Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ผลประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 10/2559

Advertisement

0

                             นายชัยพฤกษ์
เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยมี
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นประธานการประชุมว่า ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ฯ
การคัดเลือกและพัฒนาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. พร้อมกำหนด
กรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา
สพฐ.
ให้แล้วเสร็จภายในวันที่
11 พฤศจิกายน 2559

เพิ่มเพื่อน


• เห็นชอบ (ร่าง)
หลักเกณฑ์และวิธีการ
คัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กล่าวว่า


จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/851 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559
เพื่อขอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัด สพฐ.
ซึ่งได้มีการประชุมหารือระหว่างคณะทำงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ ที่เกี่ยวข้องแล้ว


ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว มีมติ
เห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัด สพฐ. ดังนี้

Advertisement


  • หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ฯ
    ให้ใช้คัดเลือกเฉพาะปี 2559

    และใช้คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
    ทั่วประเทศ



  • ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน

    ตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา


  • การคัดเลือกไม่มีการแบ่งกลุ่มทั่วไป
    และกลุ่มประสบการณ์


  • ผู้สมัครต้องเลือกสมัคร
    ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
    หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
    หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้เพียงแห่งเดียว หากสมัครเกินกว่า
    1 แห่งจะตัดสิทธิ์การคัดเลือกทั้งหมด


  • หลักสูตรการคัดเลือก
    แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข
    ความเหมาะสมกับตำแหน่ง


  • ให้ สพฐ. เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบภาค
    และกำหนดตัวชี้วัด องค์ประกอบ
    และคะแนนการประเมินในภาค ข


  • ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)
    หรือ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสอบ
    ภาค
    ก และประเมิน ภาค ข


  • ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน
    ภาค ก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และต้องได้คะแนนภาค
    ก และภาค ข รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60


  • การบรรจุและแต่งตั้ง ให้ กศจ. หรือ
    อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
    ดำเนินการ หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษใด
    ยังมีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกที่ยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี
    ให้เรียกตัวผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากบัญชีก่อน
    หากไม่มีบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่เดิม หรือมีแต่เรียกจนหมดบัญชี
    หรือบัญชีถูกยกเลิกแล้ว ให้เรียกตัวผู้ได้รับการคัดเลือกจากบัญชี กศจ.
    หรือ บัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
    ที่ได้ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ตามลำดับที่
    และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัคร โดยไม่มีการขึ้นบัญชี


  • ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53
    สั่งบรรจุและแต่งตั้ง

    ผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและผ่านการ
    พัฒนาก่อนบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้ว
    ตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร



  • ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้

    ต้องได้รับการประเมินการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามวิธีการ
    องค์ประกอบ และตัวชี้วัด ที่ สพฐ.กำหนด
    หากมีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ สพฐ. ดำเนินการตามกฎ ก.ค.ศ.
    ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ. 2551 ข้อ 1 (7)


  • ให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ.
    สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี
    ดำเนินการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นการเฉพาะบุคคล

    เมื่อผู้นั้นมีกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
         –
    ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกที่มีอยู่เดิม
    หรือบัญชีที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้
    บัญชีใดบัญชีหนึ่งไปแล้ว
         – ไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามวัน เวลา
    และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง
         – มารายงานตัวแต่ไม่เลือกสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง
         – แจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง
         – ในวันที่บรรจุและแต่งตั้ง
    มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งและไม่ผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง




เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการ
พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


  • การพัฒนา 

    กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก
    เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
    โดยให้มีการพัฒนาสมรรถนะผู้อำนวยการสถานศึกษา
    เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60
    ชั่วโมง ด้านคุณลักษณะผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์
    ภาวะผู้นำ
    ทางวิชาการ และการบริหารและจัดการในสถานศึกษา
    ผู้เข้ารับการพัฒนาต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา
    ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการพัฒนา
    และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
    หากไม่ผ่านการประเมินต้องเข้ารับการพัฒนาใหม่


  • มาตรฐานการพัฒนา  ให้ สพฐ.
    ดำเนินการดังนี้
         1) การบริหารจัดการ  จัดทำรายละเอียดหลักสูตรและคู่มือการพัฒนา
    แผนพัฒนา คัดเลือกวิทยากรและวิทยากรพี่เลี้ยง
    และดำเนินการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด
    โดยวิทยากรและวิทยากรพี้เลี้ยงต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพเหมาะสม
    มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับในทางวิชาการ
         2) สื่อ และนวัตกรรมการพัฒนา
    ให้จัดทำคู่มือและสื่อประกอบการพัฒนาให้ผู้เข้ารับการพัฒนาทราบ
         3) สถานที่ที่ใช้ในการพัฒนาต้องเหมาะสม
         4) การประเมินผลการพัฒนา

    ต้องมุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน



  • หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง
    ให้ สพฐ.ดำเนินการกำกับ
    ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ ภายใน 1 ปี
    หากไม่ผ่านจะต้องกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม โดย
    ที่ประชุมมอบ สพฐ.
    และ ก.ค.ศ.

    ไปหารือเกี่ยวกับตำแหน่งในอัตราทดแทน



  • หลังจากผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง

    ให้มีการพัฒนาอีกไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง
    สำหรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
    และให้มีผลย้อนหลังไป ณ วันที่ผ่านการพัฒนาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60
    ชั่วโมง

  • การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการนี้
    ให้ใช้เฉพาะในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ในปี
    พ.ศ. 2559 เท่านั้น




นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.
กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ

ตามร่างหลักเกณฑ์นี้ในประกาศรับสมัครด้วย
โดยเฉพาะผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งผู้สมัครจะได้รับทราบก่อนและจะต้องลงนามเพื่อบริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามค่าน้ำหนักตัวชี้วัดตามที่กำหนดอย่างชัดเจน
โดยภายใน 6 เดือนจะมีการประเมินรอบแรก และ
6 เดือนถัดไปจะประเมินรอบที่สอง
หากผู้ใดไม่ผ่านการประเมิน
การปฏิบัติงานในหน้าที่จะได้รับการแจ้งล่วงหน้า




เห็นชอบให้มีการปรับปรุง
กรอบระยะเวลาในการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(เพิ่มเติม)


โดยให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)
พิจารณาคำร้องขอย้ายของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ.
ไปตำแหน่งที่จะว่างเนื่องจากการเกษียณอายุราชการและตำแหน่งว่างกรณีอื่น ๆ
ให้แล้วเสร็จ ภายในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2559

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ

You might also like