Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สพฐ.พิจารณาปรับลดเวลาเรียน เลิกเรียนในชั้น 14.00 น. เริ่มภาคเรียนที่ 2/2558 นำร่องร้อยละ 10 ของโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด

Advertisement




ข่าว
สำนักงานรัฐมนตรี


278/2558

ผลประชุมองค์กรหลัก 1/2558

พลเอก ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พร้อมด้วยพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นพ.ธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ร่วมประชุมกับผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก
เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558 ณ ห้องประชุม
MOC อาคารราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ
เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า
ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานของ 5
องค์กรหลักตามนโยบายรัฐบาล
รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ
ซึ่งเป็นการขยายความเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวานนี้
(24 สิงหาคม)
โดยตนได้ขอให้เพิ่มเติมแนวทางดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีใน
2 ประเด็น คือ



การลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง

โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ไปพิจารณาปรับลดชั่วโมงเรียนของบางวิชาให้น้อยลง
เพื่อต้องการให้เด็กผ่อนคลาย
ไม่เครียดในการเรียนมากเกินไปหรือต้องหอบการบ้านไปทำต่อที่บ้าน
ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเวลาที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น
หรือมีเวลาว่างเรียนรู้ตามวัย
คิดบ้างทดลองปฏิบัติบ้าง ไม่ใช่ท่องตำราอย่างเดียว
โดยอาจจะเลิกเรียนในชั้นเรียนเวลาประมาณ 14.00 น.
ส่วนเวลาที่เหลือให้ สพฐ.ไปพิจารณารายละเอียดและกิจกรรมว่าควรดำเนินการอย่างไรกับเด็ก
2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน
หรือกลุ่มซึ่งรอกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองหลังเลิกงาน

ทั้งนี้ สพฐ.จะนำร่องโรงเรียนในสังกัดประมาณร้อยละ
10 จากทั้งหมด 38,000 โรงเรียนก่อน
เริ่มต้นได้ทันทีในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.จัดระบบนิเทศและเตรียมการให้ดีในช่วงปิดภาคเรียนนี้
รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน
นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดำเนินการด้วย



การเน้นการสอนอาชีพเฉพาะด้านของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
(มทร.)
เพื่อต้องการให้ มทร.แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนในแต่ละสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันไป
ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้ว
จะต้องพัฒนาครูผู้สอนและเครื่องมือช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ
โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในเดือนกันยายน
2559 อาจจะเริ่มต้นจาก 2-3 แห่งก่อน
โดยจัดให้มีทั้งสถาบันหลักและรองลงไปในแต่ละสาขา
เช่น มทร.ตะวันออก
แม้จะมีความชำนาญด้านการสอนต่อเรือ
แต่ก็ต้องวางแผนจัดระบบสำหรับเด็กที่อยู่ห่างไกลในภาคอื่นเช่นภาคใต้ที่ต้องการเรียนในสาขาอาชีพนี้
ซึ่งอาจต้องมี มทร.
ระดับรองลงไปในภาคใต้ที่มีความพร้อมในการสอนสาขาอาชีพดังกล่าวรองรับด้วย

 



แนวทางการดำเนินงาน
ของ
5


องค์กรหลัก

ตามนโยบายรัฐบาล
รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้อง
ต่างๆ

 
 



1.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)

โดยนายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ได้นำเสนอถึงนโยบายการดำเนินงานที่สำคัญ
5 เรื่อง
คือ

1) การปรับปรุงคุณภาพครูให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
ซึ่งมีโครงการสำคัญที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น
โครงการคุรุทายาท แนวทางการพัฒนา/สรรหา/ประเมินวิทยฐานะ/เลื่อนตำแหน่ง/ย้ายครูผู้สอน
ใบประกอบวิชาชีพครู การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
การแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ฯลฯ

2)
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ
คือ การส่งเสริมการศึกษาปฐมวัย
การแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน
การฝึกวิชาชีพระยะสั้นหรือส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชน
การส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง
ค่านิยมหลัก 12 ประการ

3) การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา
คือ การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีทางการศึกษา

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
(Distance Learning Information Technology : DLIT)

4)
การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
การจัดตั้งศูนย์ครูใต้ที่ จ.ยะลาและนราธิวาส
การจัดการศึกษานอกระบบเพื่อสร้างโอกาสการมีอาชีพมีงานทำ
การจัดโครงการ DLIT
การช่วยเหลือเยียวยาครูที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ

5)
การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
คือ
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
การพัฒนาทักษะการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน
และการพัฒนาอาชีพรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดน


2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
(สกศ.)
โดยนางสุทธศรี วงษ์สมาน
เลขาธิการสภาการศึกษา
ได้นำเสนอการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในประเด็นต่างๆ
ดังนี้
ร่างวิสัยทัศน์และกรอบทิศทางการพัฒนาการศึกษาระยะ
5 ปี (พ.ศ.2559-2563)
การปฏิรูปการศึกษาในภาพรวมทั้งระบบ
การทบทวนปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ
การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
(พ.ศ.2560-2574) และแผนพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย
การศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบสภาวะการศึกษาไทยในเวทีโลก
และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


