Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สพฐ.เปิดยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาพื้นฐาน

Advertisement

0

สพฐ.ชง”ดาว์พงษ์”หนุนงบฯเดินหน้าโครงการสอนทางไกล
พร้อมดันแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เพิ่มเพื่อน

 วันนี้(25 ส.ค.) ดร.กมล รอดคล้าย
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)
เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น
ฐาน(สพฐ.) วันที่ 25 ส.ค.ว่า
ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5
ปี (พ.ศ.2559-2563)ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
โดยแผนยุทธศาสตร์ฯจะต้องเตรียมพร้อมรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างมี
ประสิทธิภาพ มีข้อบ่งชี้ถึงทิศทางและเป้าหมายที่สำคัญ พร้อมวิสัยทัศน์
เป้าประสงค์และพันธกิจที่ชัดเจน โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.ยุทธศาสตร์เร่งด่วนที่จะดำเนินการภายใน 1 ปี
ซึ่งอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เช่น
การแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ การจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ
การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และ 2.ยุทธศาสตร์ระยะยาว 5 ปี
ที่ต้องกำหนดแผนเป็นรายปี โดยจะจัดเป็นหมวดหมู่ เช่น
ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำของ
ประชาชน ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูและบุคลกรทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ เป็นต้น

Advertisement

“เหตุผลที่ต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฯนี้ก็เพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า
สพฐ.จะดำเนินการเรื่องใดและผลสัมฤทธิ์จะเป็นอย่างไร
ซึ่งจะมีการประชุมผู้บริหารระดับสูง และผู้รับผิดชอบด้านแผนของ
สพฐ.เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ในวันที่ 20-26ก.ย.นี้”เลขาธิการ
กพฐ.กล่าวและว่า ส่วนเรื่องที่ สพฐ.ต้องเตรียมนำไปขอหารือกับ พล.อ.ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ คือ งบประมาณการจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์
ตามโครงการพัฒนาการศึกษาผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ DLIT
เพื่อขยายการสอนทางไกลสู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ 15,553 โรง
ซึ่งงบฯที่มีจำนวน 1,400 ล้านบาทแล้วใช้ไม่ทันนั้น
ได้ถูกดึงไปเป็นงบฯกลางแล้ว ดังนั้นคงต้องรอทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า
จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร และจะคืนงบฯให้ สพฐ.หรือไม่
หากไม่ได้คืนก็คงต้องทำเรื่องขอทบทวนเพื่อขอใช้งบฯกลางต่อไป
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ
ที่จะมีการรื้อระบบการจัดการเรียนการสอนใหม่ทั้งประเทศ
ซึ่งจะเริ่มในปีการศึกษา 2559 จึงจำเป็นต้องของบฯ
เพื่อให้โรงเรียนใช้จ้างครูต่างชาติ
รวมถึงพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษทั้งประเทศด้วย.“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558 เวลา 16:52 น.

You might also like