Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สพฐ.เปิดทางรร.จัดตารางการเรียนได้

Advertisement

0

สพฐ.วางโครงร่างปรับหลักสูตรระยะสั้น
ยืดหยุ่นให้โรงเรียนสามารถจัดตารางการเรียนของตนเองได้ เริ่มภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2558 นี้ แล้วค่อยนำผลมาประเมิน วิเคราะห์
และถามความเห็นประชาชน ก่อนออกมาเป็นหลักสูตรระยะยาว คาดใช้เวลา 2 ปี
เผยล่าสุด รมว.ศธ.นั่งเป็นประธานบอร์ดพัฒนาหลักสูตรแล้ว

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.)
กล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ได้รับมติเห็นชอบเรื่องการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ครั้งใหญ่ของประเทศ จากที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ
(ศธ.) โดยการปรับหลักสูตรจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
1.โครงการปรับปรุงหลักสูตรระยะสั้น จะปรับหลักสูตรในลักษณะยืดหยุ่น
ให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการตารางเรียนได้เอง ที่จะเริ่มใช้ในภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2558 ซึ่งทาง
สพฐ.จะมอบตัวอย่างแนวทางการจัดตารางเรียนในลักษณะยืดหยุ่นให้แต่ละโรงเรียน
โดยผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหากโรงเรียนใดมีความพร้อมจะจัดการเรียน
การสอนในลักษณะดังกล่าว ก็สามารถมาติดต่อขอรับแนวทางดังกล่าวจากเขตพื้นที่ฯ
ได้

นายกมลกล่าวต่อว่า 2.การปรับหลักสูตรในระยะยาว
ที่ประชุมก็ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตร
ที่จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ
อาทิ หน่วยงานที่จัดการศึกษาที่จะต้องนำหลักสูตรไปใช้
และนักวิชาการที่เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ อย่าง นักวิชาการด้านสื่อการเรียนรู้
เป็นต้น นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้
สพฐ.ตั้งคณะกรรมการดำเนินการหลักสูตรขึ้น ซึ่งต้องมีนักวิชาการด้านต่างๆ
ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการ
เนื่องจากการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เพียงแต่ปรับให้แตกต่างจากเดิม
เท่านั้น เมื่อปรับแล้วยังต้องมีการผลิตสื่อการเรียนรู้และตำราเรียนรองรับ
อีกทั้งยังมีเรื่องการประเมินผลต่างๆ ตามมาด้วย
ซึ่งตัวหลักสูตรคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี ซึ่ง
สพฐ.ได้ดำเนินการวิเคราะห์ตัวหลักสูตรเดิม ถามความเห็นจากประชาชน
และศึกษาตัวอย่างหลักสูตรของประเทศต่างๆ แล้ว
ขณะนี้เป็นขั้นตอนการร่างคุณลักษณะของผู้เรียน
และเป้าประสงค์ของการพัฒนาผู้เรียนเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประเทศ

“การปรับหลักสูตร สพฐ.ต้องฟังความเห็นจากประชาชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงแนวทางความต้องการคนของซูเปอร์บอร์ดการศึกษา
เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของประเทศให้ได้
และยังต้องนำผลการประเมินการดำเนินการของในการปรับหลักสูตรระยะสั้น
ว่าทำแล้วได้ผลตอบรับอย่างไร
เพื่อมาเป็นตัวอย่างให้กับการปรับหลักสูตรใหญ่ครั้งนี้ด้วย” เลขาฯ
กพฐ.กล่าว. 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 27 กรกฎาคม 2558

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

You might also like