Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ร่างรธน. คนรวยจ่าย ม.ปลาย-ปวช.เอง

Advertisement

“ดาว์พงษ์”เชื่อทุกรัฐบาลไม่ทอดทิ้งคนจน
ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ห้ามรัฐบาลดูแลการศึกษาระดับ ม.ปลายกับอาชีวะ
มีแนวทางตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กยากจนอยู่
ส่วนคนรวยต้องช่วยรับภาระจ่ายค่าเทอมด้วย

Advertisement


Advertisement

    
ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับลงประชามติ)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะมาตรา 54
กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12
ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้
จ่ายซึ่งสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ
ได้ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับมาตราดังกล่าวโดยระบุว่าขัดต่อหลักปฏิญญา
สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ26 นั้น วันนี้(20เม.ย.) พล.อ.ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าวว่า ยอมรับว่า
ตอนครั้งแรกที่ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญก็คิดเช่นเดียวกับผู้ปกครองว่า
ถ้ากำหนดให้รัฐจัดการศึกษา 12 ปี ตั้งแต่อนุบาล – ม.ต้นแล้วเด็ก ม.ปลาย
กับอาชีวศึกษาจะทำอย่างไรแต่เมื่ออ่านโดยละเอียดก็จะพบว่าในวรรคสุดท้ายได้
กำหนดให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือดูแลผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์
เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน
หรือใช้มาตรการ หรือกลไกทางภาษี

“ตอนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เสนอร่างรัฐธรรมนูญมาให้ศธ.ตรวจ
ศธ.ได้ทำข้อเสนอกลับไปยัง กรธ. ว่า แม้จะให้มีการจัดตั้งกองทุนการศึกษา
แต่ก็กังวลว่าการบริหารจัดการอาจจะทำได้ลำบากหรืออาจจะเกิดปัญหาหรือไม่
แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับมา ซึ่งคาดว่า กรธ.คงพิจารณาดีแล้ว
ส่วนการจัดตั้งกองทุนโดยใช้เงินภาษีก็คงเพื่อให้มีเงินไหลเข้าสู่กอง
ทุนอย่างเป็นระบบไม่ใช่รอการบริจาค”    รมว.ศธ.กล่าว

    
ส่วนการที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐจัดการศึกษา12ปีตั้งแต่อนุบาล-ม.ต้นก็
ไม่ได้หมายความว่า ห้ามรัฐสนับสนุนการศึกษาระดับ ม.ปลาย หรือ
อาชีวศึกษาแต่จะเน้นดูแลเด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ด้อยโอกาส
และขาดโอกาสทางการศึกษาให้มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาขอให้สบายใจได้ว่า
ไม่มีรัฐบาลไหนทอดทิ้งเด็กยากจนแน่นอน
แต่สำหรับครอบครัวที่มีฐานะต่อไปก็ต้องจ่ายเองแต่ในระบบปัจจุบันที่เป็นอยู่
คือ รัฐจัดสรรให้เด็กทุกคนไม่ว่ารวยหรือจน
แทนที่รัฐจะนำเงินมาดูแลคนยากจนให้เข้าสู่ระบบการศึกษาได้มากขึ้นส่วนเส้น
ความยากจนจะวัดจากอะไรนั้น ตรงนี้ก็ต้องดำเนินการให้ชัดเจน

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อไปว่า
ไม่อยากให้มองว่าจะเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการเรียกเก็บเงินที่สูงขึ้นเพราะ
ขนาดทุกวันนี้มีโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ
ก็ยังพบว่ามีการหาช่องทางเรียกเก็บเงินอยู่อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องการลงทุน
เพื่อพัฒนาเด็กตั้งแต่ก่อนวัยเรียนมากขึ้นเพราะในหลักวิชาการทั่วโลกให้ความ
สำคัญกับช่วงวัยนี้ซึ่งเป็นช่วงวัยของการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างไรก็ตามร่าง
รัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะไม่ถูกใจทุกคนทั้ง 100%
แต่ก็ขอให้ดูภาพรวมก่อนหากดูเฉพาะเรื่องแล้วปฏิเสธ ตนก็ไม่เห็นด้วย.“

อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ วันพฤหัสที่ 21 เมษายน 2559 เวลา 15:00 น.

You might also like