Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Advertisement

ผลประชุมหารือคณะทำงานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development)

โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน – พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐของคณะทำงานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
(Human Capital Development)
ของคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
(Public-Private Steering Committee) ประชุมหารือกับภาคเอกชน
นำโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน
เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ห้องฟอร์จูน 3 โดยมีนายพันธ์ศักดิ์
ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร,
ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, คณะทำงานกลุ่มย่อย ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กว่า 100 คน ร่วมประชุมหารือ

 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวว่า
การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมกันครั้งที่ 3
ของคณะทำงานประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
โดยได้มีการหารือเกี่ยวกับ
“กรอบการดำเนินการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ (Thailand Education
Transformation Framework)” โดยมีเป้าหมาย คือ
ภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 7,424 แห่ง

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดบทบาทภารกิจของคณะทำงานกลุ่มย่อยใน 5 ด้าน คือ

กลุ่มย่อยที่ 1 :
คณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับคุณภาพทางการจัดการศึกษาเพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา
และการเปิดเผยข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล (Transparency, Monitoring,
Evaluation, Digital Infrastructure and Media High Standard Education
Accessibility)

โดยมีภารกิจหลักเกี่ยวกับการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ
การจัดการศึกษา การบริหารงบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ตรวจสอบได้ และมีความโปร่งใส
ทำให้ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงประเด็น
นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ
เข้าไปช่วยในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล

กลุ่มย่อยที่ 2 :
คณะทำงานพัฒนาหลักสูตร ต้นแบบกระบวนการเรียนรู้
การประเมินผลกิจกรรมส่งเสริมด้านคุณธรรม จิตสาธารณะ
และด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ (Curriculum, Teaching Technique and Manual,
English Language Capability, Health, Heart and Ethics)

มีภารกิจหลัก คือ การกำหนดนโยบายและออกแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอน
กิจกรรม การถอดบทเรียน (Best Practice)
ที่เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
เพื่อจัดทำคู่มือการจัดการเรียนการสอน
และพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
รวมทั้งออกแบบหลักสูตรที่ส่งเสริมการพัฒนาด้านคุณธรรม
เพราะเด็กที่มีจิตใจดีจะทำให้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ง่าย
ซึ่งดำเนินการได้โดยการให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเข้าไปสัมผัสกับ Social
Service หรือ Community Service มากขึ้น
นอกจากนี้มีภารกิจด้านการยกระดับและพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอนภาษาอังกฤษ
เพื่อให้นักเรียนสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยภาคเอกชนพร้อมให้การส่งบุคลากรที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษเข้าไปให้
ความช่วยเหลือด้านการเรียนการสอน

กลุ่มย่อยที่ 3 :
คณะทำงานด้านพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Market
Mechanism, Engagement Parents and Community, Funds, High Quality
Principles and Teachers Leadership)
โดยมีภารกิจในการจัดทำหลัก
สูตรและอบรมผู้นำสถานศึกษา
เพื่อให้มีสมรรถนะความเป็นผู้นำในการบริหารสถานศึกษา
อีกทั้งจะดำเนินการจัดหลักสูตรและอบรมครู
เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือพี่เลี้ยง (Facilitators)
ในเชิงวิชาการ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เช่น
กระตุ้นให้เด็กตั้งคำถาม และเสริมสร้างทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ เป็นต้น
รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษา
และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ จากทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนงบประมาณ
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างยั่งยืน

กลุ่มย่อยที่ 4 :
คณะทำงานด้านพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ และการสร้างแรงจูงใจให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ (Local and International Teachers,
University Partnership and Incentive)

โดยมีภารกิจในการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
เกี่ยวกับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามมาตรฐานสากล
รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อ
เนื่อง

กลุ่มย่อยที่ 5 :
คณะทำงานพัฒนาความเป็นเลิศในด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต
และสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมของผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่
เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค (Technology Mega Trends
Hub R&D and Young Leadership Development)

มีภารกิจผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของอาเซียน
ในการค้นคว้า วิจัย
เพื่อให้เกิดการสร้างงานในสาขาอาชีพด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต
พร้อมทั้งส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่ตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา
ด้วยการให้ทุนการศึกษาต่อในต่างประเทศ และกลับมาตอบแทนสังคมไทย
รวมทั้งสนับสนุนนักวิจัยในการสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของ
ประเทศ

การประชุมครั้งนี้ จึงได้หารือถึงความก้าวหน้าของคณะทำงานกลุ่มย่อยทั้ง 5
ด้านดังกล่าว และแนวทางการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
รวมทั้งเห็นชอบให้มีห้องปฏิบัติการถาวรสำหรับคณะทำงานกลุ่มย่อย ณ
อาคารทรูทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก

รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ กล่าวว่า “โครงการโรงเรียนประชารัฐ”
ซึ่งภาคเอกชนจะเข้าช่วยสนับสนุนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบจำนวน 7,424 แห่งนั้น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษาและครู
ในประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนต้องการ คือ
การสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สามารถตรวจสอบได้
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ภาคเอกชนต้องการข้างต้น
โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกต้นแบบนั้น
ขอให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่จะต้องดำเนินการตาม
กรอบ ดังนี้

1. การรับสมัครโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมโครงการตำบลละ 1 โรงเรียน ขอให้มีเกณฑ์การคัดเลือกโรงเรียนอย่างชัดเจน จากนั้นสำรวจสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนาของโรงเรียน

2. มีการถอดบทเรียนจากโรงเรียนต้นแบบต่างๆ เพื่อ
นำมาจัดทำต้นแบบกระบวนการเรียนรู้ และคู่มือการจัดการเรียนรู้
นอกจากนี้มีแนวทางในการจัดทำหลักสูตรเพื่ออบรมครู
และอบรมผู้บริหารสถานศึกษา, รวมทั้งออกแบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
และภาษาอื่น,
จัดทำระบบสำหรับบันทึกข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา,
รวบรวมและจัดทำคลังสื่อการเรียนรู้
ตลอดจนดำเนินการเพื่อสร้างแรงจูงใจในการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา

3. การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

4. ทำ Mapping โรงเรียนกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม พร้อมทั้งประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับเขตพื้นที่และสถานศึกษา

5. ดำเนินการพัฒนาโรงเรียน
โดยการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานตามความจำเป็น จัดกระบวนการเรียนรู้ตาม
Model ที่เหมาะสมกับสภาพโรงเรียน และจัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศโรงเรียน
อีกทั้งอบรมผู้บริหาร ครู
เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้และการใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

6. จัดทำระบบติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

7. ประเมินผลสัมฤทธิ์ ของการดำเนินงานห้วงที่ 1

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า
ที่ประชุมได้เห็นพ้องกันถึงกรอบความร่วมมือที่จะจัดให้มีพิธีลงนามความร่วม
มือภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ภายใต้ชื่องาน “สานพลังประชารัฐเพื่อการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้นำ” ซึ่งจะมีองค์กรต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement

You might also like