Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รร.สบช่องรีดแป๊ะเจี๊ยะผ่าน”เงินบำรุง”

Advertisement

0

Advertisement

มตช.ร้องโรงเรียนซิกแซ็กรับเงินแป๊ะเจี๊ยะผ่านช่องทางเงินบำรุงการศึกษา
ชี้ยากตรวจสอบ เพราะ ศธ.เปิดช่องให้ทำได้ ด้าน “กำจร” รับเป็นปัญหาสะสม
เตรียมแก้ปัญหาให้ทุกโรงเรียนเปิดเผยข้อมูลที่มาของเงิน
และโชว์รายรับ-รายจ่าย ถ้ามีรายได้เกินมากควรส่งคืนคลัง

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์
เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น (มตช.) ได้ร่วมหารือกับ
นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ.
เกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาการเรียกเก็บเงินกินเปล่า เพื่อแลกกับการเข้าเรียน
หรือเงินแป๊ะเจี๊ยะ โดยนำข้อมูลการเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะของโรงเรียนว่า
มีการใช้ช่องทางการร่วมสนับสนุนเงินบำรุงการศึกษาเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครอง
แทนการเรียกรับเงินโดยตรง

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาการรับเงินกินเปล่า
หรือแป๊ะเจี๊ยะว่า ทางมูลนิธิฯ
ได้เสนอมาตรการแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บเงินแป๊ะเจี๊ยะที่ปรับเปลี่ยนไปเป็น
รูปแบบอื่น เช่น การรับเงินค่าบำรุงการศึกษา เพราะบางโรงเรียนมีเทคนิคเยอะ
คิดหาวิธีรับเงินไม่ได้ ก็ใช้วิธีคิดค่าบำรุงการศึกษาสูงขึ้น
ซึ่งเห็นว่าเงินแป๊ะเจี๊ยะเป็นปัญหาสร้างความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม
ในสังคม

“อย่างไรก็ตาม
ผมคิดว่าการเก็บค่าบำรุงการศึกษาจะต้องดูรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงเท่าไหร่
ถ้าเก็บค่าบำรุงการศึกษาเกินกว่าที่รายจ่ายของโรงเรียนมีให้เอาเงินรายได้
ของการเก็บค่าบำรุงการศึกษาคืนแก่รัฐ ถือเป็นรายได้ของแผ่นดิน” เลขาธิการ
มตช.กล่าว

ด้าน นพ.กำจรกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหามานาน
และการบริหารบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ก็ยังคงมีปัญหา ทำให้ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาต่างๆ มีความล่าช้า
ส่วนปัญหาแป๊ะเจี๊ยะนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ปกครองอยากให้ลูกได้สิทธิ์ใน
การเข้าโรงเรียนดีๆ ก็ยินดีที่จะจ่ายเงิน ซึ่ง
ศธ.มีความพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ทั้งการกำหนดเขตพื้นที่บริการ
และเด็กที่มีสิทธิ์เข้าเรียนจะต้องเป็นคนในพื้นที่จริงๆ การจับฉลาก
แม้กระทั่งการจัดสอบ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาด
ดังนั้นตนจึงขอให้ทาง มตช.ไปช่วยคิดมาตรการแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่ง
และตนจะนำมาตรดังกล่าวเสนอให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณา
หากเป็นมาตรการที่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ก็จะออกเป็นประกาศกระทรวงต่อไป

“เรื่องเงินบำรุงการศึกษาเป็นปัญหาจริง
โดยที่ผ่านมีผู้ร้องเรียนมาตลอดว่าเรื่องนี้ผิดกฎหมาย แต่ตามประกาศ
ศธ.เปิดช่องให้สถานศึกษาสังกัด สพฐ.เก็บได้ในบางกรณี เช่น
การจ้างครูต่างประเทศในหลักสูตร English Program (EP) เป็นต้น
สำหรับเรื่องนี้ก็อาจต้องกลับมาดู เพราะโดยส่วนตัวมองว่า
ศธ.ได้รับงบประมาณจำนวนมากแล้ว แต่คุณภาพการศึกษากลับไม่ดีขึ้นเลย
ดังนั้นปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่การบริหารจัดการไม่ดีพอ
อาจต้องกลับมาดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ต้องโยกงบประมาณบางส่วนไปให้โรงเรียน
เพื่อใช้ในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพขึ้น” ปลัด ศธ.กล่าว

นพ.กำจรกล่าวสรุปว่า
คิดว่ามาตรการที่ใช้ได้ผลที่สุดในการแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะ คือ
ให้ทุกโรงเรียนเปิดเผยข้อมูลเรื่องการรับเงิน ว่าเงินมาได้อย่างไร
ต้องใช้ข้อมูลจริง ใช้บัญชีประจำปี
ถ้ามีรายรับมากกว่ารายจ่ายก็ต้องมีกติกว่าสามารถเก็บส่วนที่เกินได้กี่บาท
ส่วนที่เหลือให้ส่งคืนกระทรวงการคลัง.

ที่มา : http://thaipost.net

Advertisement