Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“พิษณุ”ลุยหาคนดิสเครดิตกรณีพิมพ์แบบเรียน

Advertisement

“พิษณุ”ลุยหาคนดิสเครดิตกรณีพิมพ์แบบเรียน

ปฎิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้าฯ แจ้งความกลับคนให้ข้อมูลเท็จยอดจำหน่ายแบบเรียนทำองค์การค้าฯเสียหาย

เพิ่มเพื่อน

พุธที่ 2 สิงหาคม 2560 เวลา 18.13 น.

วันนี้ (2 ส.ค.) ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. เปิดเผยว่า ตามที่นายวิชิต คำแก้ว ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต ให้ดำเนินคดีกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และตน  อ้างว่าปล่อยปละละเลยให้สำนักพิมพ์เอกชนแห่งหนึ่งนำหนังสือที่ไม่ผ่านการตรวจของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกจำหน่าย ทั้งยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดกับสำนักพิมพ์แห่งนี้ ในส่วนของตนที่ดูแลองค์การค้าฯก็ถูกกล่าวหาให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับยอดจำหน่ายขององค์การค้าฯ สร้างความเสียหายให้แก่ตนและองค์การค้าฯ ดังนั้นตนจึงได้มอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายพิชิต พร้อมทั้งกำลังสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังในขบวนการกล่าวหาและดิสเครดิสตนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วย ซึ่งหากพบข้อมูลเกี่ยวโยงไปถึงใครบ้างก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

Advertisement

 

ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลประกอบการในฤดูการขายที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นเราสามารถอุดรูรั่วทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยล่าสุดมียอดรายได้อยู่ที่ 2,872 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่าย และเรื่องดอกเบี้ยที่เราแบกรับอยู่ทำให้เรายังมีตัวเลขขาดทุนอยู่ประมาณ 500,000 กว่าบาท แต่ถือว่าดีขึ้นจากปีที่แล้วที่ขาดทุนอยู่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่เราสามารถลดการขาดทุนได้มากขนาดนี้ เพราะได้มีความพยายามในการเจรจา เพื่อหาทางปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ต่าง ๆ ลงไปได้มาก และต่อไปจะมีการตัดลดรายจ่ายในเรื่องของเงินเดือนและค่าจ้างของลูกจ้าง ส่วนใดไม่จำเป็นต้องจ้างลูกจ้างทำงานแล้วก็ต้องเลิกจ้างไป แม้แต่การจ้างบริษัททำความสะอาดปีละนับ 10 ล้านบาท แต่กลับให้พนักงานของบริษัทมาทำโอทีแล้วเบิกเงินจากองค์การค้าฯ ซึ่งตนถือว่าไม่ถูกต้อง องค์การค้าฯไม่ควรเสียเงินในเรื่องที่ไม่ควรเสีย

“นอกจากนี้จะมีการนำสินค้าค้างสต๊อคที่อดีตผู้บริหารองค์การค้าฯซื้อไว้เต็มโกดังแต่ขายไม่ได้ เช่น หนังสือที่ซื้อจากบริษัทแห่งหนึ่ง จำนวน 1.4 ล้านเล่ม กว่า 251 ล้านบาท ที่ยังขายไม่ออกก็จะนำมาลดราคาหน้าปกเพื่อนำออกจำหน่าย เสื้อผ้าที่สั่งซื้อมาแต่ขายไม่ออก หรือแม้แต่ทองเหลืองที่ซื้อมาทำหัวเข็มขัด หรือตราสัญลักษณ์ลูกเสือ เนตรนารีพบมีในสต๊อคถึง 31 ตัน หากนำมาผลิตและจำหน่ายตามยอดที่จำหน่ายจริงในแต่ละปีคงผลิตได้ถึง 100 ปีจึงจะหมด สินค้าต่างๆ ที่เรามีเหล่านี้เป็นเพียงสินค้าบางส่วนที่อดีตผู้บริหารองค์การค้าฯบางคนจัดพิมพ์ และจัดซื้อมาโดยไม่คำนึงถึงยอดจำหน่ายที่แท้จริง ถือเป็นการฉ้อฉลทำให้องค์การค้าฯลำบากอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นตนจึงสั่งให้มีการตรวจสอบหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อฉลเหล่านี้แล้ว และจะพยายามนำออกมาจำหน่ายเพื่อนำเงินรายได้เข้าองค์การค้าฯต่อไป”ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ กล่าว



อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ พุธที่ 2 สิงหาคม 2560 เวลา 18.13 น.

Advertisement

You might also like