Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ข้าราชการควรอ่าน!! ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว!! ผู้บังคับบัญชาสั่งงาน ทางวาจา ไลน์ โทรศัพท์ ฯลฯ ถือเป็นคำสั่งโดยชอบ!!

ข้าราชการควรอ่าน!! ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว!! ผู้บังคับบัญชาสั่งงาน ทางวาจา ไลน์ โทรศัพท์ ฯลฯ ถือเป็นคำสั่งโดยชอบ!!

Advertisement

ข้าราชการควรอ่าน!! ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว!! ผู้บังคับบัญชาสั่งงาน ทางวาจา ไลน์ โทรศัพท์ ฯลฯ ถือเป็นคำสั่งโดยชอบ!!

เพิ่มเพื่อน

ออกคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยวาจา … เจ้าหน้าที่ตามคําสั่งใด ? ต้องรับผิด !

Advertisement

นางสาวฐิติพร ป่านไหม พนักงานคดีปกครองชํานาญการ

กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร

สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง

ในทางปฏิบัติของการจัดทําภารกิจของหน่วยงานทางปกครอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทําบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคนั้น หน่วยงานทางปกครองจะมีการมอบหมายหรือแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดเป็นผู้ควบคุมดูแลหรือดําเนินการเพื่อให้ภารกิจดังกล่าวบรรลุผลสําเร็จซึ่งโดยทั่วไปหน่วยงานทางปกครองหรือผู้มีอํานาจเลือกที่จะใช้รูปแบบการออกคําสั่งเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่ในบางกรณีหน่วยงานทางปกครองหรือผู้มีอํานาจอาจเลือกที่จะใช้รูปแบบการออกคําสั่งด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดปฏิบัติหน้าที่

ถ้ากิจการงานที่มอบหมายนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือมีความจําเป็น โดยกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ได้กําหนดรูปแบบไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องออกคําสั่งโดยทําเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งกรณีเช่นนี้หน่วยงานทางปกครองย่อมสามารถที่จะออกคําสั่งทางปกครองโดยถือปฏิบัติตามรูปแบบที่พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กําหนดไว้กล่าวคือ การออกคําสั่งทางปกครองอาจทําเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาหรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้แต่ต้องมีข้อความหรือความหมาย
ที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ (มาตรา ๓๔) และในกรณีที่คําสั่งทางปกครองเป็นคําสั่งด้วยวาจา

ถ้าผู้รับคําสั่งร้องขอและการร้องขอได้กระทําโดยมีเหตุอันสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคําสั่ง เจ้าหน้าที่ผู้ออกคําสั่งต้องยืนยันคําสั่งนั้นเป็นหนังสือ (มาตรา ๓๕) และคําสั่งทางปกครองนั้นย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุอื่น (มาตรา ๔๒ วรรคสอง)

อย่างไรก็ดีในเรื่องนี้อาจเกิดประเด็นปัญหาว่า ถ้าแต่เดิมผู้มีอํานาจได้ออกคําสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ต่อมาผู้มีอํานาจได้ออกคําสั่งด้วยวาจาเปลี่ยนแปลงให้เจ้าหน้าที่อื่นทําหน้าที่แทน โดยไม่ได้ยกเลิกคําสั่งเดิมที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายตามคําสั่งซึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่

คดีปกครองที่นํามาเป็นอุทาหรณ์ในคอลัมน์กฎหมายใกล้ตัวฉบับนี้เป็นกรณีที่หน่วยงานทางปกครองมีคําสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับคําสั่งแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทําละเมิด ทั้งที่ความเสียหายเกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้มีอํานาจได้มอบหมายงานด้วยวาจาให้เจ้าหน้าที่อื่นเป็นผู้รับผิดชอบแทนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มีว่า

เทศบาลตําบลเสาไห้ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓) ได้มีคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรแต่งตั้งให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งดํารงตําแหน่งเป็นช่างโยธาเป็นผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างงานก่อสร้างปรับปรุงและตกแต่งอาคารที่ทําการ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยนายกเทศมนตรี
ได้มีคําสั่งด้วยวาจาให้ปลัดเทศบาลตําบลเสาไห้ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ปรับเปลี่ยนผู้ทําหน้าที่ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงมีคําสั่งด้วยวาจาให้ว่าที่ร้อยตรีอ. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒)ทําหน้าที่เป็นผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างแทนผู้ฟ้องคดี

