Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ร่างพ.ร.บ.ซูเปอร์บอร์ดยังไม่ลงตัว

Advertisement

บอร์ดอำนวยการปฏิรูปการศึกษา ส่งกลับร่างกฎหมายซูเปอร์บอร์ดการศึกษา
ให้หลอมรวมร่างของ สปช.กับ ศธ.
พร้อมเคลียร์ประเด็นเห็นต่างกรณีอิสระจากการเมือง

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

วันนี้ (7ก.ค.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า
จากการการประชุมคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
(ศธ.)ที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่าง
พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ
ซึ่งหลังการพิจารณาที่ประชุมได้ขอให้อนุกรรมการฝ่ายกฎหมายนำไปหารือเพื่อให้
ได้ข้อยุติในแนวทางเดียวกับร่าง พ.ร.บ.ของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการยกร่าง เนื่องจากยังมีบางประเด็นที่ยังขัดแย้ง อาทิ
ความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง โดยร่างของ ศธ.ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
และรมว.ศึกษาธิการเป็นรองประธาน ในขณะที่ร่างของ
สปช.ต้องการให้ปลอดจากการเมืองโดยให้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานและรอง
ประธานแทน
ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่เพราะเห็นว่าหากไม่มีนายกฯและรัฐมนตรีฝ่ายปฏิบัติ
งานอาจจะไม่เชื่อมโยง
จึงให้ไปหารือร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติเหลือเพียงร่างเดียว
นำเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า
ที่ประชุมยังได้เห็นชอบในหลักการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา
เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางในการปฏิบัติ
เพื่อให้สถานศึกษามีอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการตนเองตามแนวทาง
การบริหารจัดการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งหลักการที่สำคัญ คือ
รัฐต้องการส่งเสริมให้มีการแข่งขันระหว่างสถานศึกษาทุกประเภท
โดยมีการจัดหลักสูตรและวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน
ให้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่ความสามารถแต่ละบุคคลพึงมี
ทั้งยังต้องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการระดมทุนและสนองทุนเพื่อการศึกษา
ให้มีบริการการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพ
รวมถึงเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาด้วย
โดยที่ประชุมได้มอบให้คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการ
ศึกษา นำความเห็นจากที่ประชุมไปพิจารณากำหนดเป็นแนวทางดำเนินการ
ซึ่งอาจทำเป็นรูปแบบหรือวิธีการนำร่องที่มีความเหมาะสม
เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป

“ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการของแนวทางการส่งเสริมความเป็นอิสระของสถาน
ศึกษา ตามที่คณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการกระจายอำนาจเสนอ
เพื่อต้องการให้สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนภารกิจที่ได้รับจากการกระจายอำนาจ
การบริหารจัดการศึกษาจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
โดยยึดหลักการที่สำคัญ 9 ข้อ คือ หลักความเป็นอิสระ
หลักความยืดหยุ่นของการบริหารจัดการ หลักการเสริมพลัง
หลักความเชื่อถือและไว้วางใจ หลักการมีส่วนร่วม
หลักการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ หลักการบริหารจัดการที่ดี หลักความรับผิดชอบ
และหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล”รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า
นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการปรับปรุงพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
เพื่อแก้ไขพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2
(พ.ศ.2545) และครั้งที่ 3 (พ.ศ.2553) โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์
เป็นประธานอนุกรรมการ.“

อ่านต่อที่ : http://dailynews.co.th/education/333246

You might also like