Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.แจ้งความ′สมศักดิ์-เกษม′อดีตบิ๊กสกสค.ยักยอกทรัพย์ 9ผู้บริหารบิลเลี่ยนฯโดนทุจริต

Advertisement

0

Advertisement

  http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14486098741448610223l.jpg


เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวในการแถลงข่าวกรณีสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)
มีหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตอบกลับกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ส่งสรุปสำนวนการตรวจสอบกรณีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(สกสค.) ซื้อตั๋วสัญญากับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ มีบัญชาให้ ศธ.ดำเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้มูลความผิดฐานฉ้อโกง
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 214 กับบริษัทบิลเลี่ยนฯ และเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดกับอดีตผู้บริหาร
สกสค.กรณีการซื้อตั๋วสัญญามูลค่าความเสียหายประมาณ 2,500 ล้านบาท
โดยเสนอให้ดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงกับผู้บริหารบริษัทบิลเลี่ยนฯ และกรรมการบริษัทบิลเลี่ยนฯ รวมถึง
ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตผู้บริหาร สกสค. อดีตประธานกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง
ตามโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และคณะกรรมการ
สกสค.ที่มีส่วนในการอนุมัติเงินในการซื้อตั๋วสัญญากับบริษัท บิลเลี่ยนฯ ทุกคน
โดยผู้ที่เป็นข้าราชการให้ดำเนินการทางวินัยด้วย ว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
สกสค.ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมศักดิ์ ตาไชย อดีตเลขาธิการ สกสค.และนายเกษม กลั่นยิ่ง
อดีตประธานกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
และยักยอกทรัพย์



http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14486098741448609938l.jpg



พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนบริษัทบิลเลี่ยนฯ
ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารในขณะนั้น 9 คน ข้อหาสนับสนุนให้เจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำลายตรา หรือเครื่องหมายที่เป็นส่วนหนึ่งของตั๋วสัญญาใช้เงิน และเจ้าหน้าที่
สกสค.ที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะอยู่ระหว่างการสอบวินัย กรณีที่นายกฯ ให้
ศธ.ดำเนินการให้ธนาคารธนชาตชดใช้เงิน 2.1 พันล้านบาท คืนให้ สกสค.กรณีอนุมัติปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ
สกสค.ที่ฝากไว้กับธนาคารธนชาต สาขาสี่แยกเฉลิมบุรี (เยาวราช)
เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารมีความประมาทเลินเล่อนั้น ในส่วนของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งนั้น
ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยกัน ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี


“นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ
สกสค.ได้มีมติปลดนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ (อค.) มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน
ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินผลงาน ซึ่งการประเมินได้พิจารณาอย่างเป็นธรรม
และได้แจ้งให้นายสมมาตร์ทราบแล้ว” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

Advertisement



http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14486098741448609920l.jpg



พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า กรณีที่
ศธ.มีแนวทางจะโอนคดีเกี่ยวกับการซื้อตั๋วสัญญาของบริษัทบิลเลี่ยนฯ ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นั้น ล่าสุดได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าคดีคืบหน้า
80% แล้ว ฉะนั้น จะไม่มีการโอนคดีดังกล่วให้ดีเอสไอแล้ว ส่วนความคืบหน้ากรณีที่อดีตผู้บริหาร
สกสค.นำเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ไปซื้อหุ้นบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด จำนวน 800 ล้านบาท
เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน จ.หนองคายนั้น
ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ


ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 14:46:00 น.