Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 2/2559

Advertisement

0

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี
56/2559
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ
2/2559

ศึกษาธิการ –
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่
2/2559

เมื่อวันพุธที่ 3
กุมภาพันธ์ 2559 ณ

ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวว่า

ในการประชุมกระทรวงศึกษาธิการครั้งนี้
ได้ริเริ่มให้มีการนำเสนอบางวาระประชุมเป็นภาษาอังกฤษแล้ว
เพื่อให้ข้าราชการได้ฝึกการใช้ภาษาอังกฤษและเพื่อการสื่อสาร
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางนโยบายรัฐบาลด้วย

แต่เนื่องจากเป็นครั้งแรก
ผู้นำเสนอในวาระประชุมยังไม่ได้เตรียมความพร้อมมากนัก
จึงได้ขอให้ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(สสวท.) รับเป็นล่ามในครั้งนี้
ส่วนการประชุมอื่นๆ หรือการประชุมในครั้งต่อไป
ก็จะเลือกบางวาระมาเริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการประชุมหารือ

ทั้งนี้
ที่ประชุมครั้งนี้ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานและโครงการต่างๆ
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.)
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)
โดยมีประเด็นสำคัญโดยสรุป ดังนี้


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1)
การปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครู 

ที่ประชุมได้รับทราบการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครูในโรงเรียนสังกัด
สพฐ.

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งขณะนี้
สพฐ.ได้รวบรวมข้อมูลจากเขตพื้นที่การศึกษาเกี่ยวกับจำนวนบ้านพักที่มีครู
อาศัยอยู่และมีความชำรุดทรุดโทรมควรได้รับการซ่อมแซมเร่งด่วน
รวม 2,240 หลัง

พร้อมได้จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายปีงบประมาณ 2559
เพื่อซ่อมแซมบ้านพักครูในโรงเรียนแล้ว
1,330 หลัง
ในวงเงิน 262 ล้านบาท
และเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี
2560
เพิ่มเติม
เพื่อซ่อมแซมบ้านพักครูในโรงเรียนอีก
10,125 หลัง วงเงินรวมทั้งสิ้น 2,025
ล้านบาท
ต่อไป

2)
การรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2559 

ที่ประชุมรับทราบตามประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน
ปีการศึกษา 2559 ของ สพฐ.
ซึ่งในปีการศึกษานี้มีการนำคะแนน O-NET ใน 5
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในสัดส่วนร้อยละ 20
มาใช้ประกอบการรับนักเรียนด้วย
โดยมีปฏิทินการรับนักเรียน ดังนี้


ระดับก่อนประถมศึกษา  รับสมัครวันที่
27 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2559 จับฉลากวันที่ 13
มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัวนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ
วันที่ 13 มีนาคม 2559 และมอบตัววันที่ 20 มีนาคม
2559


ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 รับสมัครวันที่
6-10 มีนาคม 2559 จับฉลากวันที่ 20 มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัวนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ
วันที่ 20 มีนาคม 2559 และมอบตัววันที่ 27 มีนาคม
2559


ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบ่งเป็น 2 ส่วน
คือ

1)
โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 282 แห่ง
รับสมัครนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ วันที่
20-21 มีนาคม 2559 สอบ 23 มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัว 25 มีนาคม 2559 มอบตัว 9
มีนาคม 2559,
รับสมัครสอบคัดเลือกนักเรียนทั่วไปและใช้คะแนน

O-NET
วันที่ 20-24 มีนาคม 2559 สอบคัดเลือก 26 มีนาคม
2559 ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 2 มีนาคม 2559
จับฉลากและรายงานตัววันที่ 3 เมษายน มอบตัววันที่
9 เมษายน 2559, นักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ
รับสมัครวันที่ 20-24 มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 2 เมษายน 2559
มอบวันที่ 9 เมษายน 2559

2)
โรงเรียนทั่วไป รับสมัครวันที่ 20-24 มีนาคม
2559 สอบคัดเลือก 3 เมษายน 2559
ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 7 เมษายน 2559
จับฉลากประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 3 เมษายน 2559
มอบตัววันที่ 9 เมษายน 2559
โดยนักเรียนต้องยื่นคะแนน
O-NET
วันที่ 30 มีนาคม
2559
ทั้งนี้นักเรียนที่มีความประสงค์จะให้เขตพื้นที่จัดหาที่เรียนให้นั้น
จะเปิดรับสมัครวันที่ 6-10 เมษายน 2559
ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 17 เมษายน 2559

– ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4
 
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 ที่จบจากโรงเรียนเดิม ให้รายงานตัววันที่ 31
มีนาคม 2559 มอบตัววันที่ 10 เมษายน
2559 รับสมัครนักเรียนความสามารถพิเศษ วันที่
20-21 มีนาคม 2559 สอบวันที่ 23 มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 25 มีนาคม 2559
และมอบตัววันที่ 10 เมษายน 2559
ส่วนนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
จากโรงเรียนอื่น รับสมัครวันที่ 20-24 มีนาคม 2559
สอบคัดเลือกวันที่ 27 มีนาคม 2559
ประกาศผลและรายงานตัว วันที่ 3 เมษายน 2559
มอบตัววันที่ 10 เมษายน 2559
นักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ รับสมัครวันที่
20-24 มีนาคม 2559 ประกาศผลและรายงานตัววันที่ 3
เมษายน 2559 มอบตัววันที่ 10 เมษายน 2559
โดยนักเรียนต้องยื่นคะแนน
O-NET วันที่
30 มีนาคม 2559

3)

การเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหารโรงเรียน  ซึ่งอยู่ระหว่างการทบทวนวิธีการสอบ
เพราะกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
เช่น ข้อสอบเพียง 300 ข้อ
ไม่น่าจะเป็นคำตอบเดียวในการคัดเลือกให้ได้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ดีและเก่ง
ในอนาคตจึงคาดว่าจะมีวิธีการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียน
มากกว่าการสอบข้อเขียนเพียงอย่างเดียว


สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

1)
การจัดงานอาชีวศึกษาทวิภาคีไทย 

ที่ประชุมได้รับทราบรายงานการจัดงานดังกล่าว
ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 มกราคม 2559
ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี
โดยมีนักเรียนนักศึกษา ผู้ประกอบการ
ผู้บริหารสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
ตลอดจนประชาชน ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 180,000
คน โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาและเยี่ยมชมนิทรรศการ
ผลงาน นวัตกรรมของนักเรียนนักศึกษา และ พล.อ.อ.ประจิน
จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี
ให้เกียรติเป็นประธานปิดงาน

ในส่วนผลลัพธ์จากการจัดงาน
นอกจากจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน-สถานศึกษา-สถานประกอบการ
ตลอดจนทำให้ผู้ปกครองและผู้เรียนสนใจเข้าเรียนระบบทวิภาคีมากขึ้น
สิ่งสำคัญคือ
มีผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ร่วมจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
โดย สอศ.จะเผยแพร่บรรยากาศงานไปยังสถานศึกษาและสถานประกอบการให้ได้รับทราบ
เพื่อขยายความร่วมมือร่วมกันต่อไป

2)
การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่
“สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” 
ที่ประชุมรับทราบโครงการดังกล่าว ซึ่ง
สอศ.จัดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเชิงการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้าง
สรรค์
การบูรณาการองค์ความรู้

พร้อมนำไปประยุกต์ใช้งานจริงและเกิดประโยชน์ต่อสังคม
โดยแบ่งประเภทผลงานออกเป็น 11 ประเภทผลงาน
และ 1
องค์ความรู้ และมีการประกวดใน 3 ระดับ คือ

ระดับอาชีวศึกษาจังหวัด ระดับภาค
และระดับชาติ

โดยในปีนี้มีผลงานผ่านการคัดเลือกระดับอาชีวศึกษาจังหวัด
6,832 ผลงาน

จากนั้นได้คัดเลือกให้เป็นผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับภาค
2,309 ผลงาน

และคัดเลือกผลงานเข้าสู่การประกวดระดับชาติ 220
ผลงาน
เพื่อประกวดหาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา
ในระหว่างวันที่ 18-21 กุมภาพันธ์ 2559
ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ

ทั้งนี้ภายในงานจะจัดให้มีการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา
ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี

โดยเปิดรับสมัครทีมจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนใน
4 ภูมิภาค

เพื่อทำการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันในระดับชาติต่อไป


สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

1) โครงการติวเตอร์
แนะแนว การศึกษาต่อ สำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีงบประมาณ 2559
ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานโครงการดังกล่าว
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
ได้ร่วมกับศูนย์สันติสุขและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
4 ส่วนหน้า ในการจัดกิจกรรมหลัก 3 ส่วน คือ

– เพิ่มเวลารู้
สู่น้องชาวใต้
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สูงขึ้น 
สช.ได้ดำเนินการเปิดศูนย์ติวให้ความรู้ใน 5
วิชาหลัก (ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา) จำนวน 9 ศูนย์
แก่นักเรียนชั้น ม.ปลายในพื้นที่ 5
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างวันที่ 13-19 มกราคม
2559 โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน
มีนักเรียนจากจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา
และสตูล เข้าร่วมจำนวน 7,105 คน


แนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาสัญจร
สานฝันสู่น้อง  สช.ได้จัดให้มีการแนะแนวการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
โดยตั้งเป้าหมายจัดโครงการใน 60 โรงเรียน
เพื่อให้นักเรียนทราบแนวทาง วิธีการในการศึกษาต่อ
และเปิดมุมมองใหม่ต่อการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ให้นักเรียนสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในสาขาที่ชอบ
เกิดเป็นแรงบันดาลใจ และช่วยสร้างความมุ่งมั่น
ตลอดจนทำให้มีเป้าหมายในชีวิต
นอกจากนี้ยังให้ความรู้พื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมด้วย
ซึ่งขณะนี้ได้จัดแนะแนวไปแล้ว 3 ครั้งใน 36
โรงเรียน

