Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รมว.ศธ.ยืนยันว่าไม่มีการใช้ มาตรา 44 ยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แน่นอน

Advertisement

การประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2560 วันที่ 31 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร

เพิ่มเพื่อน


Advertisement

พิธีเปิดและบรรยายพิเศษ

โดย นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

1. ยืนยันว่าไม่มีการใช้ มาตรา 44 ยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แน่นอน

2. วิทยฐานะครูจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

3. กรณีที่มีความไม่เข้าใจเรื่องครูผู้ช่วย ซึ่งมีความขาดแคลนในบางสาขาค่อนข้างมาก ขอให้เชื่อว่ามี

เจตนาดี ขณะนี้ 17 สาขาวิชาไม่มีการผลิตแล้ว จึงมีความจ าเป็นที่ต้องรับสมัครผู้จบการศึกษาสาขาที่ขาดแคลนที่ยัง

ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูมาเป็นครูผู้ช่วย โดยจะมีการประเมินทุก 6 เดือน

4. เรื่องการประเมินเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา มีการแก้กฎกระทรวงใหม่ ไม่มีตัวชี้วัดใด ๆ

หน่วยงานประกันคุณภาพภายใน คือ สถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยก ากับสถานศึกษา โดยผู้อ านวยการ

สถานศึกษาจะเขียนประเมินตนเอง ตอบค าถาม 2 ข้อ ข้อ 1 โรงเรียนได้มาตรฐานหรือไม่ ข้อ 2 รู้ได้อย่างไรว่าได้

มาตรฐาน จากนั้นส่งรายงานไปให้ส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)

และเมื่อครบรอบการประเมินส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จะมาดู

รายงานตามที่เขียนไปแล้วสรุปรายงานส่งให้กระทรวงศึกษาธิการ ท าให้ครูมีเวลาอยู่ในโรงเรียนมากขึ้น

5. เรื่องการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย มีการประชุมร่วม 30 องค์กร พบว่า มีเด็ก 3 ขวบ อยู่ประมาณ

750,000 คน อยู่ในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประมาณ 1,000 คน อยู่ในศูนย์พัฒนา

เด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 430,000 คน อยู่ระดับอนุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประมาณ 60,000 คน อยู่ในโรงเรียนเอกชน ประมาณ 190,000 คน ขณะเดียวกันเด็ก 4 ขวบ มีอยู่ประมาณ

800,000 คน อยู่ในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประมาณ 450,000 คน อยู่ในโรงเรียน

เอกชน 210,000 คน อยู่ระดับอนุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 80,000 คน และคงต้องให้

องค์การบริหารส่วนต าบล/องค์การบริหารส่วนจังหวัด เปลี่ยนศูนย์เด็กเล็กเป็นอนุบาล 

โครงการทวิศึกษา

โดย นายสุนันท์ เทพศรี ผู้แทนจากส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีความพยายามให้เด็กมีพื้นฐานทางอาชีพ โดยจัดโครงการเกี่ยวกับ

งานอาชีพ มีการพัฒนาและประสานงานกับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มผู้เรียนให้มากที่สุด

ขอบคุณผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษา ที่ให้ความร่วมมือกับทวิศึกษา เด็กจบทวิศึกษามีงานท าเกือบ 100 % ปีนี้คาดว่านักเรียนจะเข้าเรียนต่อ

อาชีวศึกษาประมาณ 45 % ซึ่งขณะนี้มีการปรับหลักสูตรปริญญาตรี เพื่อให้เด็กมีการฝึกปฏิบัติการมากขึ้น

โดยส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะประสานงานกับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ท าให้การศึกษาเพื่อการมีงานท ามีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

การจัดซื้อจัดจ้าง

การจัดซื้อคอมพิวเตอร์ DLIT กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รัฐบาลให้ก่อหนี้ผูกพันภายใน 31 มีนาคม 2560

ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องมีหน้าที่จัดท าสเป็คครุภัณฑ์ด้วย โดยแต่งตั้ง

คณะกรรมการและประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้และทักท้วง ถึงจะเป็น TOR ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณี ท าไม่ทัน

ตามก าหนดได้ส่งเรื่องขอขยายเวลากับส านักงบประมาณแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นว่าไม่ควร

กระจายงบประมาณให้โรงเรียน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรเป็นผู้ด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างเองต่อไป ด้วยวิธี

e-bidding

การยกเลิกวิทยฐานะ ว. 13

1. มีผู้ที่ส่งเรื่องมาแล้ว ประมาณ 5,000 คน จะรีบตรวจผลงานให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

2. การประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ ที่จะใช้แทน ว.13/2556 คาดว่าจะเป็นวันที่

5 กรกฎาคม 2560

3. ส าหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติ ตามหลักเกณฑ์ ว.13/2556 หากมีการประกาศใช้

หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ สามารถยกเลิกค าขอตามหลักเกณฑ์เก่า และมายื่นเสนอขอตามหลักเกณฑ์