3.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

โดยนายกมล รอดคล้าย
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้นำเสนอในประเด็นการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เด็กจบ ป.1
ต้องอ่านออกเขียนได้และต้องมีการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเสริมทักษะอาชีพเด็กชั้น
ม.1 ถึง ม.6 (ทวิศึกษา)
ที่ต้องเลือกเรียนวิชาเสริมเป็นสาขาวิชาชีพเพื่อการวางแผนอาชีพในอนาคตได้
การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และการปรับลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง


4.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

โดยนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้นำเสนอ

1)
ประเด็นเชิงนโยบายรัฐบาล 6 เรื่อง
คือ

การเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ
ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่
สอศ.มีนักศึกษาใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ
20 ซึ่งรวมถึงโครงการทวิศึกษาด้วย,
การพัฒนาทักษะอาชีพประชาชนทุกช่วงวัย 1
ล้านคน,

การแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ,

โครงการอาชีวะมาตรฐานสากลโดยร่วมมือกับประเทศชั้นนำของโลกด้านอาชีวศึกษา
7 ประเทศ คือ เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน
สิงคโปร์
อิสราเอล อังกฤษ และไต้หวัน,

การเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษเพื่องานอาชีพและพัฒนาฝีมือแรงงานให้สถานประกอบการ,

การเพิ่มบทบาทของสถานประกอบการในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี
ซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือ 10,527 แห่ง
นักศึกษา
89,489 คน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ

ได้เสนอแนะให้สถานศึกษากลุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทได้จับคู่กับสถาน
ประกอบการเพื่อจัดระบบทวิภาคีให้ผู้เรียน

ซึ่งจะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อีกทางหนึ่งด้วย

2)
ประเด็นเร่งด่วน 4 เรื่อง
คือ ทวิศึกษา
หรือนักเรียนเรียนหลักสูตร ม.ปลายคู่ ปวช.
ในโรงเรียนมัธยมฯ
โดยจะเสนอของบกลางดำเนินการเพิ่มอีก 92 ล้านบาท,
การของบประมาณเพิ่มเพื่อสร้างศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่
จ.สงขลาอีก 302 ล้านบาท หลังจากใช้งบฯ
ก่อสร้างไปแล้วกว่า 835 ล้านบาท
แต่ไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่มเติม,
การแก้ปัญหาขาดแคลนครูอาชีวศึกษาโดยขอกรอบอัตรา
7,455 อัตรา ใช้งบประมาณ 1,610 ล้านบาทต่อปี
เพื่อให้อัตราส่วนครู : นักศึกษา จากปัจจุบัน 1 :
44 เหลือ 1 : 27 (สัดส่วนที่เหมาะสมคือ 1:20),
ทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ (TTS) ระยะเวลา
15 ปี (พ.ศ.2558-2572) งบประมาณ 29,059 ล้านบาท
เพื่อส่งนักศึกษาอาชีวะไปศึกษาต่อในและต่างประเทศ
5 รุ่น รวม 11,500 คน



5.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

โดยนายพินิติ รตะนานุกูล
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เสนอการแนวทางดำเนินงานของ สกอ. ดังนี้

1)
ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

ในการผลิตครูตามโครงการคุรุทายาท,
การพัฒนาครูโดยใช้เครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา,
การจัดการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพ
ผ่านโครงการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ (UBI) 60
แห่ง และการส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการเรียนรู้กับการทำงาน
(WIL) เช่น สหกิจศึกษา,
การส่งเสริมศูนย์ความเป็นเลิศ 11
ศูนย์ในการสร้างงานวิจัยเชิงพาณิชย์ฯ,
โครงการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ

2)
ข้อขัดข้องที่ให้พิจารณาผลักดัน
อาทิ
พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. ….,
ร่างประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่
เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี
เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
และแนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา,
การแก้ไขเยียวยาให้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการ
(ร้อยละ 8),
โครงการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในอุดมศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกระยะ
20 ปี วงเงิน 43,196 ล้านบาท,
โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี
9,300 ล้านบาท,
โครงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก,
โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่,
โครงการกองทุนตั้งตัวได้

 

เพิ่มเพื่อน

Advertisement



นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ
ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนและจัดทำข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
เพื่อประโยชน์ในการวางแผนดำเนินการตามนโยบาย
เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานและหลายกระทรวงก็ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากนัก
หรืออาจนำแนวทางดำเนินการจัดทำ “ตารางประสานสอดคล้อง”
มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ส่วนการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น
กระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องนำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ
มากางให้สังคมดูว่าจะแก้ปัญหาให้ถูกทางได้อย่างไร

ทั้งนี้
แม้จะเร่งการทำงานตามนโยบายเร่งด่วนดังกล่าว
แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ
รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นด้วย.






บัลลังก์
โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน


ยุทธพงศ์
เลือกกลั่นดี


ถ่ายภาพ

ข้อมูลทั้งหมดจาก : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


Advertisement

You might also like