Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 1/2559 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2559

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ
ครั้งที่ 1/2559 โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
รวมทั้งผู้บริหารฝ่ายการเมือง ผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ
ผู้ตรวจราชการกระทรวง เข้าร่วมประชุม เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม 2559
ที่ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

 

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)

1) งบประมาณกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็ก
ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามมาตรการกระตุ้น
การลงทุนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายของรัฐบาล จากระบบ GFMIS
ที่กรมบัญชีกลางใช้ติดตามงบประมาณ ณ วันที่ 4 มกราคม 2559
ในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ 6,246 ล้านบาท
สามารถเบิกจ่ายได้ 4,900.24 ล้านบาท (ร้อยละ 78.45)
และคงเหลือยังไม่เบิกจ่าย 1,345.76 ล้านบาท (ร้อยละ 21.55)
โดยในส่วนนี้เป็นรายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้วแต่ยังไม่เบิกจ่าย 2,031 รายการ
จำนวน 742.02 ล้านบาท เป็นรายการที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ 256 รายการ
จำนวน 150.49 ล้านบาท และคงเหลือจากการทำสัญญา จำนวน 453.25 ล้านบาท
ซึ่งมีหน่วยงานที่เบิกจ่ายได้สูงสุด คือ สพฐ. สอศ. และ สป.ตามลำดับ
ในส่วนของมหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยในสังกัดและในกำกับรวม 9 แห่ง
ที่สามารถเบิกจ่ายได้ร้อยละ 100

2) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559
ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบ
ประมาณ พ.ศ.2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับงบประมาณรวมจำนวน 517,076
ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 1 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 1 มกราคม
2559) มีผลการใช้จ่ายภาพรวมของกระทรวงจำนวน 158 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ
30.75
ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการเบิกจ่ายตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบ
ประมาณ

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

1) โครงการการประชาสัมพันธ์สร้างค่านิยมอาชีวศึกษา “อวด-ดี อาชีวะ”
ที่ประชุมรับทราบการรายงานผลการประกวดการทำหนังสั้นของนักเรียนนักศึกษา
อาชีวะ ภายใต้โครงการการประชาสัมพันธ์สร้างค่านิยมอาชีวศึกษา “อวด-ดี
อาชีวะ” ซึ่ง
สอศ.จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพและ
สร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีวศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษา
ตลอดจนสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเรียนสาย
วิชาชีพที่มุ่งเน้นการมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ
และให้ได้เข้าถึงการบริการของอาชีวะ
อันจะส่งผลให้สนับสนุนบุตรหลานมาเรียนสายอาชีวศึกษามากขึ้น

หลังจากนี้
สอศ.จะจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำหนังสั้นแก่ทีมนักเรียนนักศึกษา (4-5
คน) ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในปี 2558
มีนักเรียนนักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 73 ทีมจากทั่วประเทศ
เพื่อเข้ารับการอบรมและจัดทำหนังสั้นถ่ายทอดเรื่องราวของคนอาชีวศึกษาเพื่อ
ส่งเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด
คนช่างสร้างชาติ-สุดยอดนวัตกรรมอาชีวะ-สุดยอดฝีมือ-อาชีวะเปลี่ยนชีวิต
โดยมีหนังสั้นผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 13 ทีม
เงินรางวัลกว่า 3 ล้านบาท โดยผลงานที่ได้รับรางวัลสุดยอดผลงานอวด-ดี อาชีวะ
และรับเงินรางวัล 50,000 บาท ได้แก่ ผลงานชื่อ “สุดยอดช่างน็อต ”
จากวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์ จังหวัดสระบุรี

2) โครงการอาชีวะอาสา ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559
ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการดำเนินโครงการอาชีวะอาสา ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559
ตอบสนองนโยบายรัฐบาล “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” ซึ่ง
สอศ.ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
(กปถ.)
ในการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนบน
ถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศรวม 250 จุด ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2558
ถึงวันที่ 4 มกราคม 2559 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 00.30 น. โดยในส่วนของ
สอศ.ได้รับสมัครนักเรียนนักศึกษาอาชีวะเข้าร่วมโครงการ
เพื่อให้บริการตรวจสภาพรถทุกชนิด แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่พัก
บริการเครื่องดื่มและนวดผ่อนคลาย

