Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ แจงใช้ ม.44 ปรับบริหารงานบุคคล ย้ำไม่ได้ยุบเขตพื้นที่

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ แจงใช้ ม.44 ปรับบริหารงานบุคคล ย้ำไม่ได้ยุบเขตพื้นที่
แต่”กศจ.”
ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานจะเข้ามารับโอนอำนาจทำหน้าที่จากคณะ
กรรมการเขตพื้นที่และอ.ก.ค.ศ.เขตฯ


เพิ่มเพื่อน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 มีคำสั่ง เรื่อง
การขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และ เรื่อง
การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เมื่อค่ำวันที่ 21
มี.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวอย่างมากนั้น

Advertisement

    วันนี้(22 มี.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า
เนื่องจากตนต้องการขับเคลื่อนการศึกษาระหว่างที่รัฐบาลเหลือเวลาอีก 1
ปีครึ่งในการปฎิรูปประเทศ
แต่โครงสร้างการบริหารงานบุคคลรูปแบบเดิมเป็นอุปสรรคให้ทำงานไม่ได้
จึงต้องใช้อำนาจตาม ม.44 เพื่อ1.บูรณการระดับเขตพื้นที่
2.ให้ช่วงการบังคับบัญชากว้างขึ้น 3.ให้มีเอกภาพในการจัดการศึกษา และ
4.ให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล
โดยแนวคิดดังกล่าวตนไม่ได้คิดคนเดียว แต่ได้ฟังความคิดเห็นจากทุกคนใน
ศธ.มาแล้ว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า
สำหรับโครงสร้างบริหารงานบุคคลรูปแบบใหม่นั้นจะประกอบไปด้วย
คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของศธ.ในภูมิภาค มีรมว.ศึกษาธิการ
เป็นประธาน ขับเคลื่อนนโยบายจากส่วนกลางลงสู่สำนักงานศึกษาธิการภาค18 แห่ง
ไปยังคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
โดย
กศจ.จังหวัดจะรับโอนอำนาจทำหน้าที่จากคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้
แทน
อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการครูการคัดเลือกผู้อำนวย
การและรองผู้อำนวยการโรงเรียน การสอบวินัยข้าราชการครู
โดยระหว่างที่รอแต่งตัวโครงสร้างใหม่ก็จะให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาเขต 1 ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ กศจ.ไปพลางก่อน
ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดจะมีผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น
ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ
โดยผู้ว่าราชการจะเสนอรายชื่อเข้ามาทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ยุบสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาซึ่งเขตพื้นที่จะทำหน้าที่ประเมินและติดตามนิเทศผลงานเหมือน
เดิม อย่างไรก็ตามจะมีการใช้คำสั่งมาตรา 44
อีกครั้งซึ่งจะเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้าง ศธ.

    “ โครงสร้างงานบริหารบุคคลใหม่นี้จะทำให้การทำงานมีความรวดเร็วขึ้น
มีการประสานงานระหว่างองค์กรหลักมากขึ้น และมีการทำงานบูรณการร่วมกัน
โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องทุจริตของข้าราชการครูก็จะมีความรวดเร็วขึ้น
ที่ผ่านมาการสอบสวนดำเนินการล่าช้ามาก เรื่องเดียวสอบสวนกัน
3ปีก็ยังทำไม่เสร็จทั้งที่ความผิดก็เห็นอยู่
และเท่าที่ทราบตอนนี้เรื่องสอบสวนทางวินัยมีค้างอยู่ 100 กว่าเรื่อง
ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานการศึกษาอย่างมาก”

    รมว.ศธ.กล่าวและว่า
สำหรับงานเร่งด่วนที่จะต้องทำ เช่น คืนครูสู่ห้องเรียน
ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู่การผลิตครู ยกระดับภาษาอังกฤษ อาชีวศึกษาเป็นเลิศ
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษาเป็นต้น
ทั้งนี้โครงการสร้างการบริหารงานใหม่นี้จะต้องสอดคล้องกับการปรับโครงสร้าง
ศธ.ด้วย
ดังนั้นหากโครงสร้างดังกล่าวประสบความสำเร็จก็จะนำไปสู่การบรรจุในพ.ร.บ.การ
ศึกษาแห่งชาติ เช่นกัน” รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวและว่าสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายปฎิรูปการศึกษาที่สำคัญจะกำหนดเป็น
ดัชนีชี้วัดประเมินผลงานของศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด
ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ และผู้อำนวยการสถานศึกษา

ต่อข้อถามว่า
โครงสร้างเดิมใช้หลักกระจายอำนาจแต่โครงสร้างใหม่เหมือนเป็นการถอยกลับไปสู่
ยุคเดิมเป็นการถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า
เวลานี้เรามีปัญหาเยอะ ผลิตเด็กไม่รู้เรื่อง
แต่สาเหตุเป็นเพราะอะไรตนไม่ขอตอบ
และหากการทำงานที่ผ่านมาเดินหน้าแล้วไม่ดีขึ้น
เราก็ควรถอยกลับมาดูของเดิมว่ามีดีอะไรบ้าง
ซึ่งขอยืนยันว่าโครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่จะดีขึ้น
เพราะได้เกี่ยวร้อยการทำงานขององค์กรหลักมาอยู่ด้วยกัน
ส่วนที่มีกระแสต่อต้านนั้น
ตนยังไม่ทราบแต่ก็พร้อมรับฟังเพื่อจะได้ดูว่ามีเหตุอะไร
จะได้หาทางอุดช่องว่างเหล่านั้น

    ด้าน นายการุณ สกุลประดิษฐ์
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)กล่าวว่า
การโยกย้ายครูเป็นปัญหาใหญ่ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น
ฐาน(สพฐ.)กำลังประสบอยู่ เพราะไม่มีอำนาจดำเนินการได้
เนื่องจากขึ้นอยู่กับอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.
ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อมีคำสั่งดังกล่าวออกมาก็ช่วยแก้ไขปัญหาได้มาก
ซึ่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่ทุกคนก็เห็นด้วย“

อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ วันอังคารที่ 22 มีนาคม 2559 เวลา 17:03 น.

Advertisement

You might also like