Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

มติเอกฉันท์สั่งไล่ออกแล้ว “ขรก.ซี8″โกงเงินเด็ก

Advertisement

มติเอกฉันท์สั่งไล่ออกแล้ว “ขรก.ซี8″โกงเงินเด็ก

เพิ่มเพื่อน

ปลัด ศธ.สรุปผลประชุม อ.ก.พ.สป. มีมติเอกฉันท์ 7 : 0 เสียง ไล่ออก “รจนา” ยักยอกเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตกว่า 100 ล้านบาท

Advertisement

จันทร์ที่ 26 มีนาคม 2561 เวลา 19.30 น.

วันนี้ (26มี.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสำนักงานปลัด ศธ. (อ.ก.พ.สป.) ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะมีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที ข้าราชการระดับ 8 ศธ. กรณีกลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)

ได้ตรวจพบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกว่า 88 ล้านบาท โดยการประชุมดังกล่าวใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งนายการุณ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 : 0 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนา เป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานไม่ปฎิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลและไม่ปฎิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ

Advertisement

และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานปฎิบัติหรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) มาตรา 83 (1) (4) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0205/ว234 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2536 จึงมีมติลงโทษไล่นางรจนา สินที ออกจากราชการ

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับมติดังกล่าวจะมีผลทันที ส่วนการขยายผลไปยังบุคคลอื่นอยู่ระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการ หากมีใครเข้าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป โดย ศธ.จะส่งผลสรุปโทษไล่ออกให้นางรจนารับทราบ และส่งให้ ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. ได้ไปใช้ในการประกอบดำเนินคดีอีกทางหนึ่งด้วย.

ด้านมติชนออนไลน์ได้นำเสนอประเด็นนี้ว่า

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ( (อ.ก.พ. สป.ศธ.) เพื่อพิจารณาโทษวินัยนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ของ สป.ศธ. อดีตผู้ดูแลกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่โอนเงินกองทุนฯ ไปยังบัญชีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นญาติพรรรคพวกและพี่น้องระหว่างปี 2550-2561 มากกว่า 22 บัญชี ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยที่ประชุมใช้เวลาพิจารณานานกว่า 2.30 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ลงโทษวินัยอย่างร้ายแรงนางรจนา ไล่ออกจากราชการ โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนา เป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงใน 3 เรื่อง คือ 1.ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี(ครม.) นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง 2.ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และ3.ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82(2) มาตรา83(1) ประกอบมาตรา 85(1)(4)และ (7) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติ ครม. เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่นร 0205/ว234 วันที่ 24 ธันวาคม 2536

“คณะกรรมการ อ.ก.พ.สป.ศธ. ทั้ง 7 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ ลงโทษนางรจนา ไล่ออกจากราชการ ถือเป็นความผิดขั้นวินัยอย่างร้ายแรง จะไม่ได้รับบำเหน็จ บำนาญ ส่วนขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะนี้ทราบว่า ปปง. ป.ป.ท. เตรียมส่งเรื่องให้อัยการสั่งฟ้อง ซึ่งนางรจนาก็จะต้องไปให้การต่อศาล ขณะเดียวกันศธ.จะขยายผล สืบสวนข้อเท็จจริงเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย”นายการุณ กล่าว และว่า ทั้งนี้มีผลตั้งแต่บัดนี้ อย่างไรก็ตามหากนางรจนา เห็นว่ามติดังกล่าวไม่เป็นธรรม สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันตามระเบียบราชการ

อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ จันทร์ที่ 26 มีนาคม 2561 เวลา 19.30 น.

You might also like