Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.เดินหน้า ปรับหลักสูตร

Advertisement

0

องค์กรหลัก ศธ.ไฟเขียว สพฐ.รื้อหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รมว.ศธ.ย้ำข้าราชการอย่าทุจริต คอรัปชั่น

เพิ่มเพื่อน

วันนี้ (15 ก.ค.)รศ.นพ กำจร ตติยกวีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)
เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ว่า
ที่ประชุมได้หารือถึงข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ที่ให้ ศธ.ปรับปรุงหลักสูตร และลดเวลาเรียนของเด็ก
เพื่อให้เด็กมีเวลาทำกิจกรรม ทดลองปฎิบัติ
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานว่า
สพฐ.ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรโดยร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ
ไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 โดยมีการกำหนดทิศทางหลักสูตร
รับฟังความคิดเห็น
และยกร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ขึ้นมา
จากนี้จะนำไปรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มก่อนที่จะนำไปทดลองนำร่อง
ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการทดลองหลักสูตรประมาณ 1 ปี และประเมินผลว่า
เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือมาก่อนนำมาปรับปรุงขั้นสุดท้าย
และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
พิจารณาก่อนเสนอให้ ศธ.ประกาศใช้จริง ซึ่งคาดว่าน่าจะประกาศได้ในกลางปี
2560

“ปกติหลังประกาศใช้หลักสูตรแต่ละฉบับจะใช้เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี
ซึ่งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
เพิ่งประกาศใช้มาได้ประมาณ 6 ปี
ดังนั้นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ถือว่าเร็วกว่าปกติ 4 ปี
และคงดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วไม่ได้
เพราะในการยกร่างหลักสูตรฉบับใหม่จะต้องมีเวลาเตรียมการด้านต่างๆทั้ง
บุคลากรและพัฒนาสื่อ ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 1 ปี ทั้งนี้
สพฐ.จะมีการเสนอ รมว.ศึกษาธิการ
ให้แต่งตั้งคณะกรรมการปฎิรูปหลักสูตรระดับชาติ
คณะอนุกรรมการจัดทำรายะละเอียด และคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อ” ปลัด ศธ.กล่าว

Advertisement

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้รมว.ศธ.ได้เน้นย้ำในที่ประชุม
ถึงการประพฤติปฎิบัติตัวของข้าราชการว่า อย่าได้ประพฤติปฎิบัติทุจริต
คอรัปชั่น เพราะขณะนี้มีการประกาศ
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ฉบับที่3)พ
.ศ.2558 ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ และถึงขั้นประหารชีวิต
รวมถึงกำชับถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เรื่องให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่จะดำเนินโครงการที่มีการจ้างบริษัท
ผู้รับจัดงาน หรือ ออแกไนซ์เซอร์
ทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่มีวงเงินจัดจ้างตั้งแต่ 5
ล้านบาทขึ้นไปรายงานให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ
(ค.ต.ร.) ทราบก่อนดำเนินการจัดจ้างล่วงหน้า 15 วัน
หากไม่ได้รับการทักท้วงให้ดำเนินการได้แต่ขอให้รายงานทุกครั้ง
และกำชับว่าห้ามไปจัดจ้างโดยไม่บอก
และหากต้องการทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ควรให้หน่วยงานทำไม่ใช่ไปจ้างออแกไน
ซ์เซอร์ รวมถึงควรเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานขององค์กรไม่ใช่ตัวบุคคล“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

You might also like