Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.เตรียมฟันวินัย ซี 8 โกงเงินตกเขียวเด็ก จ่อไล่ออก-ปลดออก

Advertisement

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่มีการโอนเงินของกองทุนเสมาฯในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นเงิน 88 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 5 ราย และล่าสุดตรวจสอบพบว่าโอนเข้าบัญชีบุคคล 22 บัญชี โดยได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ในฐานะผู้สนับสนุนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดแล้ว ว่าในส่วนของข้าราชการระดับ 8 ซึ่งรับสารภาพว่าได้ทำความผิดจริงนั้น เร็วๆ นี้ทางสำนักนิติการ สป.ศธ. จะดำเนินการจัดทำรายละเอียดการพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการที่กระทำการทุจริต ตามกฎข้าราชการพลเรือน ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 จากนั้นจะเสนอให้คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สป. ซึ่งมีปลัด ศธ.เป็นประธาน พิจารณาโทษ โดยกรณีของข้าราชการรายดังกล่าว ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้กระทำความผิดให้การรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา ถือว่ามีความผิดปรากฏชัดแจ้ง ตามข้อ 65 (อนุ 3) ว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัย โดยไม่ต้องสอบสวน หรืองดการสอบสวนได้ ส่วนอีก 4 ราย ไม่ได้รับสารภาพ ดังนั้น ต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

เพิ่มเพื่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ข้าราชการระดับ 8 ที่รับสามารถถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง ซึ่งจะไล่ออก และปลดออกเท่านั้น

Advertisement

ด้านเดลินิวส์ ได้นำเสนอประเด็นนี้ว่า “การุณ” แจ้งความ สน.ดุสิต ดำเนินคดีญาติข้าราชการซี 8 ยักยอกเงินกองทุนเสมาฯ

ปลัด ศธ. พร้อม นิติกร สำนักงานปลัด ศธ. แจ้งความ สน.ดุสิต ดำเนินคดีเครือญาติข้าราชการซี 8 เปิด 22 บัญชีถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซัด หลักฐานชัดโอนเข้าบัญชีเดิมซ้ำๆตลอด 10ปี มั่นใจเครือญาติรู้เห็นแน่

อังคารที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 11.09 น.

Advertisement

วันนี้ (13 มี.ค.)  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมเจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานปลัด ศธ.  เดินทางเข้าพบ  พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา สารวัตรสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อเครือญาติข้าราชการซี 8 ศธ.พร้อมกับนำหลักฐานเอกสารการเปิดบัญชีต่างๆของเครือญาติ มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบสำนวนการพิจารณาดำเนินคดี หลังพบหลักฐานเพิ่มเติมให้เครือญาติเปิด 22 บัญชีถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต  

โดย นายการุณ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับเครือญาติของข้าราชการซี 8 ศธ.ที่ไปเปิดบัญชีไว้ 22 บัญชีสำหรับถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้ามาในบัญชีดังกล่าว เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันในการรับเงินการโอนจากกองทุนนี้  เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าการถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตจะเข้าบัญชีทั้ง 22 บัญชีเหล่านี้แบบซ้ำๆเดิมๆตลอด 10 กว่าปี ดังนั้นตนเชื่อมั่นว่าเครือญาติทั้งหมดของข้าราชการซี 8 จะต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นด้วยแน่นอนจึงมาแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี  ขณะเดียวกันตนจะมอบหมายให้สำนักนิติการของ สป.ดำเนินการตามระเบียบพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการซี 8 ศธ.ตามกระบวนการต่อไป

 
ต่อข้อถามว่าเรื่องนี้จะโยงไปถึง 10 ปลัดศธ.ในฐานะละเลยปล่อยให้ข้าราชการในสังกัดยักยอกเงินด้วยหรือไม่ นายการุณ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งเท่าที่ทราบปลัด ศธ.แต่ละคนก็อยู่ในตำแหน่งคราวละ 1-2 ปีเท่านั้น อีกทั้งผู้กระทำความผิดก็ได้จัดทำเอกสารเท็จขึ้นมานำเสนอ เพื่อขออนุมัติเงินกองทุนแต่ในละครั้ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรับรู้ได้ว่าเกิดการยักยอกเงินเกิดขึ้น

 
ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้ตนและคณะกรรมการกองทุนฯจะต้องกลับมาพิจารณากันว่า จะยกเครื่องระบบตรวจสอบภายในของศธ.และการดำเนินงานของกองทุนอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าระบบการตรวจสอบอาจจะยังมีจุดบกพร่องอยู่ อย่างไรก็ตามในเร็วๆนี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนของสำนักงานปลัด ศธ. โดยจะมีการเสนอให้พิจารณาโทษความผิดร้ายแรงกับข้าราชการระดับ 8 ทันที เพราะถือว่าเป็นความผิดชัดแจ้งที่เจ้าตัวสารภาพจึงไม่ต้องมีการสอบสวนวินัยอีก และก็ถือว่าเป็นไปตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.255

ด้าน พ.ต.ท.บำเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับเครือญาติข้าราชการซี 8 ศธ.นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้  ซึ่งจะต้องขอดูพยานหลักฐานต่างๆก่อน เนื่องจากบัญชีที่เปิดไว้มีหลายบัญชีมาก อีกทั้งจะต้องดูด้วยว่าเครือญาติของข้าราชการซี 8 ศธ.มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ หรือญาติได้ประโยชน์จากส่วนนี้ด้วยหรือไม่  เพราะบางครั้งอาจเห็นว่าเป็นญาติกันอาศัยความคุ้นเคยก็ไม่ได้คิดอะไรจึงไปเปิดบัญชีให้ ซึ่งทั้งหมดจะต้องว่ากันไปตามหลักฐานและต้องดูที่เจตนา ดังนั้นจึงยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้ แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกระบวนกฎหมายอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา : มติชนออนไลน์ และ เดลินิวส์ อังคารที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 11.09 น.

You might also like