ปลัด สธ. แจงโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ หากทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมมือกัน

955
ปลัด สธ. แจงโรคโควิด19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ หากทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมมือกัน

ปลัด สธ. แจงโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ เมื่อความรุนแรงของโรคลดลง ประชาชนมีภูมิต้านทานจำนวนมาก และระบบบริหารจัดการดูแลมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเข็มกระตุ้น ป้องกันตนเองเคร่งครัด สถานประกอบการเข้ม COVID Free Setting

ปลัด-สธ.-แจงโรคโควิด-19-เป็นโรคประจำถิ่นได้
ปลัดสธ.แจงโรคโควิด-19-เป็นโรคประจำถิ่นได้

          ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจง โรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ เมื่อความรุนแรงของโรคลดลง ประชาชนมีภูมิต้านทานจำนวนมาก และระบบบริหารจัดการดูแลมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเข็มกระตุ้น ป้องกันตนเองเคร่งครัด สถานประกอบการเข้ม COVID Free Setting ตรวจ ATKเป็นประจำ หากติดเชื้อเข้าระบบดูแลรักษาที่บ้าน มีทีมบุคลากรสาธารณสุขติดตามอาการต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวล

เรื่งราวที่น่าอ่าน : เด็ก 5-11 ปี ได้ฉีดวัคซีนโควิด ปลายเดือน ม.ค.นี้

          วันนี้ (12 มกราคม 2565) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยเริ่มทรงตัว หลังจากมีการติดเชื้อสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ภายในปี 2565 นี้ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.ตัวเชื้อโรคมีความรุนแรงลดลงซึ่งสอดคล้องกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนในขณะนี้ ที่เชื้อมีความรุนแรงลดลง เห็นได้จากแม้จะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก ใส่เครื่องช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง 2.ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อโรคมากขึ้น และ 3.ระบบบริหารจัดการ การดูแลรักษา ที่มีประสิทธิภาพ และควบคุมการระบาดได้ดี ทั้งนี้ การที่โรคโควิด 19 จะเข้าสู่โรคประจำถิ่นได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามชะลอการระบาดของโรค พร้อมไปกับการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน จึงขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด และขอให้ยังคงเคร่งครัดมาตรการป้องกันส่วนบุคคล ใส่หน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง ตรวจคัดกรองด้วย ATK เมื่อมีความเสี่ยง ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting

เรื่งราวที่น่าอ่าน : นายกฯ กำชับ ศธ. ดูแลการเรียนออนไลน์ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

          “ที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจว่า เมื่อครั้งนี้โรคโควิด 19 เปลี่ยนไปจากเดิม มีความรุนแรงลดลง ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมาก รูปแบบการดูแลรักษาจึงต่างจากการระบาดระลอกก่อน โดยเปลี่ยนมาใช้การดูแลที่บ้าน (Home Isolation) หรือในชุมชน (Community Isolation) เป็นลำดับแรก มียา เวชภัณฑ์ มีทีมบุคลากรสาธารณสุขติดตามอาการต่อเนื่อง และมีการเตรียมเตียงในโรงพยาบาลไว้รองรับหากอาการมากขึ้นพร้อมส่งต่อทันที จึงวางใจได้ว่าหากติดเชื้อก็ยังได้รับการดูแลตามมาตรฐานเช่นเดิม” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับการระบาดของโรคติดต่อ มี 4 ระดับ ได้แก่ 1. โรคประจำถิ่น (Endemic) คือ โรคที่เกิดขึ้นประจำในพื้นที่ อาจเป็นเมือง ประเทศ กลุ่มประเทศ หรือทวีป มีอัตราป่วยคงที่และคาดการณ์ได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออกในประเทศไทย 2.การระบาด (Outbreak) คือ เหตุการณ์ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นผิดปกติทั้งกรณีโรคประจำถิ่นที่มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าที่คาดการณ์ หรือกรณีที่เกิดโรคอุบัติใหม่ 3.โรคระบาด (Epidemic) คือ มีการแพร่กระจายโรคกว้างขึ้นในเชิงภูมิศาสตร์อย่างฉับพลัน จำนวนผู้ติดเชื้อเกินกว่าที่คาดการณ์ได้ และ 4.การระบาดใหญ่ (Pandemic) คือ ระดับการระบาดที่แพร่ไปทั่วโลก เช่น การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และล่าสุดคือการระบาดของโรคโควิด 19

ขอบคุณที่มาจาก : ปลัด สธ. แจงโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ หากทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมมือ