Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ก.ค.ศ. เร่ง คลอด หลักเกณฑ์ วิทยฐานะครู ใหม่ คาดเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 / 2563

ก.ค.ศ. เร่ง คลอด หลักเกณฑ์ วิทยฐานะครู ใหม่ คาดเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 / 2563

Advertisement

ก.ค.ศ. เร่ง คลอด หลักเกณฑ์ วิทยฐานะครู ใหม่ คาดเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 / 2563

 

เพิ่มเพื่อน

 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อน วิทยฐานะครู เนื่องจากต้องการให้ข้าราชการครูมีสวัสดิการ และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งการประเมินจะต้องสอดคล้องกับตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่เน้นเรื่องการทำเอกสารนั้น ขณะนี้ ก.ค.ศ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จำนวน 2 ชุด โดยคณะกรรมการชุดที่ 1 จะดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบและวิธีการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะที่ผ่านมา เป็นมาอย่างไร และศึกษาแนววิธีการดำเนินการในต่างประเทศ เพื่อหาข้อดีและข้อเสีย นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ และจะมีการวิจัยติดตามผลการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ด้วย และคณะกรรมการชุดที่ 2 จะดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่คู่ขนานกันไป โดยยึดหลักการเรื่องการลดการทำเอกสาร ให้ครูได้อยู่กับเด็ก เน้นผลสัมฤทธิ์จากผู้เรียนเป็นแนวทางในการยกร่าง

 

Advertisement

Advertisement

“ก.ค.ศ.พยายามที่จะปรับให้การประเมินทุกอย่างให้มีการเชื่อมโยงกัน เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดภาระในการเตรียมการแก่ครู เช่น ประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง ประเมินวิทยฐานะก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง เป็นต้น เราจะออกแบบการประเมินให้สามารถนำไปใช้กับการประเมินต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยจะประเมินจากหน้าที่และความรับผิดชอบของครูที่ส่งผลต่อเด็กโดยตรง เริ่มตั้งแต่กระบวนการใช้หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน พฤติกรรมผู้เรียนที่เกิด และอื่นๆ ซึ่งในอนาคต ก.ค.ศ.เห็นว่าครูควรที่จะนำผลประเมินตรงนี้ใช้ในการประเมินเรื่องต่างๆ ได้”  เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว

 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนได้กำหนดกรอบให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 และตนมองว่าหากเราสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้สำเร็จ การทำงานของครูและการประเมินจะเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ครูมุ่งมั่นในเรื่องการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก รวมถึงยังแก้ปัญหาครูทิ้งห้องเรียนเพื่อทำเอกสาร การจ้างทำผลงาน เพราะผลที่ทุกอย่างจะปรากฎอยู่ที่ตัวผู้เรียน ดังนั้นการประเมินเราจะดูที่ผู้เรียนก่อนว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างไร จึงจะไปดูกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งตนเชื่อว่าการประเมินในลักษณะนี้จะสามารถตัดปัญหาเรื่องการจ้างทำผลงานได้อย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณที่มาเนื้อหา   ไทยโพสต์  ออนไลน์  30 มกราคม  2563