Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รร.เอกชนสะเทือนเด็กวัยเรียนลดลง

Advertisement

“กำจร” แจง โรงเรียนเอกชนสะเทือนเด็กวัยเรียนลดลง ชี้เป็นปัญหาระดับประเทศ
แนะขยับตัวแสดงความต่างโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพการศึกษา

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

Advertisement

    วันนี้ (6 ต.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เปิดเผยว่า
ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.)เมื่อเร็วๆ นี้
ที่ประชุมได้มีการหารือถึงข้อขัดข้องหรือปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของ
โรงเรียนเอกชน โดยประเด็นที่มีการพูดกันมาก คือ
การลดจำนวนลงของเด็กวัยเรียน
ซึ่งส่งผลกระทบถึงจำนวนนักเรียนของโรงเรียนเอกชนทุกระดับที่ลดลงตามไปด้วย
โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษา
ทำให้โรงเรียนต้องรับภาระหนักมากเนื่องจากมีต้นทุนค่อนสูง
จึงเห็นว่าเรื่องนี้ต้องพิจารณาเป็นภาพรวมของประเทศว่า
การจัดการศึกษาทั้งระบบต้องเป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ใช่เป็น
หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

    ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับประเทศ
และทราบว่าขณะนี้มีโรงเรียนเอกชนจำนวนไม่น้อยกำลังกุมขมับอยู่
เพียงแต่ยังไม่เปิดตัวเลขที่ชัดเจนว่า มีปิดตัวกันไปแค่ไหนแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีวะเอกชนในต่างจังหวัดบางแห่งต้องแบกภาระหนักมาก
จากที่เคยรับนักเรียนปีละหลายพันคนก็ลดลงมาเหลือแค่หลักร้อย
และสถานการณ์นี้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียนของรัฐด้วย
จนทำให้มีการพูดกันว่าต่อไปในอนาคตโรงเรียนของรัฐก็อาจไม่จำเป็นต้องมีการ
ขยายทั้งชั้นเรียนหรืออาคารเรียน
เพราะปัจจุบันถือว่ามีมากพอที่จะรองรับจำนวนนักเรียนอยู่แล้ว

    “จำนวนเด็กมีแนวโน้มลดลงมากจนค่อนข้างน่าเป็นห่วง
เท่าที่ทราบบางโรงลดลงมากกว่า 50 % ผมจึงได้เน้นย้ำว่า
โรงเรียนเอกชนต้องแสดงความแตกต่างให้ได้โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษา

ซึ่งบางเรื่องความเป็นเอกชนน่าจะขยับตัวได้เร็วกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง
ภาษา”ปลัด ศธ.กล่าวและว่า เมื่อจำนวนเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง
ก็มีความจำเป็นต้องพิจารณาด้วยว่าต้องมาปรับอะไรอีกหรือไม่ เช่น
การขอคืนอัตราครูเกษียณว่า จำเป็นต้องคืนทั้ง100% หรือไม่
เพราะเมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลง
หากโรงเรียนรัฐยังรับนักเรียนเต็มที่เหมือนเดิมก็จะส่งผลให้เด็กไม่ไปเรียน
เอกชน
อย่างไรก็ตามตนได้มอบให้สช.รวบรวมปัญหาอุปสรรคการจัดการศึกษาของโรงเรียน
เอกชนพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหาที่มีความเป็นไปได้เสนอขึ้นมา
เพื่อนำเสนอ รมว.ศธ.ต่อไป“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2558 เวลา 11:00 น.

You might also like