– Education for
Change : การศึกษานำสู่การเปลี่ยนแปลง  
เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับนักเรียนที่มีผลการศึกษาตั้งแต่
2.5 ขึ้นไป
ให้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้มากขึ้น
โดยมีเป้าหมายจำนวน 5 รุ่นๆ ละ 250 คน ในการจัดติวให้ความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับการทำข้อสอบ
รวมทั้งข้อมูลการศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่างๆ
ตลอดจนสร้างความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
และให้ความรู้พื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วจำนวน 3 รุ่น

2) งบประมาณ 

ที่ประชุมได้รับทราบผลการติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามมาตรการกระตุ้นการ
ลงทุนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ
ตามนโยบายของรัฐบาล ณ วันที่ 31 มกราคม
2559
จากระบบ GFMIS
ที่กรมบัญชีกลางใช้ติดตามงบประมาณ

โดยในภาพรวมกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ 6,246
ล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้ 5,525.14
ล้านบาท
(ร้อยละ 92.08) 

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ
ประจำปีฯ
2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งได้รับงบประมาณรวมจำนวน 517,076
ล้านบาท
โดยในไตรมาสที่ 1 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
2558
ถึงวันที่ 29 มกราคม 2559)
มีผลการใช้จ่ายภาพรวมของกระทรวงจำนวน 195
ล้านบาท
หรือคิดเป็นร้อยละ 37.01

ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการเบิกจ่ายตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบ
ประมาณ

3)
มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของบุคลากรภาครัฐ 

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
(คสช.)
ที่ 5/2559
ที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาแล้วนั้น

ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการประเมินส่วนราชการระดับกรมและกระทรวง
ข้าราชการพลเรือน ประเภทบริหารระดับสูง
(ซี 10-11)
ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ “ผลงานในการทำงาน”

ขณะนี้ได้มอบให้ สป.
ออกแบบการประเมินของกระทรวงศึกษาธิการ

ตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงระดับผู้ปฏิบัติล่างสุดเท่าที่จะทำได้
ให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมินทั้ง 3
ส่วน คือ 1)

ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานประจำหรืองานตามหน้าที่ปกติ
2)
ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์
นโยบาย

หรือภารกิจที่มอบหมายเป็นพิเศษแก่บางหน่วยงานหรือข้าราชการบางตำแหน่ง
หน้าที่
3)

ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามพื้นที่หรือการบูรณาการการปฏิบัติงาน
หลายพื้นที่หรือหลายหน่วยงานเพื่อผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน
พร้อมให้นำกลับมาเสนอภายใน 10 วัน

เพื่อจะได้หารือแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารองค์กรหลักที่จะทำให้เกิดการยอมรับ
ร่วมกัน
จากนั้นจะนำมาใช้โดยเร็วที่สุด


การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า
คณะรัฐมนตรีได้มอบให้ทุกกระทรวงพิจารณารายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ
และนำเสนอความคิดเห็นกลับไปให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายในวันที่
10 กุมภาพันธ์นี้
จึงได้มอบให้ทุกองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับศึกษาข้อมูลของร่างรัฐธรรมนูญในทุกมาตรา
ไม่เฉพาะมาตราด้านการศึกษาเท่านั้น พร้อมนำเสนอแนวความคิด ข้อคิดเห็น
หรือข้อสังเกตต่างๆ รวบรวมนำมาเสนอภายในวันจันทร์นี้
เพื่อจัดส่งให้รัฐบาลต่อไป

โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกอบด้วย 6 หมวด
และบทเฉพาะกาล รวม 270 มาตรา
ในส่วนของการศึกษาอยู่ในมาตรา 50
และได้มีการระบุไว้ในบทเฉพาะกาลด้วยว่า “ให้
คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีร่วมกันดำเนินการและผลักดันให้มีการ
ปฏิรูปการศึกษาของชาติให้แล้วเสร็จ
เพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ของรัฐตามมาตรา
50
วรรคสองและวรรคสาม
และให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา
50 วรรคสี่โดยเร็ว

โดยจะต้องจัดทำแนวทางการปฏิรูปให้แล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการภายในหนึ่งปี
นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้”
หรือภายในเดือนสิงหาคม 2560
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่างๆ
ให้ทันกำหนดเวลา
โดยขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้จัดทำร่างการปรับปรุงกฎหมายมาให้แล้วรวม
11 ฉบับ
แต่ก็ต้องนำมาพิจารณาหารือภายในกระทรวงก่อนว่าจะทำได้เพียงใดอย่างไร
เพราะผู้ปฏิบัติย่อมจะมองออกว่ากฎหมายเช่นนี้จะส่งผลดีเสียอย่างไร


ภาพ
: ยุทธพงศ์
เลือกกลั่นดี


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
3/2/2559

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 56/2559 ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 2/2559

เพิ่มเพื่อน
You might also like