Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ลำไย-ตะมุตะมิ-นก-จุงเบย-เท คำฮิตติดปากวัยรุ่นยุคโซเชียล

Advertisement

0

“ลำไย-ตะมุตุมิ-นก-จุงเบย-เท” คำฮิตติดปากวัยรุ่นปี 60
วธ.ร่วมกับสวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจวันภาษาไทย หวังกระตุกสำนึกรักภาษาชาติ
พบปัญหาเร่งด่วนพูดไม่ถูกต้อง เขียนผิด
ขณะที่คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือผ่านระบบออนไลน์มากที่สุด เฉลี่ยวันละ 3
ชั่วโมง เสนอ วธ.จัดกิจกรรมเรียนรู้ใช้ภาษาไทยใน รร. ตั้งชมรมเพิ่มขึ้น
มีแอปพลิเคชันพจนานุกรมให้ดาวน์โหลด

เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า
เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2560 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
สำรวจความคิดเห็นเยาวชนและประชาชนในหัวข้อ “วันภาษาไทยแห่งชาติ”
จากกลุ่มตัวอย่าง 3,306 คนทั่วประเทศ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.43
ทราบว่าวันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี
เมื่อถามถึงผู้ที่มีผลงานโดดเด่นด้านภาษาไทยที่นึกถึงมากที่สุด ร้อยละ
83.45 ตอบว่า สุนทรภู่ ร้อยละ 41.16 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ร้อยละ 39.38 นายกิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ หรือครูลิลลี่ ร้อยละ 38.43
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และร้อยละ 37.60 ครูทอม คำไทย
“สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สุนทรภู่”
เมื่อสอบถามถึงปัญหาการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันและเรื่องเร่งด่วนที่ควรแก้ไขปัญหา
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.02 ระบุว่า การพูด เพราะเป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทย
จึงควรมีการพูดที่ถูกต้อง จะเป็นแบบอย่างที่ดี ร้อยละ 37.17 ระบุว่า
การเขียน เนื่องจากปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์แทนการเขียนหนังสือมากขึ้น
จึงอยากให้คนไทยได้เขียนหนังสือที่ถูกต้อง และร้อยละ 23.81 การอ่าน
เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็ก ทำให้รอบรู้ ทันโลก ทันเหตุการณ์
เป็นการเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาสติปัญญา

รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า
ที่น่าสนใจเมื่อถามถึงคำศัพท์ยอดฮิตของวัยรุ่นในปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ
39.44 ระบุว่า “ลำไย” ซึ่งหมายถึง รำคาญ รองลงมา ร้อยละ 36.86 “ตะมุตะมิ”
หมายถึง น่ารักน่าเอ็นดู ร้อยละ 36.23 ระบุว่า “นก” หมายถึง อ่อยเขา
แต่เขาไม่เอา ร้อยละ 34.67 คำว่า “จุงเบย” หมายถึง น่ารัก แสดงความแอ๊บแบ๊ว
ร้อยละ 34 บอกว่า “เท/โดนเท” หมายถึง โดนทิ้ง ร้อยละ 33.61 “อิอิ” คือ
เสียงหัวเราะ ร้อยละ 30.12 “เปย์/สายเปย์” หมายถึง ชอบจ่ายให้ ร้อยละ 27.28
“เตง/ตะเอง /ตัลเอง” คือ ตัวเอง และร้อยละ 26.06 บอกว่า “มุ้งมิ้ง”
หมายถึง น่ารัก

นายวีระกล่าวต่อว่า
ได้สำรวจความคิดเห็นเรื่องยุทธศาสตร์ในแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย
พ.ศ.2560-2564 ซึ่งประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชาชนรับทราบมากที่สุด
ร้อยละ 53.86
ทราบว่ามียุทธศาสตร์การปลูกสร้างพฤติกรรมรักการอ่านที่เข้มแข็งให้กับคนทุกช่วงวัย

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

และเมื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย
พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 55.16
เชื่อว่าเป้าหมายของแผนแม่บทดังกล่าวจะช่วยทำให้คนไทยใช้เวลาในการอ่านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย
90 นาทีต่อวันเป็นจริงได้ โดยหน่วยงาน สถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง
และนักเรียนต้องร่วมมือกัน รองลงมา ร้อยละ 29.79 ระบุว่า
ไม่สามารถช่วยทำให้คนไทยใช้เวลาในการอ่านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 90
นาทีต่อวันเป็นจริงได้ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านหนังสือ สมาธิสั้น
สนใจเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะปัจจุบันชอบเล่นเกม
เล่นโทรศัพท์มือถือเป็นจำนวนมาก และร้อยละ 19.05 ไม่แน่ใจ

“ส่วนความคิดเห็นเรื่องเวลาในการอ่านหนังสือผ่านสื่อต่างๆ ในแต่ละวัน
พบว่า ร้อยละ 56.59 ใช้เวลากับสื่อออนไลน์ เฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวัน
รองลงมา ร้อยละ 37.42 หนังสือ/เอกสาร ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1.30
ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 36.90 อ่านหนังสือพิมพ์ ใช้เวลาเฉลี่ย 1
ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 20.47 วิดีโอ/ซีดี/ดีวีดี ใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน
และร้อยละ 18.63 อ่านวารสารทั่วไป ใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน” นายวีระกล่าว

นายวีระกล่าวด้วยว่า จากผลสำรวจครั้งนี้ได้มีข้อเสนอแนะ กระตุ้น
ส่งเสริมการอ่าน ดังนี้ อันดับ 1 จัดกิจกรรมรณรงค์การสร้างจิตสำนึก เช่น
ส่งเสริมการอ่าน รณรงค์ให้มีการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น
จัดกิจกรรมการเรียนรู้การใช้ภาษาไทยในโรงเรียน
จัดโครงการเสริมสร้างภาษาไทยและจัดตั้งชมรมการใช้ภาษาไทย อันดับ 2
ควรมีการประกวดการใช้ภาษาไทย/ทดสอบการใช้ภาษาไทยดีเด่น เช่น
การเขียนเรียงความ คัดไทย แต่งกลอน เกมการแข่งขันเกี่ยวกับภาษาไทยทุกปี
มีรางวัลเป็นสิ่งดึงดูดใจ อันดับ 3 รณรงค์โดยการใช้สื่อออนไลน์
ทำให้คนไทยเข้าถึงได้ง่าย/มีแอปพลิเคชันพจนานุกรมให้ดาวน์โหลดนำมาใช้โดยมีการเขียนที่ถูกต้อง/การทำเว็บไซต์ต่างๆ
และเกมที่เกี่ยวกับภาษาไทย อันดับ 4 อบรมการใช้ภาษาไทย การเขียน อ่าน
พูดภาษาไทยให้ถูกต้อง อันดับ 5
จัดให้มีวิชาการอ่านในหลักสูตร/เพิ่มเวลาการอ่านหนังสือในคาบเวลาเรียน
เพื่อทำให้เด็กอ่านและเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

You might also like