Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลประชุมองค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement

0

Advertisement




ข่าว
สำนักงานรัฐมนตรี
481
/2558



ผลประชุมองค์กรหลัก 30
ธ.ค.2558

ศึกษาธิการ –
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย
พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารฝ่ายการเมือง
ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันพุธที่
30 ธันวาคม 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ





เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี


การส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองคนพิการ
 
นายกรัฐมนตรีแจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ขอให้ทุกกระทรวงไปพิจารณารับคนพิการในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนกว่า
1.7 ล้านคน
ให้เข้ามาทำงานในภาคราชการให้มากขึ้น
เนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนรับคนพิการเข้าทำงานแล้วกว่า
3 หมื่นคน
เนื่องจากมีข้อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พ.ศ.2550
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพและคุ้มครองการมีงานทำของคนพิการ
เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสใช้ความสามารถ มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้
และลดภาระของครอบครัวและสังคมที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู
รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างทางเศรษฐกิจของครอบครัวและประเทศต่อไป
ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐรับคนพิการเข้าทำงานเพียง
1,600
คน

รมว.ศึกษาธิการ
จึงมอบสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)
รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
เพื่อรายงานต่อรัฐบาล รวมทั้ง ศธ.
จะนำข้อมูลนี้ไปใช้เพื่อวางแผนจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก
และใช้ในการปรับปรุงอาคารสถานที่ของหน่วยงานในสังกัด
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนคนพิการต่อไป


ความร่วมมือกับต่างประเทศ
 
นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ทุกกระทรวงรวบรวมข้อมูลความร่วมมือด้านต่างๆ
กับต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ ศธ.
ที่ประชุมได้มอบสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
รวบรวมข้อมูลการลงนามความร่วมมือระดับกระทรวงว่ามีเรื่องใดบ้าง
เพื่อรายงานข้อมูลให้รัฐบาลรับทราบต่อไป


งานและโครงการในพระราชดำริ
 
ต้องการให้หน่วยงานนำแนวพระราชดำริต่างๆ ไปปฏิบัติ
ซึ่งจะต้องโยงงานด้านต่างๆ ให้ออก
เพื่อนำไปถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนตามโครงการต่าง
ๆได้ตรงตามแนวพระราชดำริ


การสร้างคนให้มีวินัย คุณธรรม รู้หน้าที่
 
ย้ำให้ทุกองค์กรหลักมีแนวปฏิบัติในการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดใน
3 เรื่อง คือ วินัย คุณธรรม
และรู้หน้าที่ไว้ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้เรียน
โดยมอบทุกองค์กรหลักคิดเมนูให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย
และให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.สป.) รวบรวมเมนูกิจกรรมทั้ง
3
เรื่องดังกล่าว รวมทั้งเมนูกิจกรรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 
เพื่อนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบภายในเดือนมกราคม
2559
จากนั้นเมื่อตกผลึกเมนูกิจกรรมต่างๆ แล้ว
จะได้นำไปให้สถานศึกษาทุกสังกัดได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติช่วงก่อนปิดเทอม


ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 

ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
มารายงานความคืบหน้าในการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวในช่วงต้นเดือนมกราคม
2559


การสนับสนุนให้ส่วนราชการใช้ Biodiesel

ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน
มาใช้ในส่วนราชการต่างๆ ให้มากขึ้น


ความต้องการแรงงานด้าน Demand Side

โดยกระทรวงแรงงานจะดูในภาพรวม แต่ ศธ. ดูในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น
แนวทางการพัฒนาแรงงานให้เป็นหัวหน้างาน แนวทางการผลิตแรงงานส่งต่างประเทศ
เช่น กุ๊ก แม่บ้าน เป็นต้น


การปรับตัวเพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายทางการศึกษา

โดยจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องและทันสมัย
เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และพัฒนาการศึกษาได้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ เช่น
แนวโน้มการเกิดที่ลดลงส่งผลถึงจำนวนผู้เรียนใน 6
ปีข้างหน้า จะมีจำนวนนักเรียนระดับประถม-มัธยมศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง
และจะส่งผลถึงระดับอุดมศึกษาในอนาคตด้วย โดยมอบ สกศ. และ สพฐ.
ร่วมพิจารณาหารือในประเด็นนี้


