Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สกสค.ขอปันเงินรีไฟแนนซ์คืนกองทุน

Advertisement

0

“กำจร” แจงความคืบหน้าโครงการใช้เงิน ชพค.รีไฟแนนซ์หนี้ครู
อยู่ในขั้นดูรายละเอียดสัญญา
เผยเล็งขอแบ่งวงเงินกู้ใหม่มาโปะหนี้ที่สกสค.เคยจ่ายแทนครู

วันนี้ (14 มี.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)
เปิดเผยความคืบหน้าโครงการลดภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งธนาคารออมสินจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่ให้แก่ผู้กู้ที่เป็นข้าราชการ
ครูและบุคลากรทางการศึกษา
โดยใช้เงินกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.
ค.) ซึ่งทายาทจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรมเป็นเงินบำเหน็จตกทอด
มาขอสินเชื่อใหม่หรือรีไฟแนนซ์
เพื่อลดภาระหนี้หรือปิดบัญชีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในอัตราดอกเบี้ย 4% ว่า
ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างข้อตกลงที่จะใช้ในการลงนามร่วมกับ
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา(สกสค.) ซึ่ง สกสค. ต้องไปดูรายละเอียดในข้อกฎหมายเพิ่มเติม
โดยเฉพาะกรณีที่ระบุให้ทายาทเป็นผู้รับเงิน ช.พ.ค.หลังจากสมาชิกถึงแก่กรรม
ดังนั้นหากผู้กู้ต้องการเข้าร่วมโครงการฯทายาทจะต้องเซ็นยินยอมให้ธนาคาร
ออมสินหักเงินบำเหน็จตกทอดดังกล่าวด้วย

Advertisement

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ต้องไปดูลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3
งวดขึ้นไปด้วย
เพราะที่ผ่านมาสกสค.ได้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความ
มั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค เพื่อชำระหนี้แทนไปแล้วกว่า60,000
ราย เป็นเงินรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท หากเข้าร่วมโครงการฯ
ก็ต้องหักเงินส่วนหนึ่งมาชำระหนี้ สกสค.ด้วย
ไม่ใช่จะรีไฟแนนซ์เพื่อลดเงินต้นของตนเองอย่างเดียวแล้วไม่ยอมใช้หนี้ สกสค.

“ผมเห็นว่าถ้าครูที่
สกสค.เคยใช้หนี้ให้ยินยอมที่จะเข้าร่วมโครงการรีไฟแนนซ์กับธนาคารออมสิน
ก็ควรยอมให้หักเงินมาใช้หนี้ สกสค.ที่จ่ายแทนไปด้วย
ไม่ใช่จะหักเฉพาะต้นของตัวเองเท่านั้น โดยทางธนาคารออมสิน
จะต้องคำนวณยอดหนี้และเงินบำเหน็จตกทอด ว่า
เพียงพอต่อการชำระหนี้หรือไม่ด้วย
ซึ่งหากดำเนินการเช่นนี้แล้วมีผู้เข้าร่วมโครงการฯน้อย
ก็คงต้องหามาตรการเพื่อบังคับให้ใช้หนี้สกสค.ต่อไป”ปลัด ศธ.กล่าว.“

อ่านต่อที่ :  เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2559 เวลา 17:03 น.