Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.เดินหน้าแก้เด็กอ่านไม่เข้าใจ

Advertisement

0

ข้อมูลสำนักงานสถิติฯระบุคนไทยอ่านหนังสือน้อย 1 ใน3 อ่านน้อยกว่าวันละ 30
นาที แถมธนาคารโลกตอกย้ำเด็กไทยอ่านได้แต่ไม่เข้าใจเนื้อหา
“ดาว์พงษ์”สั่งปลัด
ศธ.วางแผนแก้ปัญหาตั้งเป้าอ่านออกแล้วต้องเข้าใจเนื้อหาด้วย

    วันนี้(16 มี.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า
ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.
ที่ประชุมได้พิจารณาข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า มีคนไทย 1
ใน 3 อ่านหนังสือน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน ขณะที่ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า
เด็กไทย 1 ใน 3 มีผลสัมฤทธิ์ในการอ่านต่ำ และอ่านไม่เข้าใจในเนื้อหา
ซึ่งเรื่องนี้ ศธ.ทราบปัญหาดีอยู่แล้ว
และที่ผ่านมามีนโยบายแก้ไขปัญหามาตลอด โดยอาศัยกลไกต่าง ๆ
ในการพัฒนาผู้เรียน ทั้งการส่งเสริมการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ
การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมอง หรือ บีบีแอล
เป็นต้น ทั้งนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 และปีการศึกษา
2559 ได้ตั้งเป้าหมายว่า เด็ก ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ 100%

    “จากการดำเนินการดังกล่าว พบว่า ภาคเรียนที่ 1/2558 มีเด็กอ่านไม่ออก 7.37%
ภาคเรียนที่ 2/2558 เด็กอ่านไม่ออกลดลงเหลือ 5.71%
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน2558 และลดลงเหลือ 4.04% ในเดือนมกราคม2559
ซึ่งถือว่าลดลงอย่างชัดเจนและยังส่งผลในเชิงบวกไปสู่การเรียนในระดับอื่น ๆ
ด้วย อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าขั้นต่อไปคือ
จะต้องเพิ่มระดับการพัฒนาเด็กจากอ่านออกไปสู่การอ่านเข้าใจในเนื้อหาด้วย
จึงได้มอบให้ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ.ไปวางแผนช่วงต่อไปแล้ว
ขณะเดียวกันได้มอบให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัย(กศน.)ไปขยายผลการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย
”รมว.ศธ.กล่าว

Advertisement

    ด้าน รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า
รมว.ศธ.ต้องการให้หากลไกที่จะช่วยพัฒนาให้เด็กไทยที่อ่านออกแล้วสามารถอ่าน
ได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.มีการวัดสมรรถนะภาษาไทย ทั้งการพูด
อ่าน และเขียน โดยสถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาฯ มากว่า 10
ปีแล้วและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นในเร็ว ๆ
นี้ตนจะหารือกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)
ขอให้ไปศึกษากระบวนการจัดทดสอบสมรรถนะภาษาไทยของเด็กไทยในอนาคต
โดยให้สถาบันภาษาไทยสิรินธรเป็นต้นแบบ
เพื่อวางแผนสุ่มทดสอบความสามารถภาษาไทยของเด็กไทยในแต่ละช่วงชั้น
รวมถึงทดสอบความเข้าใจที่ธนาคารโลกยกประเด็นมาด้วย
นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ไปหาสาเหตุที่เด็ก
อ่านได้แต่ไม่เข้าใจมาแล้ว
พบว่าสื่อการสอนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไม่ช่วยทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ
เพราะมุ่งให้อ่านได้เพียงอย่างเดียว

    “ในส่วนของ กศน.เวลานี้มีการทำโครงการบรรณสัญจร
รับบริจาคหนังสือจากภาคประชาชนมารวบรวมไว้ในห้องสมุดที่ กศน.ดูแลอยู่ เช่น
ห้องสมุด กศน.ตำบล หรือบ้านหนังสือ
เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการรับรู้ของประชาชน ขณะเดียวกันได้มอบให้
กศน.เก็บข้อมูลด้วยว่า มีประชาชนเข้ามาอ่านหนังสือมาน้อยแค่ไหน
รวมถึงสำรวจความต้องการของประชาชนว่า อะไรคือหนังสือยอดนิยม หนังสือน่าอ่าน
หรือแนะนำให้อ่าน เป็นต้น ทั้งนี้ ตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2559
จะมีหนังสือเข้าสู่โครงการบรรณสัญจรไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเล่ม”รศ.นพ.กำจรกล่าว

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธที่ 16 มีนาคม 2559 เวลา 18:00 น.