไรดี…สมัยก่อนที่
ยังไม่มีหน่วยประเมินก็ไม่ได้แปลว่ามาตรฐานการศึกษาไทยไม่ดี
ไม่เกี่ยวกันเลยใช่ไหม ถ้าเราแยกได้ชัด…จะเลิกทะเลาะกันได้
ใครจะต้องทำอะไร” “ฝ่ายประเมิน”
แทนที่จะวิ่งอยากจะประเมินก็จะไปวิ่งวิธีพัฒนาการประเมิน ถาม สมศ.กลับ
แล้วก็ต้องถามกระทรวงศึกษาธิการด้วย ทำหน้าที่พัฒนามาตรฐานดีหรือยัง
เรื่องพัฒนาหลักสูตร

          ประเด็นสำคัญ…ต้องทำตามโรดแม็ป “การปฏิรูป”…ไม่ได้หยุดนิ่ง ขอให้อดทนกันหน่อย.

          ที่มา: http://www.thairath.co.th