Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สพฐ.เผยผลสอบครูผู้ช่วยผ่านเกณฑ์ ไม่ถึง10%

Advertisement

0

“สุเทพ”เผยผลสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี 58
เบื้องต้นพบแต่ละเขตมีคนสอบผ่านเกณฑ์ไม่ถึง 10% เตรียมวิเคราะห์หาสาเหตุ
ด้าน “กำจร” เล็งชงบอร์ดคุรุสภากำหนดหลักเกณฑ์พิจารณารับรองปริญญาใหม่

เพิ่มเพื่อน



    วันนี้ (19 ต.ต.) ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) เปิดเผยว่า
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
เปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2558 ใน 111
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ (สศศ.)
จำนวน 1,611 อัตรา โดยกำหนดประกาศผลสอบในวันที่ 20 ต.ค.นั้น
ขณะนี้มีบางเขตพื้นที่ฯ สามารถประกาศผลได้ก่อนกำหนด อาทิ
สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 3 มีผู้เข้าสอบ 2,123
คน สอบแข่งขันได้ 62 คน คิดเป็น 2.92% สพป.นครราชสีมา เขต 5 เข้าสอบ 1,162
คน สอบได้ 39 คน คิดเป็น 3.36% สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
(สพม.) 30 เข้าสอบ 473 คน สอบได้ 41 คน คิดเป็น 8.67% สพม.31 เข้าสอบ 520
คน สอบได้ 64 คน คิดเป็น 12.31% สพม.32 เข้าสอบ 877 คน สอบได้ 56 คน
คิดเป็น 6.39% และสพม.33 เข้าสอบ 431 คน สอบได้ 22 คน คิดเป็น 5.10%
ซึ่งถือว่ามีผู้สอบผ่านน้อยมาก อย่างไรก็ตาม
สพฐ.จะรอผลการสอบในภาพรวมของประเทศและมาวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่มีผู้สอบได้
น้อยมาจากอะไร 1.ข้อสอบยาก 2.ผู้เข้าสอบทำข้อสอบไม่ได้
และ3.ระบบการสอบมีปัญหา
ทั้งนี้ในปีนี้ได้มอบให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบให้
เขตพื้นที่ฯที่จัดสอบ

Advertisement

    ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า
จากผลการสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ.เบื้องต้นประกอบกับรายงานผลการวิจัยเรื่อง”
จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกในศตวรรษที่21ได้อย่างไร”ของสำนักงาน
เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
ซึ่งมีข้อเสนอของผู้วิจัยให้ยุบคณะสาขาวิชาที่ผลิตครูในมหาวิทยาลัยต่างๆที่
มีอยู่103แห่ง
ให้คัดเลือกเฉพาะคณะที่มีคุณภาพสูงมาเป็นสถาบันฝึกหัดครู5แห่งนั้นข้อเสนอ
ดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา ซึ่งคงไม่มีสถาบันใดยอม
แต่ต่อไปสถาบันผลิตครูต้องแข่งขันกันที่คุณภาพของบัณฑิต
โดยตนจะเสนอคณะกรรมการคุรุสภาว่า ควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์การรับรองปริญญา
เช่น กำหนดว่าเมื่อเรียนจบแล้วมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไปประกอบวิชาชีพครู
หากไม่ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด คุรุสภาก็ไม่รับรองปริญญา
ซึ่งจะส่งผลให้เด็กที่จบรุ่นต่อ ๆ ไปไม่สามารถประกอบวิชาชีพครูได้
สถาบันก็จะหยุดผลิตไปเอง

    “ปัจจุบันมีการผลิตบัณฑิตครูมากเกินความต้องการ
ขณะที่มีบัณฑิตครูที่รองานและไม่ได้ประกอบวิชาชีพครูอีกส่วนหนึ่ง
สังเกตได้จากการเปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วยของ สพฐ.ทุกครั้งจะมีผู้สมัครกว่า 1
แสนคน ซึ่งการผลิตออกจำนวนมากแต่ไม่ได้ทำงานตามสายงาน
ถือว่าเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
ดังนั้นในอนาคตคุรุสภาต้องมีมาตรการในการพิจารณาอนุญาตให้เปิดการสอน หรือ
การรับรองปริญญาโดยวัดกันที่คุณภาพของบัณฑิต”รศ.นพ.กำจร กล่าว“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2558 เวลา 16:43 น.

You might also like