ใหม่ได้ ซึ่งขั้นตอนการประเมินคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

4. การกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้เสนอขอตามหลักเกณฑ์ ว.13/2556 เดิมคณะกรรมการข้าราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษาจะเพิ่มจ านวนเจ้าหน้าที่กลั่นกรองให้มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มรางวัลตรง

กับกลุ่มตรงบางรางวัลบวกผลงานเทียบเคียง

เรื่องอื่น ๆ

1. การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ให้ดูพื้นที่รับผิดชอบของโรงเรียนสังกัดเอกชนก่อน ไม่ควรเปิดซ้ าซ้อน

กับเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเป็นผู้รับผิดชอบ

การจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยเป็นหน่วยงานสุดท้าย

2. เรื่องโรงเรียนดีใกล้บ้าน ตามที่ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ส านักงานเขตพื้นที่

การศึกษา ตรวจสอบความเหมาะสม ขณะนี้มีหลายเขตที่ยังไม่ส่งข้อมูล

3. การสอบบรรจุครูผู้ช่วย ต้องไม่มีปัญหาการทุจริตเด็ดขาด จังหวัดไหนที่มีปัญหาการร้องเรียนซ้ า ๆ ให้รีบ

หามาตรการป้องกันปัญหา มี 3 เรื่องที่ต้องควบคุมอย่างมาก คือ 1) เรื่องการจัดติวสอบ 2) ติดตามข่าวการหลอกลวง

ว่าสามารถช่วยให้สอบได้ 3) การวางระบบการจัดสอบ

4. ประเด็นที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีการปรับแก้การนับหน่วยกิต

30 หน่วยกิต ให้ตัดข้อความ “ทั้งนี้แต่ละเนื้อหาวิชาที่ศึกษาตามข้อ 1 และ ข้อ 2 จะต้องได้ระดับคะแนนไม่ต่ ากว่า

เกรด C” ออก

การสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วย

โดย นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ปีนี้ส านักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประกาศรับสมัครสอบแข่งขันบรรจุ

แต่งตั้งครูผู้ช่วย จ านวน 61 สาขาวิชา ซึ่งมี 17 สาขาวิชาเป็นสาขาวิชาที่ยังไม่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี 5 ปี

บางสาขาเปิดสอนแล้วแต่ยังไม่มีผู้จบการศึกษา อีก 8 สาขาวิชาที่เปิดสอนและมีผู้จบการศึกษาแล้ว แต่มีจ านวนน้อย

ท าให้บางเขตพื้นที่การศึกษามีผู้มาสมัครน้อยหรือไม่มีเลยหรือสอบผ่านน้อย ในจ านวน 61 สาขาวิชาที่เปิดสอบนั้น

จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 36 สาขาวิชา กลุ่มสอง 25 สาขาวิชา

กลุ่มแรก 36 สาขาวิชา ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือมีหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบ

วิชาชีพครู ตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน อยู่ก่อนหรือหลังวันเปิดรับสมัครหรือสอบแข่งขันวันสุดท้าย

Advertisement

และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติ

หน้าที่สอนนั้น ในวันบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องยังไม่หมดอายุ

กลุ่มสอง 25 สาขาวิชา ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือ หลักฐานที่แสดงในการประกอบวิชาชีพ

ครู ตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน อยู่ก่อนหรือหลังวันรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษา ต าแหน่งครูผู้ช่วย และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการ

ประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนนั้น ในวันบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและ

บุคลากรทางการศึกษาต้องยังไม่หมดอาย

หลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครู

โดย นายบูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ รองเลขาธิการคุรุสภา

1. ใบประกอบวิชาชีพครู

2. ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน

3. หนังสือรับรองสิทธิ

4. หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หมายถึง หลักฐานซึ่งออกให้ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้ และ

มาตรฐานประสบการณ์ วิชาชีพ ตามข้อบังคับคุรุสภา มีสิทธิประกอบวิชาชีพครูซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุมตามกฎหมาย

ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน หมายถึง หลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ถือว่ามีเฉพาะมาตรฐานความรู้

วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภามีสิทธิประกอบวิชาชีพครูโดยอยู่ในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

และเมื่อได้ปฏิบัติการสอนเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้น าหลักฐานการผ่านการรับรอง ประสบการณ์การสอน

จากสถานศึกษาประกอบกับใบอนุญาต ปฏิบัติการสอนมาขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ ใบอนุญาต

ปฏิบัติการสอนนี้ มีอายุใช้ได้ 2 ปี เมื่อครบอายุ 2 ปี แล้วสามารถขอรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนได้อีกครั้งหนึ่ง

หนังสือรับรองสิทธิ หมายถึง หนังสือที่ส านักงานเลขาธิการคุรุสภา ออกให้แก่ผู้ยื่นค าขอขึ้นทะเบียน

รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

พ.ศ. 2547 และข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 เพื่อใช้แสดงว่า ผู้ถือหนังสือเป็นผู้มีสิทธิ

