Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รมว.ศธ.เผย ผลสำรวจพบ “โรงเรียนไอซียู”กว่าหมื่นโรง “เบื้องต้น”เจอทั้งปัญหาขาดครูเด็กเรียนแย่-ไม่มารร.-ติดยา

Advertisement

0

“ธีระเกียรติ”เผยผลสำรวจ”เบื้องต้น”เจอทั้งปัญหาขาดครู-เรียนแย่-ไม่มารร.-ติดยา

“รมว.ศธ.”
เผยผลสำรวจเบื้องต้นมีโรงเรียนมีปัญหาในชั้นไอซียูกว่าหมื่นโรง ทั้งขาดครู
สัมฤทธิผลการเรียนต่ำ เด็กขาดเรียน บางแห่งติดยายกชั้นปี
เปิดช่องให้โรงเรียนแต่ละแห่งตรวจสอบตัวเองว่ามีปัญหาหรือไม่ ชี้
ผอ.โรงเรียนต้องแก้ปัญหา ถ้าทำได้มีรางวัล

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(รมว.ศธ.)
กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)
และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ
ตอนหนึ่งว่า การขับเคลื่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
ต่อจากนี้จะต้องเป็นนโยบายที่เห็นภาพและจับต้องได้
รวมถึงต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ข้อ และเรื่องสำคัญที่
ศธ.พยายามที่จะให้เกิดขึ้นให้ได้คือ
โครงการยกระดับโรงเรียนที่อยู่ในภาวะไอซียู
หรือโรงเรียนที่ประสบปัญหาวิกฤติทางการศึกษา
ซึ่งจะจากการสำรวจเบื้องต้นมีโรงเรียนที่มีภาวะไอซียูอยู่ประมาณ 10,000 โรง
และสภาพปัญหาที่แตกแต่งกัน อย่างมีปัญหาขาดครู ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ
โรงเรียนมีเด็กพิเศษจำนวนมาก มีปัญหาเด็กไม่มาเรียน เด็กติดยาเสพติด ซึ่ง
ศธ.ต้องเข้าไปดูแลโรงเรียนเหล่านี้ โดยจะต้องมีการเกลี่ยงบประมาณ
และให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทร่วมด้วย

“เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้ลงพื้นที่ตรวจตัวอย่างโรงเรียนไอซียูแห่งหนึ่ง
พบว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชุมชนแออัด มีนักเรียนกว่า 900 คน
และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ติดยาเสพติดทุกคน
ซึ่งโครงการนี้จะทำให้การแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาเป็นรูปธรรมจริงๆ
โดยแต่ละโรงเรียนจะต้องเป็นผู้ที่สำรวจตัวเองก่อนว่ามีปัญหาหรือไม่
ขาดเหลืออะไรบ้าง และจากนั้น ศธ.ก็จะเข้าไปสนับสนุน ทั้งนี้
ผมคิดว่าหากผู้อำนวยการโรงเรียนใดสามารถพาตัวเองออกจากภาวะไอซียูได้
ก็ควรที่จะมีรางวัลตอบแทนให้ ซึ่งคงต้องมาหารือว่าจะในรูปแบบใด”
รมว.ศธ.กล่าว และว่า และในเรื่องการคอร์รัปชัน
ในยุคของตนจะพยายามลดระบบอุปถัมภ์ให้ได้มากที่สุด
และอยากฝากทุกคนให้ช่วยกันสอนให้เด็กเล็กให้กลัวการโกง
เด็กโตให้เกลียดการโกง โดยครูจะต้องเป็นตัวอย่างให้แก่พวกเขาด้วย

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้
ตนยังได้น้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9
และในหลวงรัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติด้วย เช่น
เรื่องครูมุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนที่สูงขึ้นนั้น
จะต้องมีการปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการขอและเลื่อนวิทยฐานะใหม่
รวมถึงลดขั้นตอนการพิจารณาด้วย
เพราะจะสามารถช่วยลดปัญหาครูไปจ้างเขียนผลงาน
อีกทั้งต้องทำให้ครูที่สอนเด็กจริงได้รับรางวัลด้วย
ส่วนหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อคงวิทยฐานะครูก็ต้องสอดคล้องไปด้วยกัน

สำหรับโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
ต่อจากนี้จะเน้นให้กิจกรรมต้องให้เด็กมีโอกาสลงมือปฏิบัติ
ไม่มีการนั่งเรียนนั่งฟังในห้องเรียน เน้นกิจกรรมที่ทำงานเป็นกลุ่ม
และจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เพื่อนช่วยเพื่อน
โดยยังคงมีเมนูเช่นเดิมให้โรงเรียนสามารถเลิกทำได้
แต่การประเมินผลจะวัดว่ากิจกรรมที่เด็กทำเป็นไปตาม 3 หลักนี้หรือไม่
เพราะการศึกษาที่ดีควรต้องทำให้เด็กกระตือรือร้นกับการเรียน
และครูกระตือรือร้นกับการสอน.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement