Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.ยึดแนวทางในหลวงร.9 แก้ปัญหาการศึกษาไทย

Advertisement

0

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ
กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)
จัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(ซีมีโอ) ครั้งที่ 39 (39th SEAMEO High Official Meeting)
โดยมีผู้แทนอาวุโสระดับสูงจากประเทศสมาชิก 11 ประเทศ เข้าร่วม
โดยผู้เข้าร่วมได้ยืนแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ก่อนเริ่มประชุม จากนั้นพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.
กล่าวเปิดประชุม ว่า
ขอบคุณที่ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ครั้งนี้เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของประชาชนชาวไทย
ในด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาของไทยและอาเซียน
ไม่ใช่แค่พระองค์ที่ทรงงานดังกล่าว รวมถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
และพระราชโอรส พระราชธิดาของพระองค์ก็ทรงลงไปดูแลเด็กไทยตามชายขอบ ชายแดน

เพิ่มเพื่อน

รัฐมนตรีว่าการศธ.
กล่าวต่อว่า แนวทางที่ในหลวง ร.9
ทรงพระราชทานในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่องรวมถึงการศึกษา
เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบการเมืองซึ่งรัฐบาลและศธ.ได้น้อมนำแนวทางของพระองค์มาปฏิบัติอย่างจริงจัง
พระองค์ทรงสอนไม่ให้เราเห็นแก่ตัว สอนให้นึกถึงเพื่อนในอาเซียนด้วย
ซึ่งสิ่งที่ซีมีโอดำเนินการอยู่ก็เป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาการศึกษาในภูมิภาคและกลุ่มสมาชิกสมทบ
เพื่ออนาคตของเด็ก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
เคยกล่าวว่าเราจะเดินไปด้วยกันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่ง ศธ.
ก็มีคำพูดว่าจะไม่ทิ้งเด็กสักคนเดียวไว้ข้างหลัง
และตนคิดว่าประเทศสมาชิกซีมีโอก็จะไม่ทิ้งเด็กของท่านไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียวเช่นกัน

“ประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ
ซึ่งโครงการอันเนื่องพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการนั้น ในจำนวนนี้มี 400
โครงการที่เป็นโครงการเพื่อพัฒนาการศึกษา สวัสดิภาพ
และสวัสดิการของประชาชนชาวไทย
ซึ่งรัฐบาลได้ยึดถือเป็นแนวทางในการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและพัฒนาการศึกษาอย่างมีคุณภาพให้แก่ประเทศไทย

Advertisement

และเชื่อมั่นว่าจะนำพาประเทศไทยบรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ
(2030 Agenda for SDG)” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

You might also like