Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

รู้แล้ว..ทำไมต้องกวดวิชา

Advertisement

0

“กำจร” เผยผลสำรวจสาเหตุเด็กเรียนกวดวิชา
อยากมีความรู้-สอบแข่งขันได้-ครูสอนไม่เข้าใจ ชี้ต้องปรับระบบการเข้าเรียน
แต่ไม่เสนอลดกวดวิชา 

เพิ่มเพื่อน

    วันนี้ (16 ธ.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ.
มอบหมายให้ตนวิเคราะห์ว่า ทำไมเด็กถึงชอบเรียนกวดวิชา หรือ
เรียนเสริมพิเศษนอกห้องเรียนนั้น ตนได้ให้ทางสวนดุสิตโพล
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
สำรวจความคิดเห็นเด็กและผู้ปกครองที่เรียนกวดวิชาในเขตกรุงเทพฯ
โดยใช้คำถามปลายเปิดคือผู้ตอบแบบสอบถามให้เขียนคำตอบด้วยตนเอง
ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม ทั้งสิ้น 1,035 คน จำแนกเป็น ระดับประถมศึกษา 429 คน
และระดับมัธยมศึกษา 606 คน ผลปรากฏว่า เหตุผลที่ต้องเรียนกวดวิชา อันดับ 1
คือ เรียนเพราะอยากรู้ 83.28% รองลงมา คือ เรียนเพื่อสอบแข่งขัน 80.58%
เรียนเพราะครูสอนไม่เข้าใจ 76.62% และผู้ปกครองบังคับหรือเพื่อนชวน 65.80%

    รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า เมื่อเจาะลึกลงในคำถามเหตุผลที่เรียนกวดวิชา
เพราะอยากรู้ ส่วนใหญ่อยากได้ความรู้ใหม่ เพิ่มขึ้น รองลงมา
เข้าใจเนื้อหามากขึ้น ได้เรียนก่อนล่วงหน้าที่โรงเรียนจะสอน
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และวิชาที่เรียนยากขึ้น
ส่วนเหตุผลที่เรียนกวดวิชาเพื่อสอบแข่งขัน อันดับแรกคือ อยากเรียนเก่ง
รองลงมา เพื่อสอบเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่หรือคณะที่อยากเรียน
อยากได้เกรดดีๆ กลัวสู้เพื่อนไม่ได้ รู้เทคนิคและแนวข้อสอบที่หลากหลาย
เป็นต้น สำหรับเหตุผลที่เรียนกวดวิชา เพราะครูสอนไม่เข้าใจ อันดับ 1 คือ
เรียนตามไม่ทัน รองลงมา ครูสอนเร็ว ส่วนครูกวดวิชาเก่ง เชี่ยวชาญสอนสนุก
และมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ช่วยให้การสอนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
และยังมีเหตุผลที่น่าสนใจ คือ เด็กไม่รู้จะไปไหน ก็ไปเรียนกวดวิชา
ทั้งนี้ในส่วนการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามเป็นคนละกลุ่ม แต่ก็ได้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน

Advertisement

    
“ผมได้สรุปเรื่องดังกล่าว เสนอต่อรมว.ศึกษาธิการแล้ว
โดยมีข้อเสนอแนะด้วยว่า การเรียนกวดวิชาเพื่อสอบแข่งขันเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ
ทั้งระดับประถมศึกษาเข้ามัธยมศึกษา และ ระดับมัธยมศึกษาเข้าอุดมศึกษา
ทำให้ศธ.ต้องกลับมาดูระบบการเข้าศึกษาต่อ
โดยเฉพาะการเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งไม่น่าจะแข่งขันทางวิชาการเท่านั้น
และไม่น่าแข่งขันเอาเป็นเอาตายกันที่จุดทศนิยม
แต่ควรเป็นเกณฑ์การรับคนที่สามารถเรียนต่อได้
ใช้คะแนนความประพฤติเด็กมาประกอบด้วย เช่น คะแนนจิตอาสา คะแนนความดี
เพื่อสร้างคนดีเข้าสู่สังคม
อย่างไรก็ตามผมไม่ได้เสนอให้ลดโรงเรียนกวดวิชาเพราะเป็นคนละเรื่อง
กัน”รศ.นพ.กำจร กล่าว “

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2558 เวลา 16:45 น.

You might also like