สรุปผลการดำเนินโครงการ มีประชาชนให้ความสนใจและนำรถเข้ามารับบริการตลอด
7 วัน รวมทั้งสิ้น 40,943 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 21,447 คัน รถปิคอัพ
9,550 คัน รถเก๋ง 8,827 คัน รถตู้/รถแวน 882 คัน และรถอื่นๆ 237 คัน
ทั้งนี้ สอศ.ได้จัดทำแบบสอบถามประชาชนที่เข้ามาใช้บริการอาชีวะอาสา
พบว่ามีประชาชนนำรถมาตรวจสภาพเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 10,000 คัน
โดยมีจำนวนรถจักรยานยนต์เพิ่มสูงที่สุด
ในส่วนของนักเรียนนักศึกษามีความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเกินกว่าเป้าหมาย
ทั้งนักศึกษาภาคปกติและนักศึกษาระบบทวิภาคี
นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนมาเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 12
แห่งด้วย

 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

แนวทางการพัฒนาครูเขียนหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้
ที่ประชุมรับทราบแนวทางการพัฒนาครูเขียนหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้
ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.
เพื่อพัฒนาครูให้สามารถเขียนหน่วย/แผนการจัดการเรียนรู้ได้
ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของครูผู้สอนที่ต้องออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้
ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
และแผนการจัดการเรียนรู้ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพการสอน อาทิ
ตัวผู้สอน เป้าหมายการสอน รูปแบบการสอน วิธีสอน การเสริมแรง
การให้ข้อมูลย้อนกลับ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน
ที่จะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนต่อไป

อย่างไรก็ตาม
ในสภาพความเป็นจริงมีครูเพียงส่วนน้อยที่เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยตน
เอง เพราะครูบางส่วนใช้แผนของเอกชนและบางส่วนก็สอนตามประสบการณ์ ดังนั้น
สพฐ. จึงตระหนักในความสำคัญของการเขียนหน่วยและแผนการเรียนรู้
เพื่อให้การสอนของครูมีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน
จึงเสนอแนวทางการพัฒนาครูใน 2 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 “ทำให้ใช้” การจัดทำหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้ ชั้น
ป.1-ม.3 เผยแพร่ทาง DLTV
เพื่อให้ครูนำไปใช้และเกิดการเรียนรู้จากการใช้จริง

ขั้นตอนที่ 2 “พาทำ” โดยดำเนินการในหลายส่วน คือ 1)
เปิดรับสมัครครูผู้สอนเพื่อเข้ารับการพัฒนาตามความสมัครใจ 2)
การพัฒนาแบบออนไลน์ 3)
จัดทำคลิปวีดิโอนำเสนอตัวอย่างการออกแบบแผนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น
การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบคละชั้น (BBL) การสอนแบบ Project-based
Learning การสอนแบบ Problem-based Learning 4) มี Teaching Resource
ที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ 5 โมดูล ได้แก่ ห้องเรียน
DLTV คลังสื่อการสอน การพัฒนาวิชาชีพครู คลังข้อสอบ และห้องสมุดดิจิทัล
พร้อมทั้งเสริมเทคนิคการตั้งคำถาม เทคนิคการสอน ตัวอย่างชิ้นงาน/ภาระงาน 5)

ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อพัฒนาศึกษานิเทศก์หรือครูผู้สอนที่มีความ
เชี่ยวชาญ
ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญอาสาที่จะทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะและเติมเต็มในการพัฒนา
ครู

ในการนี้
ที่ประชุมได้เสนอให้มีการทบทวน/ปรับปรุงแนวทางการพัฒนาให้มีเป้าหมายที่
ชัดเจน ผลิตและพัฒนาเนื้อหาหรือตัวอย่างที่ดี ทันสมัย
และมีการทดสอบความเที่ยงตรงก่อนนำไปใช้จริง
ตลอดจนนำแผนการเรียนรู้ของเอกชนที่ดีๆ มาเป็นตัวอย่างในการพัฒนา 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 6 มกราคม 2559

Advertisement

You might also like