Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า…สู่ปัญหาชาติ

Advertisement

0

ผลกระทบจึงเกิดต่อ
คุณภาพชีวิตของเด็กและคุณภาพการศึกษาของชาติในภาพรวม
หากถามว่าเราปล่อยให้ปัญหาการพัฒนาผู้คนในระดับรากหญ้าอยู่มาถึงวันนี้ได้
อย่างไร

การศึกษาไทย…ใช้งบประมาณมาก…แต่คุณภาพด้อยกว่าประเทศอื่น แถมยังมี “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” ความ
เหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษาของเด็กชนบทกับในเมืองที่เกิดช่องว่างกันมาก
ขึ้น ด้วยเด็กในเมืองมีปัจจัยการเรียนรู้และฐานะครอบครัวที่ดีกว่า
ได้เรียนรู้ในโรงเรียนที่มีความพร้อมกว่า ได้กวดวิชาเพิ่มเติม
แต่สำหรับเด็กชนบทที่อยู่ตาม เกาะ แก่ง ป่าเขา บนดอย ตะเข็บชายแดน
หรือพื้นที่ห่างไกล
ปัจจัยความพร้อมดังกล่าวมีน้อยมากโดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นแหล่งเรียนรู้หลัก
ยังขาดความพร้อมปัจจัยในการพัฒนาทุกด้าน ด้วยเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก
ซึ่งโรงเรียนลักษณะที่ว่านี้ยังมีอยู่ไม่น้อยกว่า 15,000 แห่ง
ที่เด็กรุ่นแล้วรุ่นเล่าผ่านออกไปโดยที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตาม
ศักยภาพที่มีอยู่

ผลกระทบจึงเกิดต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและคุณภาพการศึกษาของชาติในภาพรวม
หากถามว่าเราปล่อยให้ปัญหาการพัฒนาผู้คนในระดับรากหญ้าอยู่มาถึงวันนี้ได้
อย่างไร ก็คงตอบแทนได้ว่า
ทุกรัฐบาลก็ได้มีการแก้ปัญหาแต่เป็นการแก้ไขไม่ตรงจุดตรงบริบทโดยเฉพาะขาด
ความจริงจัง ต่อเนื่อง ทั่วถึง
เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งไป
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจึงไม่ได้แค่มีอยู่
แต่กำลังจะเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและความยุ่งยากในการแก้ไขมากขึ้น
จึงน่าจะต้องถึงเวลามาคิดแก้ปัญหานี้กันอย่างจริงจังเพื่อคุณภาพผู้เรียนของ
เด็กระดับรากหญ้าและคุณภาพการศึกษาของชาติ
เพื่อให้เห็นแนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นรูปธรรม
จึงขอนำเสนอตัวอย่างแนวทางการบริหารจัดการ ตามบริบทที่ตั้งของโรงเรียน
ดังนี้

บริบทแรก คือ กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลตาม
เกาะ แก่ง ภูเขา บนดอย ตะเข็บชายแดน
หรือพื้นที่พิเศษโรงเรียนตามภูมิศาสตร์ที่ว่านี้แม้จะมีจำนวนเด็กน้อยแค่ไหน

ก็คงไปยุบรวมหรือยุบเลิกไม่ได้เพราะจะทำให้เด็กเสียโอกาสด้านการศึกษาหรือ
ออกกลางคันตามมา
การแก้ปัญหาหลักก็คงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องสนับสนุนปัจจัยในการพัฒนา
ให้พร้อมทุกด้าน เพราะการที่จะหวังให้มีเครือข่ายภาคีจากส่วนต่าง ๆ
เข้าไปช่วยคงเป็นไปได้ยากหรือไม่ทั่วถึง
ด้วยสภาพปัญหาของพื้นที่กับการเดินทาง
หรือกรณีหวังให้ชุมชนมาช่วยสร้างความเข้มแข็งเพื่อความยั่งยืนยิ่งเป็นไปได้
ยากใหญ่เพราะลำพังประชาชนเองก็เอาตัวไม่ค่อยจะรอด

รัฐจึงต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ในปัจจัยต่าง ๆ
รวมถึงมีวิธีการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กตาม
ภูมิศาสตร์และศักยภาพของเด็กเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นด้านมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
หลักสูตร ตำราเรียน คู่มือครู นวัตกรรม
การใช้เครือข่ายการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมทางไกลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดูแลจัดอาหารเช้าและกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้ฟรี
ปลดล็อกเกณฑ์อัตราส่วนครูต่อนักเรียนเพื่อให้มีครูพอสอนครบชั้น
การสรรหาครูและผู้บริหารมืออาชีพเข้าไปพัฒนา
ในระยะยาวจะต้องมีสถาบันผลิตครูสำหรับสอนโรงเรียนขนาดเล็กโดยตรง
พร้อมมีมาตรการสร้างขวัญกำลังใจทั้งด้านเงินเดือน ค่าตอบแทน
วิทยฐานะให้แก่ผู้ปฏิบัติงานให้ได้รับความก้าวหน้า
ไม่ใช่ทุกอย่างใช้เกณฑ์เดียวเหมือนกันทั้งประเทศเช่นปัจจุบันนี้ก็คงไม่ได้