การติดตามนักเรียนและครูที่ได้รับรางวัล
 
ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ เช่น สพฐ.
ติดตามด้วยว่านักเรียนและครูที่ได้รับรางวัลทรงคุณค่าต่างๆ
เมื่อกลับไปสถานศึกษาแล้ว
สามารถไปขยายผลหรือสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมได้มากน้อยเพียงใด

Advertisement


งบประมาณของประเทศ 
ทั้งงบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ
3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม
2558
) หากหน่วยงานใดใช้เงินไม่ทัน สำนักงบประมาณก็ได้ตัดไปแล้ว
ส่วนการเสนอของบประมาณประจำปี .ศ.
2560
ขอให้ทุกองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับวางแผนจัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่จะต้องสอดคล้องกับแนวทาง
3 ส่วน คือ กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ
20 ปี,
แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด (Area-Based),
ยุทธศาสตร์ของกระทรวง/หน่วยงาน (Function
ดังนั้น
หากองค์กรหลักหรือหน่วยงานใดที่เสนอขออนุมัติแผนงานโครงการที่เข้าเงื่อนไขทั้ง
3 มิติดังกล่าว
ก็จะได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ
และโครงการหรือกิจกรรมใดได้รับอนุมัติแล้ว
ต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณให้ทันในไตรมาสที่ 1
และไตรมาสที่ 2 ด้วย

นอกจากนี้
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำอีกครั้งถึงการออกแบบก่อสร้างที่จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของแต่ละหน่วยงาน
ห้ามฟุ่มเฟือยในการตกแต่งและก่อสร้าง
รวมทั้งให้องค์กรหลักได้พิจารณาการนำยางพารามาใช้ในภาคการศึกษา เช่น
พื้นสนามเด็กเล่น หรือสนามกีฬา โดยจะต้องดำเนินการด้านต่างๆ ให้โปร่งใส
ไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน





เรื่องที่
รมว.ศึกษาธิการสั่งการในที่ประชุม


รมว.ศึกษาธิการ ได้ย้ำใน
3 เรื่อง คือ


1) การสร้างคนให้มีวินัย คุณธรรม รู้หน้าที่
2) การดำเนินการขององค์กรหลักและหน่วยงาน
ให้สอดคล้องกับจุดเน้น
6
ยุทธศาสตร์ของ ศธ.
คือ ครู,
หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน,
การทดสอบ/การประเมิน/การประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา,
การบริหารจัดการ, ICT เพื่อการศึกษา และ
การผลิตกำลังคนและงานวิจัยที่ตรงกับความต้องการของประเทศ
3) งบประมาณ
ซึ่งจะต้องให้เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยง เช่น
เรื่อง ICT เพื่อการศึกษา จะต้องมาพิจารณาบูรณาการทั้งด้านโครงข่าย
เนื้อหา และฐานข้อมูล


ถ่ายภาพ
:


ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี


ภายหลังการประชุม
นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ได้เปิดเผยถึงประเด็นการประชุมข้างต้น รวมทั้ง
การรายงานติดตามสถานการณ์ปัญหาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
(เอแบค) ซึ่งขณะนี้มีความขัดแย้งและรุนแรงมากขึ้น
จนส่งผลให้มหาวิทยาลัยหยุดเรียนไปแล้ว 2 วัน ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 30
ธันวาคมที่ผ่านมา
ก็มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งของทั้งสองฝ่ายบริเวณประตูด้านหน้ามหาวิทยาลัย
อัสสัมชัญ
วิทยาเขตหัวหมาก
ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอุดมศึกษาไทยเป็นอย่างมาก
ทั้งที่ระดับปัญญาชนควรจะใช้วิถีทางแห่งปัญญา
ที่ควรจะต้องใช้วิธีเจรจาพูดคุยกัน

ดังนั้น รมว.ศึกษาธิการ
จึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 
แจ้งต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)
ซึ่งมีอำนาจโดยตรงในการดูแลมหาวิทยาลัย
ให้จัดประชุมวาระเร่งด่วนในต้นเดือนมกราคม 2559
เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะเข้าไปควบคุมดูแล ซึ่งอำนาจทางกฎหมายที่ ศธ.จะนำมาใช้ควบคุมได้
คือ มาตรา 86 ตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
โดยจะมีคณะกรรมการเข้าไปควบคุมดูแลอย่างน้อย 5 คน และเมื่อเหตุการณ์ต่างๆ
กลับสู่สภาวะปกติแล้ว ก็จะให้สภามหาวิทยาลัยนั้นๆ กลับไปดูแลเองเช่นเดิม
เช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยอีสาน


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 481/2558