Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ปรับเกณฑ์รับบำเหน็จตกทอด

Advertisement

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า
กรมบัญชีกลางได้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการใช้หนังสือรับรองสิทธิใน
บำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
สำหรับผู้รับบำนาญที่ยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงิน
และขอกู้เงินไม่เต็มจำนวนในหนังสือรับรอง หากต้องการที่จะกู้เงินเพิ่ม
ก็สามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินเดิมได้ โดยใช้หนังสือรับรองฉบับเดิม
แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน
โดยจำนวนเงินที่กู้เดิมกับจำนวนเงินที่กู้เพิ่ม
รวมกันแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุในหนังสือรับรองสำหรับผู้รับบำนาญ
ที่ยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงินเต็มจำนวนในหนังสือรับรอง
และได้ชำระเงินคืนบางส่วน หากต้องการกู้เงินเพิ่มในส่วนที่ได้ชำระไปแล้ว
ก็สามารถกู้เงินเพิ่มกับสถาบันการเงินเดิมได้เช่นกัน
โดยใช้หนังสือรับรองฉบับเดิม
ซึ่งจำนวนเงินที่กู้เดิมกับจำนวนเงินที่กู้เพิ่ม
เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุในหนังสือรับรอง
และเป็นไปตามเกณฑ์การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่ท่านได้ยื่นกู้ไว้
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป

ในกรณีที่ผู้รับบำนาญได้รับบำนาญเพิ่มจากการกลับไปรับบำนาญตามพระราชบัญญัติ
บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 หากต้องการจะขอรับบำเหน็จดำรงชีพ
ก็สามารถยื่นแบบขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ที่ส่วนราชการต้นสังกัดและหากต้องการ
จะกู้เงินในส่วนที่ได้รับสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพิ่ม
ก็ให้ขอหนังสือรับรองเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้นได้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม
2558 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ถ้าผู้รับบำนาญได้ขอรับหนังสือรับรองเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้นแล้วจะไม่
มีสิทธิยื่นขอบำเหน็จดำรงชีพในส่วนที่ได้รับบำนาญเพิ่มได้อีก ตัวอย่างเช่น
นาย ก ออกราชการตอนอายุ 60 ปี ได้รับบำนาญเดือนละ 20,000 บาท
จะมีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด จำนวน 30 เท่าของบำนาญรายเดือน คิดเป็นเงิน
600,000 บาท และมีได้รับสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพ จำนวน 15
เท่าของบำนาญรายเดือน เป็นเงิน 300,000 บาท ซึ่งนาย ก
ขอรับบำเหน็จดำรงชีพไปแล้ว 200,000 บาท เมื่ออายุ 60 ปี คงเหลืออีก 400,000
บาท
ที่สามารถขอหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกัน
การกู้เงินกับสถาบันการเงิน 

 

ที่มา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 19 ธันวาคม 2558

You might also like