บริบทสอง กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่การคมนาคมสะดวก
ชุมชนเมืองหรือตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนที่มีความพร้อมกว่า
กลุ่มนี้น่าจะมีอยู่หลายพันแห่ง ซึ่งเด็กในโรงเรียนภูมิศาสตร์นี้จริง ๆ
แล้วน่าจะได้รับโอกาสด้านคุณภาพมานานแล้วเพราะมีทางเลือกด้วยอยู่ในพื้นที่
ไม่ยุ่งยากเหมือนกลุ่มแรก หากภาครัฐและชุมชนมีการบริหารจัดการที่ดีร่วมกัน
แต่ปัญหานี้ยังมีอยู่ก็เพราะยังมีการยื้อยุดเพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กบริบท
นี้ต้องดำรงอยู่ด้วยสารพัดเหตุผล โดยไม่ได้ยึดเอาคุณภาพผู้เรียนเป็นตัวตั้ง
ทั้งที่รู้ว่าความพร้อมการพัฒนายังน้อยเพราะขาดครูผู้สอน
การบริหารจัดการเหมือนกับโรงเรียนขนาดใหญ่ทุกอย่าง
ครูต้องทิ้งห้องเรียนเพื่อไปร่วมกิจกรรม โครงการ
ที่หน่วยเหนือสั่งการจนแทบไม่มีเวลาสอน ที่สำคัญเมื่อโรงเรียนมีจำนวนมาก
งบประมาณที่ถูกส่งไปก็กลายเป็นเบี้ยหัวแตกไม่พอกับการแก้ปัญหาและพัฒนา
คุณภาพเด็กจึงไม่เกิดตามเป้าหมายของการใช้งบประมาณ
ในการแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนขนาดเล็กบริบทที่ว่านี้น่าจะ
มีทางออกได้หลายวิธี อาทิ

จัดเป็นศูนย์เครือข่ายนิติบุคคล บริหารงานในรูปคณะ
กรรมการ มีผู้บริหารโรงเรียนที่ตั้งศูนย์เป็นประธาน
ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในเครือข่ายเป็นคณะกรรมการ
ทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนในศูนย์เครือข่ายทั้งหมด
ส่วนงานประจำหรืองานธุรการให้โรงเรียนที่ตั้งศูนย์ที่มีความพร้อมด้าน
บุคลากรเป็นผู้ดำเนินการ
หากทำได้เช่นนี้ก็จะทำให้ครูโรงเรียนขนาดเล็กมีเวลาสอนมากขึ้น
รวมถึงจะทำให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งด้านครู สื่อ และปัจจัยต่างๆ
ส่วนเด็กก็จะได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนต่างโรงเรียน
เกิดการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น
ซึ่งวิธีการนี้เมื่อมีตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนในเครือข่ายว่างลงไม่ว่าจะ
เป็นกรณีใดก็ให้ตัดไปเป็นอัตราครูผู้สอนแทน
เพราะมีคณะกรรมการบริหารอยู่แล้ว หากทำได้เช่นนี้คุณภาพผู้เรียนก็จะดีขึ้น
ปัญหาครูไม่พอสอนจะลดน้อยลงงบประมาณก็จะถูกนำไปใช้เกิดคุณค่ากับผู้เรียน
การเกื้อกูลในเครือข่ายก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนัก
เรียนต่ำกว่า 50 คน ที่ไม่สามารถรวมเป็นศูนย์เครือข่ายได้จะด้วยเหตุใดก็ตาม
ส่วนนี้อาจโอนให้หน่วยงานการศึกษาอื่นมาจัดแทน
หรือจัดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้
เพื่อที่จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยพัฒนาได้มากขึ้น

วิธีสุดท้ายที่จะขอนำเสนอ คือ การยุบรวมหรือยกเลิก
สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในชุมชนเมืองที่ไม่ได้ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย
ในศูนย์นิติบุคคล หรือไม่สามารถจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ได้
โดยรัฐต้องจัดค่าพาหนะ ประกันอุบัติเหตุให้
การบริหารจัดการด้วยวิธีการนี้นอกจากจะเกิดผลดีต่อคุณภาพเด็กแล้ว
ยังจะทำให้รัฐเหลือปัจจัยไปช่วยพัฒนาเด็กจากโรงเรียนขนาดเล็กในบริบทแรกให้
มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

การบริหารจัดโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพสูงสุดเต็ม
ตามศักยภาพที่มีอยู่นั้นเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมมือกัน
เพราะการที่จะปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายแก้ไขอย่างเดียวคงไม่ได้
เพราะโรงเรียนเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วนและในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะ
ให้ได้ผลนั้นจะต้อง รู้ลึก รู้จริง
ถึงแก่นแท้บริบทของพื้นที่และมีวิธีการแก้ไขที่สอดคล้องกับปัญหาอย่างตรงจุด
ทั่วถึง และต่อเนื่อง
ปัญหาความเหลื่อมล้ำคุณภาพชีวิตคนชนบทกับคนเมืองก็จะลดน้อยลง
คุณภาพการศึกษาของชาติก็จะดีขึ้น
แต่หากยังปล่อยให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นไปตามยถากรรมต่อไป
โอกาสที่จะเห็นผู้คนระดับรากหญ้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เห็นประเทศชาติก้าวเดินผ่านพ้นประเทศกำลัง (ด้อย)
พัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วก็คงยังยากไกลเกินฝันที่จะเดินไปได้ถึงอยู่อีก
แน่.

กลิ่น สระทองเนียม

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Advertisement