Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

พลิกโฉม”แผนการศึกษาแห่งชาติ”แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง

Advertisement

0

พลิกโฉม แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

ในปี 2559 เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
ด้วยแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552-2559 (ฉบับปรับปรุง) ที่ใช้อยู่เวลานี้
กำลังจะสิ้นสุดลง ดังนั้น สกศ.ต้องเร่งจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2560-2574 ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 15 ปี
โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันประกาศใช้ในปี พ.ศ.2560

“แผนการศึกษาแห่งชาติเปรียบเสมือน “ธรรมนูญการศึกษา”
ที่ได้กำหนดกรอบและแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อใช้ในการเตรียมพร้อมเด็กและ
เยาวชนในอีก 15 ปีข้างหน้าให้พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21
และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ
สภาพสังคมโลก” ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
สะท้อนความสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พร้อมเปิดเผยว่า
ขณะนี้การยกร่างแผนการศึกษาฯ ที่มี ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ
ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นประธาน
คืบหน้าไปแล้ว 40% โดยได้กำหนดหลักการสำคัญ คือ
เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่
พัฒนาแล้ว มุ่งเน้นการประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
และการศึกษาเพื่อการมีงานทำและสร้างงานได้ ประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ได้แก่
หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมาย หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา หมวดที่ 3
แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ และหมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา ซึ่งทั้ง 4
หมวดผ่านการระดมความคิดเห็นทั้งสิ้น

ส่วนแผนการทำงานขั้นตอนต่อไปนั้น ดร.กมล แจงว่า
ที่ผ่านมาพบว่าแผนการศึกษาที่ทำไปนั้นองค์กรหลักของ
ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยิบนำไปใช้จริงประมาณ 15%
ทั้งที่ความจริงควรต้องนำไปใช้ไม่น้อยกว่า 80% เพราะฉะนั้น
เพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้มีความสมบูรณ์
สกศ.จะเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมลงรายละเอียดในแต่ละหมวดของร่างแผนการศึกษาให้
สอดคล้องกับแผนพัฒนาระยะ 15 ปี ที่แต่ละหน่วยงานกำลังจัดทำอยู่
เพื่อที่เมื่อถึงเวลานำไปปฏิบัติจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
พัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาได้ตรงตามเป้าหมายและมาตรฐานที่วางไว้

“ราวเดือนมกราคม-มีนาคม 2559 เป็นช่วงสำคัญ จะเริ่มคิกออฟครั้งใหญ่
จัดประชุมวิชาการเชิญนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิของไทยและต่างประเทศ
หรือตัวอย่างประเทศที่ทำข้อมูลแผนการศึกษาประสบความสำเร็จมาบอกเล่า
ประสบการณ์ และแบ่งกลุ่มให้องค์กรหลัก
ศธ.และทุกหน่วยงานมาร่วมวงถกแถลงและปรับแผนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่นาน
จากนั้นจะนำแผนลงไปสู่ระดับพื้นที่ว่ามีสิ่งใดติดขัดหรือไม่
ประกอบกับเรารวมกลุ่มประชาคมอาเซียนแล้ว มีความเชื่อมโยงประเทศสมาชิก
ยิ่งต้องคำนึงถึงความแตกต่าง ความต้องการทางด้านการศึกษาและด้านอาชีพ
จึงอาจจะไม่สามารถใช้แผนแผนเดียวกับทุกพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม
จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเสนอ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รมว.ศึกษาธิการ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป” เลขาธิการ
สกศ.ระบุ

นอกจากนี้ สกศ.มีแนวคิดจะปรับโฉมรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติใหม่ โดย
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ
ได้มอบให้ไปศึกษาแผนการศึกษาแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย
มาเป็นต้นแบบในการจัดทำ ซึ่งพบว่าแผนการศึกษาของมาเลเซียเป็นระยะยาว 15
ปีเช่นเดียวกับของไทย แต่ที่ต่างกันคือ เขาจะกำหนดชัดไว้ในช่วง 5 แรก 5
ปีถัดมา และ 5 ปีสุดท้ายมีแผนการทำงานอะไรบ้าง วางเป้าหมาย
ทิศทางการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
รวมไปถึงยกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ประกอบ
เพราะฉะนั้นรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จากเดิมที่จะเป็นเชิงวิชาการ
ก็จะเปลี่ยนทำในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ใช่แค่เพียงรูปแบบสวยงามน่าอ่าน
ยังมุ่งให้ประชาชนอ่านง่าย เข้าใจ
มองเห็นกระบวนการทำงานและผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้น
โดยมีตัวอย่างหรือกรณีศึกษาที่เห็นผลเป็นรูปธรรมประกอบ

“ที่สำคัญผมจะฟื้นการทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติขึ้นอีกครั้ง
เพราะพบว่าที่ผ่านมา สกศ.หยุดทำไป โดยขณะนี้ได้เสนอ
พล.อ.ดาว์พงษ์แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 12
(พ.ศ.2560-2564) ระยะเวลา 5 ปี มีเลขาธิการ สกศ.เป็นประธาน
ซึ่งแผนนี้จะสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ 15 ปี
แต่จะกำหนดรายละเอียดของแผนงานโครงการหลักๆ การกำหนดเป้าหมาย งบประมาณ
และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เพื่อหน่วยงานต่างๆ
นำไปดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล” ดร.กมล กล่าวในที่สุด

สาระสำคัญของทั้ง 4 หมวดหลักในร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2574
ดังนี้ หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
เน้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยการสร้างทักษะ
ความรู้ความสามารถและสมรรถนะ ให้ครอบคลุมการศึกษาในทุกระดับ
ให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ
และเน้นความเสมอภาคทางเพศ โดยเชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา เห็นว่าระบบการศึกษาไม่ควรยึดตามกรอบเวลา
ควรเน้นตามศักยภาพของผู้เรียน
หากสามารถเรียนจบได้เร็วก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น
เพิ่มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความสามารถพิเศษ
รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (e–education)
และการเรียนรู้ด้วยตนเอง

หมวดที่ 3 แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ
ให้ความสำคัญกับการลดบทบาทหน่วยงานส่วนกลางจากการเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็น
ผู้กำกับนโยบาย แผน คุณภาพและมาตรฐาน การติดตามประเมินผล
กระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา
ปรับระบบการจัดสรรเงินงบประมาณจากเดิมที่จัดสรรผ่านสถานศึกษามาเป็นการจัด
สรรผ่านผู้เรียนให้มากขึ้น เน้นหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนให้เป็นคนดี
มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย เสียสละ การสร้างทัศนคติ
ค่านิยมที่ถูกต้อง

หมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา
เน้นการให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
การจัดทำหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของชุมชนในท้องถิ่น
กระบวนการผลิตและพัฒนาครู การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพครู จูงใจคนดี คนเก่ง
มีความสามารถเข้าสู่วิชาชีพครู การจัดสรรทุนสนับสนุนผู้เรียนที่มีศักยภาพ
ด้อยโอกาส ยากจน และขาดแคลนทุนทรัพย์

ที่มา : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คมชัดลึก วันที่ 5 มกราคม 2559

Advertisement