Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ร้อง “สพป.โคราช เขต 1″โยกไม่เป็นธรรม ตั้งผอ.ร.ร.เล็กขึ้น “ขนาดใหญ่พิเศษ”

Advertisement

นายธนกฤต กีรติเกริกไกร ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนานุเคราะห์ จ.นครราชสีมา
เปิดเผยว่า
ได้ทำเรื่องร้องทุกข์เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.)
เพื่อขอให้เพิกถอนมติคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1
และขอให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)นครราชสีมา เขต 1 ลงวันที่
30 พฤศจิกายน 2558
เนื่องจากตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขอย้ายจากโรงเรียนเสนานุเคราะห์ที่
เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ไปยังโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ
โดยคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ออกมา
กลับพบว่าผู้ที่ได้รับคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ
ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ที่ตนเลือก กลับเป็นผู้อำนวยการจากโรงเรียนขนาดเล็ก
ซึ่งขัดกับระเบียบข้อบังคับ
ก.ค.ศ.ที่กำหนดว่าการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา
ควรพิจารณาจากโรงเรียนขนาดเดียวกันหรือต่างระดับแค่ 1 ระดับ

นายธนกฤต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติว่าคณะกรรมการกลั่นกรอง
ให้คะแนนประเมินศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษาในข้อ “ไม่ถูกดำเนินการทางวินัย”
แก่ตน 0 คะแนน เพราะแม้ตนเคยถูกสอบสวนทางวินัยและถูกลงโทษตัดเงินเดือนจริง
แต่ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 และมี พ.ร.บ.ล้างมนทิน ปี 2550 ควบคุมอยู่
การกระทำดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมา เขต 1 กล่าวว่า
ยืนยันว่าการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของก.ค.ศ.
เนื่องจากการขอย้ายครั้งนี้
ไม่มีผู้อำนวยการจากโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษมาแสดงความจำนง
ทางเขตพื้นที่ฯ จึงพิจารณาแบบเหมารวมทั้งหมด
คือนำโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กมาพิจารณารวมกัน
ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กคนดังกล่าว
ได้รับการพิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสม ส่วนเรื่องให้คะแนนนั้น
เป็นการวินิจฉัยของคณะกรรมการกลั่นกรองตามแนวทางปฏิบัติที่
ก.ค.ศ.กำหนดมาเช่นกัน เป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการ
โดยพิจาณารายละเอียดเป็นกรณีไป

กรรมการใน อ.ก.ค.ศ.สพป.นครราชสีมา เขต 1 กล่าวว่า
การแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนลักษณะดังกล่าวไม่ถูกต้อง
ถือว่าขัดระเบียบก.ค.ศ. แต่ตนเป็นเสียงข้างน้อยในที่ประชุม จึงแพ้โหวต
และยังพบว่าคนที่ได้คะแนนอันดับ 1 ก็ได้คะแนนสูงผิดปกติ
ทั้งที่ไม่มีผลงานและจำนวนนักเรียนลดลง อย่างไรก็ตามเมื่อตนคัดค้าน
อนุกรรมการฯ
ส่วนมากกลับเห็นด้วยและชี้แจงว่าเป็นการปฏิบัติตามระเบียบก.ค.ศ.

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

Advertisement

You might also like