ในการประกอบวิชาชีพครู และอยู่ในระหว่างการด าเนินการเสนอออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ให้ผู้ยื่นค าขอ

หนังสือรับรองสิทธิมีอายุ 60 วัน นับแต่วันออก

หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หมายถึง หนังสือที่ส านักงาน

เลขาธิการคุรุสภาออกให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2547 และข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2548 แต่หน่วยงาน

หรือสถานศึกษามีเหตุผลและความจ าเป็นที่ต้องการให้ผู้นั้นประกอบวิชาชีพครูในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครู

ประกอบวิชาชีพได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายก าหนด โดยอาศัยอ านาจตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติสภาครู

และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการคุรุสภา จึงอนุมัติเป็นหลักการมอบให้เลขาธิการคุรุสภา

อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ประกอบวิชาชีพครูได้ โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบ

วิชาชีพ เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภา โดยมีเงื่อนไขผู้ได้รับอนุญาตจะต้องพัฒนาตนเองให้มี

คุณสมบัติครบถ้วน ตามที่คุรุสภาก าหนด เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป และหากผู้ได้รับใบอนุญาต

ลาออกจากสถานศึกษาที่ขออนุญาตนั้น การอนุญาตดังกล่าวถือว่ายกเลิก

งานวินัย

โดย นางสุจิตรา พัฒนะภูมิรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1. การพานักเรียนไปนอกสถานที่ ควรก าชับให้ดูแลความปลอดภัย ระมัดระวังอุบัติเหตุ ให้ปฏิบัติตาม

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548

2. ถ้าเกิดความเสียหายกับหน่วยงาน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ค าสั่ง 2864/2547

แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

3. ข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหาคดีอาญา แพ่ง ล้มละลาย ให้รายงานส านักงานคณะกรรมการการศึกษา

ขั้นพื้นฐานด้วย และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

4. ระมัดระวังการขาดอายุความในคดีต่าง ๆ รวมทั้งที่หน่วยงานอื่นให้ด าเนินการตามกฎหมาย เช่น ศาลสั่ง

ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ภายในก าหนดเวลาใด ก็ให้ด าเนินการตามระยะเวลาที่ก าหนดอย่างเคร่งครัด

5. การท างานที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริต คอร์รัปชัน

นายอัมพร พินะสา ผู้อ านวยการส านักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ

1. กรณีที่ผู้สมัครน า Transcript ที่เป็นภาษาอังกฤษ มาสมัครสอบ ไม่ให้ตัดสิทธิ์

2. การตัดสิทธิ์การสมัครของผู้รับสมัคร เจ้าหน้าที่รับสมัครมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน

เท่านั้น ไม่มีอ านาจวินิจฉัยคุณสมบัติ ให้รับไว้ก่อนเพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติวินิจฉัยเป็นผู้ตัดสิน

ในภายหลัง

3. การจ้างครู 6 เดือนแรก ในกรณีที่ต าแหน่งมีคนครอง ให้เกลี่ยภายในเขตพื้นที่การศึกษาก่อนที่ท า

สัญญาใหม่ การคืนอัตราต าแหน่งที่มีคนสอบได้ ขอให้รายงานอัตรากลับที่ส านักงานคณะกรรมการการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน และให้เสนอแผนความจ าเป็นที่ขอใช้คู่ขนานมาด้วย ยกเว้นต าแหน่งครูธุรการ และนักการภารโรง ให้คงไว้

ที่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา

โครงการพัฒนาครูที่ผูกพันกับการเลื่อนวิทยฐานะ

โดย นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

หลักสูตรอบรมครู

1. มีผู้ส่งหลักสูตรอบรมมา 1,600 หลักสูตร ผ่านการกลั่นกรองว่ามีประโยชน์จ านวน 1,451 หลักสูตร

โดยจะมีคณะกรรมการพิจารณาแต่ละหลักสูตร ในวันที่ 1 เมษายน 2560 จะประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์

2. การเบิกจ่าย ไม่สามารถเบิกได้ทั้งหมด อาจเป็นค่าลงทะเบียนอบรมไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ครูตัดสินใจ

ในการอบรม ซึ่งจะให้เบิกในอัตราการเบิกค่าใช้จ่ายของราชการ

3. การขอใช้สิทธิในการอบรมของครู จะมีกระบวนการในการด าเนินงานลงทะเบียน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษาต้องควบคุม การลงทะเบียนผู้เข้าอบรมไม่ให้ซ้ำซ้อน และควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ 

4. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะโอนงบประมาณให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

บางส่วน เช่น 30 % และจะมีระบบควบคุม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนและสำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษา สามารถเข้าไปใช้งานได้ทั้งเรื่องของคะแนน และเรื่องของงบประมาณ

5. ช่วงระยะเวลาการอบรมจะเริ่มวันที่ 20 เมษายน 2560 จนถึงวันเปิดภาคเรียน

ที่มา : http://plan.bopp-obec.info/tmp/upload/2017-04-12-11-14-26.pdf

You might also like