ประกาศมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๖๔ (ประเทศไทย)

1750
 การคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๖๔
การคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๖๔

ประกาศมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๖๔ (ประเทศไทย)

เพื่อให้การสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๖๔ (ประเทศไทย) ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไว้

ครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้
๒.๑ คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(๒) ปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑) เป็น หรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๒) เป็น หรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(๓) มีประสบการณ์ปฏิบัติงานสอนอย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี นับถึงวันที่ออกประกาศนี้
(๔) ปฏิบัติงานสอนอยู่จนถึงวันประกาศผลการพิจารณาตัดสินตามข้อ ๘.๓ ในกรณีที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีชั่วโมงสอนในรายวิชาอย่างต่อเนื่อง
(๕) ไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก

คุณสมบัติเฉพาะและแนวทางการพิจารณา มีดังนี้
(๑) เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์

เพิ่มเพื่อน

คุณสมบัติเฉพาะ
๑. เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์
สร้างแรงบันดาลใจและจัดการเรียนรู้ให้ลูกศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าและความสาเร็จในชีวิต มีความอุตสาหะในการทาภารกิจความเป็นครูมาโดยตลอดด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู และเป็นแบบอย่างทางคุณธรรมจริยธรรม มีลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายแวดวงอาชีพกล่าวยกย่องถึงคุณงามความดี

๒. เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา
ปฏิบัติงานสอนหรือการจัดการเรียนรู้ ค้นคว้า พัฒนาการสอนหรือการเรียนรู้ด้วยความทุ่มเทเสียสละ มีความแตกฉานทั้งในเนื้อหาและวิธีการจัดการเรียนรู้ในส่วนที่รับผิดชอบ เป็นแบบอย่างของความสำเร็จได้อย่างกว้างขวาง

แนวทางการพิจารณา

๑. เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ พิจารณาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ในประเด็นต่อไปนี้
(๑) ลักษณะการสอนและการจัดการเรียนรู้ของครู สามารถนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของลูกศิษย์ให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยปฏิบัติต่อลูกศิษย์ทุกคนอย่างสม่าเสมอตลอดชีวิตความเป็นครู
(๒) ผลการสอนและการจัดการเรียนรู้ทาให้ลูกศิษย์ ประสบความสาเร็จ ทั้งในด้านการเรียนการอาชีพ และการดาเนินชีวิต
(๓) มีจิตวิญญาณความเป็นครู รักและศรัทธาในวิชาชีพครู มีความรัก เมตตา เอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กาลังใจแก่ลูกศิษย์โดยเสมอหน้า อบรม ฝึกฝน เสริมความรู้ ทักษะ และนิสัยที่ดีงามแก่ลูกศิษย์อย่างเต็มความสามารถ เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ทุกด้าน
(๔) มีพฤติกรรมที่ดีงาม ทั้งกาย วาจา ใจ ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกศิษย์และเพื่อนครู
(๕) ได้รับการยกย่องจากลูกศิษย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บังคับบัญชาในอดีตและปัจจุบัน เพื่อนครู ผู้ปกครอง และผู้นาชุมชน เป็นต้น

๒. เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา พิจารณาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ในประเด็นต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานสอนหรือจัดการเรียนรู้ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ไม่ย่อท้อต่อข้อจำกัดและความยากลำบาก
(๒) ค้นคว้า พัฒนาการสอนหรือจัดการเรียนรู้ ในส่วนที่รับผิดชอบ และนาไปปฏิบัติได้จริง
(๓) มีความแตกฉาน ทั้งในเนื้อหา ความรู้ มีองค์ความรู้ นวัตกรรม หรือผลงานที่มีคุณภาพ สามารถนำไปเผยแพร่ในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ เป็นแบบอย่าง ได้รับการยอมรับ และนาไปขยายผลอย่างกว้างขวาง มีผลที่เกิดจาก การทำงานที่สามารถเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนครู และนำไปปฏิบัติได้จริง

การสรรหา
ข้อ ๓ ให้องค์กรและบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
๓.๑ องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ตามที่กาหนดไว้ท้ายประกาศนี้ เป็นผู้สรรหาครู ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และเป็นผู้เคยได้รับรางวัลจากองค์กรนั้น ให้เสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลาง
๓.๒ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูในสังกัด หรือครูที่ปฏิบัติงานร่วมกับสถานศึกษาของตนอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๒
การเสนอชื่อ ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเสนอได้ ๑ คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน
๓.๓ สมาคม มูลนิธิ และองค์กรซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูในสังกัด หรือครูที่ปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรของตนซึ่งมีคุณสมบัติ ตามข้อ ๒ การเสนอชื่อ ให้เสนอได้องค์กรละ ๑ คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบันสิทธิการเสนอชื่อครูเข้ารับการคัดเลือกในข้อนี้ ไม่รวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม และมูลนิธิ ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนครูหรือกิจการของสถานศึกษาใดเป็นการเฉพาะ
๓.๔ ลูกศิษย์ที่เป็นศิษย์เก่า อายุไม่น้อยกว่า ๒๕ ปี เสนอชื่อครูซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และเป็นผู้ที่เคยสอนตนมาก่อน การเสนอชื่อ ลูกศิษย์ ๑ คนมีสิทธิเสนอชื่อครูได้เพียง ๑ คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน
๓.๕ คณาจารย์ในระดับอุดมศึกษาซึ่งเคยเป็นผู้สอน เสนอชื่อครูซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ และเป็นผู้ที่ตนเคยสอนมาก่อนการเสนอชื่อ ให้อาจารย์ไม่น้อยกว่า ๓ คน มีสิทธิเสนอชื่อลูกศิษย์ที่เคยสอนซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ ได้ ๑ คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน

การสรรหาตามข้อ ๓.๑, ข้อ ๓.๒, ข้อ ๓.๓, ข้อ ๓.๔ และ ข้อ ๓.๕ สาหรับในกรุงเทพมหานคร ให้ถือปฏิบัติดังนี้
๑) ครูในสังกัดกรุงเทพมหานคร หรือครูที่เคยสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้เสนอชื่อไปยังคณะกรรมการคัดเลือกในส่วนของกรุงเทพมหานครที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
๒) ครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ครูนอกสถานศึกษา และครูอื่นๆ ให้เสนอชื่อไปยังคณะกรรมการคัดเลือกในส่วนของกรุงเทพมหานครที่แต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข้อ ๔ ครูผู้ได้รับรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อได้อีก ๑ ครั้ง หลังจากได้รับรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ มาแล้วเป็นไม่น้อยกว่า ๕ ปี
ข้อ ๕ กรณีครูรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ที่ได้รับการเสนอชื่อ ให้คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดดำเนินการพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ ๒
ข้อ ๖ การเสนอชื่อครูเข้ารับการคัดเลือกให้ใช้แบบเสนอชื่อท้ายประกาศนี้
ข้อ ๗ การเสนอชื่อเกินจานวนที่กำหนด ให้ถือว่าการเสนอชื่อทั้งหมดเป็นโมฆะ

ข้อมูลเติมเติมที่
http://www.pmca.or.th/thai/?page_id=119&fbclid=IwAR0dxVKk3wXICriBGhCxnMDaInwBP1Xf59kTonZBc-na1CLvTUqNrhHUXYI

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก อีทีวีแม็ค