ต่อมา สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคตรวจสอบพบว่า การก่อสร้างดังกล่าวเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินความเป็นจริง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จึงมีคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดซึ่งเห็นว่าผู้ฟ้องคดีไม่ได้ควบคุมงานจ้างจึงให้รับผิดร้อยละ ๒๕ ของค่าเสียหายทั้งหมดแต่กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยให้รับผิดในฐานะผู้ควบคุมงานในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าเสียหายทั้งหมดและในฐานะกรรมการตรวจการจ้างร่วมกับกรรมการอื่นจํานวนคนละ ๑๕,๓๓๘.๖๐ บาท

Advertisement

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว และหลังจากผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์และผู้ว่าราชการจังหวัดให้ยกอุทธรณ์ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องต่อศาลขอให้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งเพิกถอนคําสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย

คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคําพิพากษาเพิกถอนคําสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จึงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดว่า คําสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงานเป็นคําสั่งราชการที่ต้องกระทําเป็นลายลักษณ์อักษร

ซึ่งผู้ฟ้องคดีสามารถร้องขอให้มีการยืนยันคําสั่งด้วยวาจาเป็นหนังสือได้การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้โต้แย้งหรือร้องขอดังกล่าวย่อมแสดงว่ามีเจตนาที่จะผูกพันในสิทธิและหน้าที่การเป็นกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงาน

เนื่องจากคําสั่งทางปกครองย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุผลอื่นประเด็นที่น่าสนใจ ประเด็นแรก คือ การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้โต้แย้งหรือร้องขอให้มีการยืนยันคําสั่งเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างเป็นหนังสือ จะถือว่าผู้ฟ้องคดียังคงมีเจตนาที่จะผูกพันในหน้าที่ดังกล่าวหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิในการร้องขอให้เจ้าหน้าที่ออกคําสั่งยืนยันเป็นหนังสือ เป็นสิทธิของผู้รับคําสั่ง ซึ่งหากต้องการให้คําสั่งด้วยวาจามีการยืนยันเป็นหนังสือก็มีสิทธิร้องขอต่อผู้ออกคําสั่งได้แต่การไม่ใช้สิทธิร้องขอไม่มีผลทําให้คําสั่งด้วยวาจาสิ้นผลไป และการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีคําสั่งด้วยวาจาเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างแล้ว คําสั่งดังกล่าวย่อมมีผล
เป็นการเพิกถอนคําสั่งแต่งตั้งเดิม

ประเด็นที่สอง ผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดจากการกระทําละเมิดหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคําสั่งด้วยวาจาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง ย่อมมีเจตนาที่จะไม่ให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างประกอบกับในใบตรวจรับการจ้างเหมาทั้งหมดไม่มีชื่อของผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ลงนามในฐานะกรรมการตรวจการจ้างในทุกงวดงาน

แต่ปรากฏชื่อของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และกรรมการตรวจการจ้างคนอื่น อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ให้การยอมรับว่ามีคําสั่งด้วยวาจาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เข้าทําหน้าที่ผู้ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง และผู้ฟ้องคดีไม่เคยเข้าร่วมเป็นกรรมการตรวจการจ้างในทุกงวดงาน ดังนั้นแม้จะไม่มีคําสั่งเพิกถอนคําสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีแต่คําสั่งด้วยวาจาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ทําหน้าที่ดังกล่าวแทนได้มีการปฏิบัติตามตลอดมา จึงรับฟังได้ว่าผู้ฟ้องคดีมิได้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้างตั้งแต่ต้น ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีส่วนต้องรับผิดใด ๆ ในความเสียหายที่เกิดขึ้นคําสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คําพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดที่อ. ๕๙๘/๒๕๕๗)

คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการที่ดีว่ากรณีกฎหมายเฉพาะไม่ได้กําหนดรูปแบบการออกคําสั่งทางปกครองไว้การที่หน่วยงานทางปกครองมีคําสั่งด้วยวาจามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใดนั้น ย่อมมีผลบังคับได้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

โดยหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต้องผูกพันต่อคําสั่งทางปกครองนั้น และถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้มีอํานาจได้เคยมีการออกคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรมอบหมายหน้าที่ในเรื่องเดียวกันนั้นแก่เจ้าหน้าที่ไว้แล้ว และต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยการออกคําสั่งด้วยวาจาให้เจ้าหน้าที่คนใหม่เป็นผู้ทําหน้าที่แทน ย่อมมีผลทําให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรพ้นจากทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบ

ดังนั้นเมื่อมีความเสียหายจากงานที่ได้รับมอบหมายเกิดขึ้น หน่วยงานทางปกครองย่อมไม่อาจเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้

ที่มา : (วารสารกรมประชาสัมพันธ์คอลัมน์กฎหมายใกล้ตัว ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๕๘)