Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.คลอดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้แล้ว แบ่งเป็น 3 หมวดเน้นเพิ่มทักษะการเรียนรู้

Advertisement

ศธ.คลอดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้แล้ว แบ่งเป็น 3
หมวดเน้นเพิ่มทักษะการเรียนรู้และตอบสนองความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน
ขอผู้ปกครองมั่นใจคุณภาพเด็กดีขึ้นแน่

เพิ่มเพื่อน

 วันนี้(22 ก.ย.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ
เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ตนได้ชี้แจงให้ที่ประชุมรับทราบถึงนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ
(ศธ.)เรื่องลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
โดยการเดินหน้านโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาขั้น
พื้นฐาน แต่เป็นการบริหารจัดการเวลาเรียน
ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างเวลาเรียนใหม่
แบ่งเป็นระดับประถมศึกษาเรียนจริงในห้องเรียนจากเดิม 30-35
ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 22 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
และระดับมัธยมศึกษาจากเดิม 35ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 27 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โดยการปรับโครงสร้างเวลาเรียนนี้
จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนในกลุ่มวิชาหลักอย่างแน่นอน
ทั้งนี้รูปแบบกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ได้แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่
1.สร้างเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ 2.สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม และ
3.สร้างเสริมทักษะการทำงานการดำรงชีพ และทักษะชีวิต
ซึ่งในแต่ละหมวดแบ่งเป็น 13 กิจกรรม เช่น กิจกรรมพัฒนาการสื่อสาร
การคิดการใช้เทคโนโลยี การปลูกฝังรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
การมีจิตสาธารณะ การตอบสนองความถนัดของผู้เรียนแต่ละบุคคล ฝึกทักษะอาชีพ
และเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตในสังคม เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า
ทั้งนี้มีโรงเรียนที่สมัครใจและพร้อมเข้าร่วมเดินหน้านโยบายดังกล่าวแล้ว
เกือบ 3,000 โรง ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.)
จะไปดำเนินการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดเวิร์คช็อปการดำเนินงานใน
เรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมตั้งทีมเทรนเนอร์กว่า 200 ทีม
เพื่อช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
รวมถึงอบรมครูให้ทราบถึงรูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วย
และจะมีการประเมินผลโครงการหลังจากดำเนินการไปได้ระยะหนึ่ง
หากประสบความสำเร็จก็ขยายผลให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนในปีการศึกษาหน้าทันที

“ผมมองว่าระบบการศึกษาที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีทักษะ 3 ด้าน คือ
ทักษะสมองในการคิดวิเคราะห์ ทักษะหัวใจในการสร้างทัศนคติที่ดี
และทักษะการใช้มือในการลงมือปฎิบัติให้เกิดผลสำเร็จ
ซึ่งทักษะดังกล่าวก็สอดคล้องกับแนวพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีเรื่อง พุทธิศึกษา (ความรู้) จริยศึกษา(คุณธรรม)
หัตถศึกษา (อาชีพ) และพลศึกษา (สุขนามัยโภชนาการ)”รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตามการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้นั้นจะไม่ส่งผลกระทบทางวิชาการโดย
เฉพาะการทดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต
ขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นว่า
เด็กทุกคนจะมีทักษะการคิดวิเคราะห์และมีคุณภาพการเรียนที่ดีขึ้น
เพราะทุกกิจกรรมที่
ศธ.ดำเนินการเป็นการบูรณาการจากหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรม
กลุ่มศิลปิน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 22 กันยายน 2558 เวลา 18:43 น.

You might also like