Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

Advertisement

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 12/2559 เมื่อวันจันทร์ที่
19 ธันวาคม 2559 
ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ
ดังนี้

Advertisement

เพิ่มเพื่อน



อนุมัติ
ให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(หลักเกณฑ์ ว 16/2558)



ที่ประชุมได้อนุมัติ
ให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(หลักเกณฑ์ ว 16/2558)



เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
(กศจ.)



รวมทั้งเพื่อให้มีครูไปปฏิบัติการสอนได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน


และสามารถนำตำแหน่งว่างภายหลังการย้าย
เพื่อใช้บรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้
และผู้ได้รับคัดเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน
เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) สามารถกำกับดูแลการดำเนินการเชิงนโยบายได้อย่างเหมาะสม
และทำให้การดำเนินการมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้


1) คุณสมบัติของผู้ขอย้ายกรณีปกติ
ได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครูของสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า
24 เดือน นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย


2) ระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้าย
กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้ายตามแบบคำร้องขอย้ายที่ ก.ค.ศ. กำหนด ได้ปีละ 1
ครั้ง ในเดือนมกราคมของทุกปี เป็นเวลา 15 วันทำการ ตามปฏิทินที่ สพฐ.
กำหนด โดยยื่นคำร้องขอย้ายได้เพียงเขตพื้นที่การศึกษาเดียว


3) ระยะเวลาการพิจารณาย้าย
คำร้องขอย้ายให้ใช้สำหรับการพิจารณาย้ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม
ของปีเดียวกัน โดยให้พิจารณาย้ายได้ปีละสองรอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 15
กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 กันยายน – 15
ตุลาคม ตามปฏิทินที่ สพฐ. กำหนด
ทั้งนี้ในแต่ละรอบการย้ายอาจกำหนดให้มีการพิจารณาย้ายมากกว่าหนึ่งครั้งก็ได้


4) การกำหนดองค์ประกอบในการย้าย
ให้คงองค์ประกอบหลักไว้ และให้ สพฐ.
กำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและองค์ประกอบเพิ่มเติมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
เพื่อให้ กศจ. อกศจ. หรือคณะกรรมการกลั่นกรองการย้าย แล้วแต่กรณี
สามารถนำไปใช้ในการพิจารณาการย้ายได้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้
ให้มีการพิจารณาการย้ายพร้อมกันทุกเขตพื้นที่การศึกษาในภาพรวมของจังหวัด


5) การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม
สำหรับกรณีการย้ายเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
หรือสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ หรือ กศจ. พิจารณาเห็นว่าสถานศึกษาใด
มีอัตรากำลังเกินกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด
และเป็นตำแหน่งที่มีคนครอง ให้เสนอ อกศจ. กศจ.
พิจารณาการย้ายโดยตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน
ให้เป็นไปตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ทั้งนี้ให้นำนโยบายและเงื่อนไขของ สพฐ. ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ค.ศ.
แล้ว มาประกอบการพิจารณาด้วย
สำหรับการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ
ให้อยู่ในดุลยพินิจของ อกศจ. ที่จะพิจารณานำเสนอ กศจ.
พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยอาจพิจารณาจากคำร้องขอย้ายหรือไม่ก็ได้


6)
การกำหนดระยะเวลาการส่งคำร้องขอย้ายไปต่างเขตพื้นที่การศึกษา

ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของผู้ประสงค์ขอย้าย
ส่งคำร้องขอย้ายไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับย้าย
เพื่อพิจารณาดำเนินการ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
นับแต่วันที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับคำร้องขอย้าย ทั้งนี้
กรณีมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล สพฐ.
อาจกำหนดระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวต่างไปจากที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้
โดยต้องไม่เกินกรอบระยะเวลาที่ ก.ค.ศ. กำหนด


7) เงื่อนไขการส่งสำเนาคำสั่งย้าย
เมื่อ กศจ. พิจารณาและมีมติอนุมัติแล้ว
ให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53
ออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้ง และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
รวมทั้งส่งสำเนาคำสั่ง จำนวนอย่างละ 1 ชุด ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. และ สพฐ.
ภายใน 7 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง






อนุมัติให้แก้ไขจำนวนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 


เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวมจากจำนวน 
18,332 อัตรา เป็นจำนวน 18,331 อัตรา
เนื่องจากมีการรายงานซ้ำซ้อนระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี
เขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11



อนุมัติตั้ง
อนุกรรมการใน
อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ

  • อนุมัติตั้ง นายชาญเวช บุญประเดิม
    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการบริหารองค์กร ใน ก.ค.ศ. เป็นอนุกรรมการใน
    อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง จำนวน 3 คณะ ได้แก่
       1) อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล
       2) อ.ก.ค.ศ.
    วิสามัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
       3) อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการร้องทุกข์
    และการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  • อนุมัติตั้ง นายเจริญ แจ่มใส
    ผู้อำนวยการสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรสาคร
    เป็นอนุกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ.
    สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ




รับทราบเรื่องการยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
 
โดยฝ่ายเลขานุการร่วม คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)
ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559
ที่ได้มีมติเห็นชอบยกเว้นเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
ให้จัดสรรคืนอัตราว่างคืนให้กับโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่
120 คนขึ้นไป ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปกติ
แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังครู จำนวน 922 แห่ง
โดยให้จัดสรรอัตรากำลังครูให้ไม่มากกว่าอัตรากำลังครูตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.
กำหนด จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,085 อัตรา






รับทราบการรายงานผลการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2559

โดยสรุป คือ มีตำแหน่งว่างรวมทั้งสิ้น 2,883 อัตรา
โดยมีผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 9,279 ราย ผ่านการคัดเลือก 7,889 ราย
คิดเป็นร้อยละ 85.02 แยกตามสังกัด ดังนี้

1)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

    
– ตำแหน่งว่าง จำนวน 2,877 อัตรา

    –
ผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 9,184 คน

    – ผู้ได้รับการคัดเลือก
จำนวน 7,816 คน

2)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

   
 – ตำแหน่งว่าง จำนวน 6 อัตรา

    –
ผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 95 คน

    – ผู้ได้รับการคัดเลือก
จำนวน 73 คน

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 514/2559 ผลการประชุม ก.ค.ศ. 12/2559

Advertisement

You might also like