Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559

Advertisement

ศึกษาธิการ – พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่
7/2559

Advertisement

เมื่อวันพุธที่
13 กรกฎาคม 2559 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ

รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ
โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้


การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559


ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
(สป.ศธ.) ในการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ
2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558

จนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 515,516.1964 ล้านบาท
เบิกจ่ายไปแล้ว 385,757.6254 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 74.83
ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 75



– หลักเกณฑ์ฯ
การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา
38 ค. (2)


สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)
ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ
เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)
ในกรณีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งใด
มีตำแหน่งว่างและไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งว่าที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
ให้ดำเนินการตามลำดับการขอชื่อบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่ง
ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ดังนี้

1)
ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.ก่อน

2) กรณีไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.
ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง
โดยดำเนินการตามลำดับการขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ฯ ได้แก่ 1)
อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2)
อ.ก.ค.ศ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

3) กรณีไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ
อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง
ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในประเภทข้าราชการพลเรือนสามัญของส่วนราชการต้นสังกัด
โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
(ก.พ.) กำหนด โดยอนุโลม

4)
กรณีไม่มีบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการต้นสังกัด
ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในประเภทข้าราชการพลเรือนสามัญของส่วนราชการอื่นได้
โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด โดยอนุโลม

ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวข้างต้น
ต้องเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งเดียวกัน
กับตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้ง
และมีคุณวุฒิตรงตามมาตรฐานตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
โดยการใช้ตำแหน่งว่างในการบรรจุและแต่งตั้งนั้นให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา
53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นผู้พิจารณาการใช้ตำแหน่งว่างได้ตามความเหมาะสม
ภายใต้กรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด



– ศูนย์ดิจิทัลชุมชน

Advertisement


จากการที่
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(สำนักงาน กศน.)

ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  –
สำนักงาน กศน. – บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีของภาคประชาชนอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ
ผ่านเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างน้อย 1 ล้านคน
และเพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ


โดยมีขอบเขตความร่วมมือใน 3 ส่วน

คือ สำนักงาน กศน.จะพัฒนาบุคลากรของ กศน.ตำบล
ให้เป็นวิทยากรหรือผู้อำนวยการจัดกิจกรรมเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลในระดับหมู่บ้าน,
สำนักงานปลัดกระทรวง ICT พัฒนาวิทยากรและการจัดอบรมในชุมชน
ตลอดจนประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรม วิทยากร
หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น
จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์
การจัดทำหลักสูตรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชน เช่น e-Commerce
การสร้างเครือข่ายเน็ตอาสา ตลอดจนประเมินผลการดำเนินงาน


สำนักงาน กศน.จึงได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ
ถึงความก้าวหน้าในการจัดอบรมบุคลากรของสำนักงาน กศน. ด้วยงบประมาณที่ ICT
จัดสรรมาให้เพื่อพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบล

ดังนี้
       1)
จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ก. (ระดับจังหวัด)
จำนวน 77 จังหวัดๆ ละ 2
คน รวม 154 คน โดยมีสถาบัน กศน.ภาค
รับผิดชอบดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
     
 2) จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ข.
(ระดับอำเภอ)
จำนวน 928 อำเภอๆ ละ 2 คน รวม 1,856 คน โดยวิทยากรแกนนำ
ครู ก. ดำเนินการอบรมเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10
กรกฎาคม 2559
      
3) จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ค. (ระดับตำบล) จำนวน 7,424 ตำบลๆ ละ
1 คน โดยวิทยากรแกนนำ ครู ข. ดำเนินการอบรมเป็นเวลา 2 วัน
ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2559

ทั้งนี้
ที่ประชุมมอบให้สำนักงาน กศน.
จัดทำแผนติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์จากศูนย์ดิจิทัลชุมชนของประชาชน
ทั้งในส่วนของระดับการใช้งาน
และการนำเทคโนโลยีที่ได้เรียนรู้ไปใช้งานจริง





ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล


สำนักงาน กศน.

ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนานักศึกษาและประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย
จึงได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พร้อมทั้งได้จัดการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) ตามโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.)
เพื่อสร้างเครือข่ายพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องยั่งยืนในระดับตำบล
7,424 ตำบล พร้อมตั้งคณะกรรมการ ศส.ปชต.รวม 74,240 คนทั่วประเทศ


และในช่วงของการเตรียมการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้

ได้ร่วมกับสำนักงาน กกต. จัดกิจกรรม 3 สัปดาห์ประชามติ
โดยได้จัดประชุมมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติให้กับผู้อำนวยการสำนักงาน
กศน.จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้อำนวยการศูนย์ กศน.อำเภอ/เขตทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

จากนั้นคณะกรรมการ ศส.ปชต.
ในทุกตำบล จะได้ใช้แนวทางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ให้ความรู้ความเข้าใจและคำแนะนำเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติแก่ประชาชนทุกหมู่บ้าน
ให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจและลงทะเบียนนอกเขตจังหวัด
การเพิ่มถอนชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ การจัดเตรียมเอกสารแสดงตน
การเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ์
นอกจากนี้ให้ติดตามการจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติด้วย



– การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา


สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)


ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ
แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา

แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

1) สาเหตุ
จากการวิเคราะห์พบว่าการทะเลาะวิวาทเกิดจากสาเหตุหลายประการ
ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม : ความอยากเป็นข่าว-เด่น-ดัง
การปลูกฝังเรื่องศักดิ์ศรีสถาบัน การแก้แค้น ความรักเพื่อน,
ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง : การแสดงศักยภาพและปลูกฝังความเชื่อในทางที่ผิด
การอวดรุ่นน้อง, สื่อ/สังคม :
การรวมกลุ่ม-ลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง การใช้โซเชียลมีเดียในการก่อเหตุ
สังคมให้ความสนใจกับข่าวลบ อาวุธสามารถหา-ประดิษฐ์ได้ง่าย,
พฤติกรรมส่วนบุคคล : พื้นฐานปัญหาเดิม การใช้เวลาว่างในทางที่ผิด
ความต้องการอวดเพศตรงข้าม ความคึกคะนอง-ก้าวร้าว หรือติดยาเสพติด

2) พฤติกรรมการทะเลาะวิวาท
พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่พบในการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ได้แก่
การรวมกลุ่ม-กลุ่มเพื่อน, ผู้นำในทางลบ, ก้าวร้าวรุ่นแรง วิตกกังวล,
มองตนเองต่ำต้อย ขาดการยอมรับ

3) มาตรการ ที่ผ่านมา สอศ.ได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการเรื่องนี้ในหลายส่วน
คือ การส่งเสริมภาพลักษณ์, การจัดหลักสูตรเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม
ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย,การสร้างค่านิยมให้เคารพกฎหมาย,
การส่งเสริมสนับสนุนการเข้าเรียนในระบบทวิภาคี,
การส่งเสริมกิจกรรมเชิงบวก ทั้งด้านจิตอาสา กีฬา ดนตรี, การเน้นย้ำ
อาชีวะคือพระเอกตัวจริง
จากกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ-การประดิษฐ์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์-ตั้งศูนย์
Fix It Center ในช่วงเทศกาลต่างๆ,
การเตรียมความพร้อมอาชีวศึกษาร่วมกับกองทัพเรือ, การบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจและทหาร,
การจัดชุดพิเศษไล่ล่า ปะฉะดะ, การทำงานในรูปแบบเครือข่ายสหวิชาชีพ,
การเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้
ภายหลังมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2559
เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา
สอศ.ได้ดำเนินงานให้สอดรับกับคำสั่งดังกล่าวในหลายส่วน อาทิ
สร้างความเข้าใจและความตระหนักแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง
ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาทุกคนภายใน 2 สัปดาห์,
อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ในสถานศึกษา, ทำงานร่วมกับทหาร/ตำรวจในพื้นที่,
ปรับระบบการสื่อสาร, อบรมนักศึกษาอาชีวะคู่กรณี, อบรมเตรียมอาชีวศึกษา,
สร้างเครือข่ายเข้มข้นและร่วมมือกันอย่างจริงจัง,
ปรับแผนให้สอดรับและมีความเข้มข้นมากขึ้น


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์
โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต : ถ่ายภาพ
17/7/2559

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

You might also like