Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สมศ.ชี้ประเมินออนไลน์แบบใหม่ช่วยลดภาระ แต่สถานศึกษาต้องพร้อม

Advertisement

0

(25 พ.ย.58) สำนักงานประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ การประเมิน Online
ในการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2558
การประกันคุณภาพการศึกษา ภายใต้
“ก้าวข้ามขีดจำกัด…สู่สหัสวรรษแห่งคุณภาพ”
ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
โดยมีนักวิชาการเข้าร่วมการนำเสนอและอภิปรายให้ความเห็นเป็นจำนวนมาก
หลังจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ.2554-2558)
ที่เพิ่งผ่านเสร็จสิ้นไปนั้น
ภาคการศึกษามีแนวคิดในการนำรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์มาใช้
เพื่อลดภาระด้านเอกสารของสถานศึกษา
โดยมีแหล่งสารสนเทศกลางในการจัดเก็บข้อมูลการดำเนินงานของสถานศึกษาซึ่งสอด
คล้องกับแผนการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ของ
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ
สมศ.ที่จะนำการประเมินแบบออนไลน์มาใช้

Advertisement

ผศ.ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ
กรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา หนึ่งในผู้เสวนา
กล่าวว่า จากรูปแบบการประเมินแบบ Paper-based ไปสู่การประเมินแบบออนไลน์
IT-based มีประโยชน์ในระยะยาวอย่างมากโดยสถานศึกษาสามารถลดภาระด้านเอกสาร
และละยังเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการดำเนินงาน
และเพิ่มความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ทันสถานการณ์
ในยุคที่แข่งขันกันที่ความเร็ว
ทั้งนี้ได้นำเสนอมุมมองการเตรียมพร้อมของสถานศึกษา ผู้ประเมินภายนอก
และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตาม 4
เตรียมดังนี้

1) เตรียมปรับแนวคิด เสริมสร้างปัจจัยแห่งความสำเร็จ ให้พร้อมต่อการรับการประเมินแบบออนไลน์
2) เตรียมด้านระบบฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย และบุคลากรให้พร้อม
3) เตรียมผู้ประเมินภายนอก ศึกษาหลักการ วิธีการ ฝึกฝนให้เกิดทักษะและความชำนาญในการใช้ระบบ
4)
เตรียมผู้เกี่ยวข้องจัดเตรียมระบบฐานข้อมูลที่นำข้อมูลจากหน่วยงานกลางที่มี
อยู่แล้วมาใช้ เพื่อเอื้อต่อการติดตามและตรวจสอบคุณภาพการศึกษา

ด้าน นายนายเขมทัต สุคนธสิงห์ คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก
ด้านการอาชีวศึกษา กล่าวว่า เมื่อก้าวสู่ยุคที่โลกแข่งกันด้วยเวลา
ระบบการศึกษาได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ
ขึ้นมามากมายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เช่น การลงทะเบียนเรียนออนไลน์ การตรวจสอบผลการประเมินผ่านทางเว็บไซต์
และการประเมินผลผู้สอนแบบออนไลน์
โดยหัวใจสำคัญของการประเมินออนไลน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องมีลักษณะดังนี้
1) ข้อมูลที่ได้มาต้องแม่นยำ ครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อถือได้ เป็นปัจจุบัน
อาจจะต้องมีเรื่องความปลอดภัยและเป็นความลับ 2)
ต้องสามารถประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อระบุระดับความสำเร็จของผลการ
ดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา 3) ต้องคำนึงถึงความมุ่งหมาย
หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาในแต่ละระดับตามที่กำหนดไว้ใน
พรบ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 เพื่อเสนอแนะสถานศึกษาและต้นสังกัด
ในการนำผลประเมินไปใช้ได้ทันที ในการปรับปรุง
พัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานของสถานศึกษา

“สิ่งที่อยากจะฝาก คือ การทำระบบไอที
ต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งลงไปถึงแก่นจริงๆ
ไม่ใช่บอกว่าอยากมีไอทีแต่มีแค่สเป็คเฉยๆ แล้วรายงานผล
ซึ่งจะทำให้ไม่ได้การรายงานผลที่แท้จริง
ต้องลงไปลึกถึงว่าต้นตอของข้อมูลว่ามาได้อย่างไร
วิเคราะห์ว่าข้อมูลอะไรที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้
นอกจากการประเมินดังกล่าวจะใช้ในการสะท้อนบริบทและคุณภาพของการศึกษาไทยแล้ว
ยังต้องตอบโจทย์การประเมินมาตรฐานอาเซียน มาตรฐานนานาชาติ
ซึ่งถือเป็นความท้าทายความสามารถของ สมศ.” นายเขมทัต กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ ในมุมมองของ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์
ในฐานะผู้อำนวยการ
ตระหนักถึงความพร้อมของแต่ละสถานศึกษาที่มีต่อการประเมินออนไลน์ไม่เท่ากัน
ดังนั้นในระยะแรกสถานศึกษาอาจส่งข้อมูล รายงานการประเมินตนเอง (SAR)
ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศก่อน และเมื่อมีการพัฒนาระบบฯ แล้ว ทั้งในส่วนของ
สมศ. และสถานศึกษา
การประเมินในอนาคตจะเริ่มทำการประเมินแบบออนไลน์โดยคัดเลือกจากสถานศึกษาที่
อาสาสมัครก่อน
หลังจากนั้นเมื่อประเทศไทยมีความพร้อมก็ตั้งเป้าหมายให้ใช้ระบบออนไลน์ทั่ว
ประเทศ ทั้งนี้ประโยชน์ที่ได้จากการประเมินออนไลน์ ไม่ใช่เฉพาะแค่ สมศ.
แต่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บข้อมูลให้เป็นระบบฐานข้อมูลของสถานศึกษาทั้ง
ประเทศ ปลูกฝังการเก็บข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
เป็นงานที่ต้องทำแต่ไม่ใช่ภาระที่ไปกระทบกับการจัดการเรียนการสอน
ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมคุณภาพทางการศึกษา

สำหรับคณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา (องค์การมหาชน) หรือเข้าไปที่ www.onesqa.or.th 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558