Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.ปรับหลักสูตรเน้น”ยืดหยุ่น”

Advertisement

“รมว.ศธ.” ปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยืดหยุ่น ทันสมัย ชัดเจน
ทุกโรงเรียนไม่จำเป็นต้องสอนเหมือนกัน แต่มีไกด์ไลน์แต่ละวิชา
ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร เล็งเพิ่มหลักสูตรคอมพิวติ้งในระดับประถม
ออกแบบเทคโนโลยีระดับมัธยม ดึงวิชาภูมิศาสตร์ออกจากสังคม
พร้อมตั้งผู้เชี่ยวชาญจัดทำหลักสูตร ส่วนตำราเรียน 5 ดาว
เริ่มวิชาคณิตศาสตร์ก่อน ยกระดับโรงเรียนไอซียู 3,000 โรงต่อปี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้
ตนได้ประชุมร่วมกับคณะทำงานเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน
โดยการปรับปรุงดังกล่าวไม่ใช่การรื้อหลักสูตรแบบถอนรากถอนโคน
แต่ตนจะวางแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยมากขึ้น
ซึ่งในระดับประถมศึกษาจะเพิ่มการเรียนหลักสูตรคอมพิวติ้ง
สอนเด็กให้รู้จักการใช้โปรแกรม ไม่ใช่เรียนเพื่อให้คอมพิวเตอร์มาสอนคน
ส่วนในระดับมัธยมศึกษาจะเพิ่มหลักสูตรการออกแบบเทคโนโลยี
โดยการปรับหลักสูตรจะไม่บังคับให้ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติตาม
แต่เริ่มการปรับหลักสูตรในโรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน นอกจากนี้
จะแยกวิชาภูมิศาสตร์ออกมาเป็นวิชาเฉพาะ ไม่รวมอยู่ในวิชาสังคมศึกษา
เพราะวิชาภูมิศาสตร์เป็นวิชาที่มีการบูรณาการและเชื่อมโยงกับวิชาอื่นๆ
อย่างหลากหลาย เช่น วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ตนได้ตั้งคณะทำงานที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์เข้ามาจัดทำหลักสูตรโดยเฉพาะด้วย

เพิ่มเพื่อน

“ต่อจากนี้การบริหารจัดการหลักสูตรจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ไม่บังคับว่าทุกโรงเรียนจะต้องสอนเหมือนกัน
แต่จะมีคำแนะนำว่าแต่ละวิชาควรสอนอย่างน้อยกี่ชั่วโมง และไม่เกินกี่ชั่วโมง

Advertisement

ส่วนการบริหารจัดการหลักสูตรจะเป็นหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ
ส่วน ศธ.และ สพฐ.จะเป็นเพียงผู้กำกับ ดูแล และสุ่มตรวจสอบ
ซึ่งถือเป็นการปลดปล่อยการบริหารจัดการหลักสูตร
ไม่ใช่เป็นการรวมศูนย์การทำงานจากส่วนกลางเหมือนที่ผ่านมา
และจะสามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการบริหารจัดการของโรงเรียนจากการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือเอ็นที” รมว.ศธ.กล่าว

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า
สำหรับเรื่องการปรับปรุงตำราเรียนให้เป็นตำราเรียนระดับ 5 ดาว
จะเริ่มวิชาคณิตศาสตร์ก่อน
ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งทีมวิจัยไปทดลองใช้วิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนแล้ว
พร้อมประเมินผลการทดลองใช้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่
เพื่อจะนำตำราเรียนคณิตศาสตร์ระดับ 5 ดาวมาใช้จริงในปีการศึกษา 2560
รวมถึงจัดทำมาตรฐานวัดคุณภาพหนังสือเรียนของสำนักพิมพ์ต่างๆ ด้วย
เพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือที่ดีและมีมาตรฐานอย่างแท้จริง
และในส่วนของการดำเนินโครงการยกระดับโรงเรียนที่อยู่ในภาวะไอซียู
หรือโรงเรียนที่ประสบปัญหาวิกฤติทางการศึกษา ตนได้สั่งการให้
สพฐ.สำรวจโรงเรียนที่อยู่ในภาวะดังกล่าว
โดยตั้งเป้ายกระดับคุณภาพให้ได้จำนวน 3,000 โรงต่อปี ซึ่ง
สพฐ.ได้นำเสนอโรงเรียนที่มีผลคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
หรือโอเน็ต ต่ำมาเข้าโครงการก่อน
แต่ตนเห็นว่าควรเลือกโรงเรียนที่มีปัญหาทางด้านกายภาพ เช่น ขาดครู
ขาดสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น ไม่ใช่แค่ดูผลคะแนนโอเน็ตเพียงอย่างเดียว.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement

You might also like