Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สอบสวนชุดนร.หายยังปิดสรุปไม่ได้

Advertisement

ผลสอบชุดนักเรียนองค์การค้าฯ หายยังไม่ได้ข้อสรุป “ดาว์พงษ์”
เผยองค์การค้าฯ ตอบข้อสงสัยไม่ได้
ยอดตามบัญชีกับยอดในคลังสินค้าไม่ตรงกันนับหมื่นชิ้น
ขีดเส้นให้ชี้แจงภายในสัปดาห์นี้ ยอมรับ “ระบบเดิม” หละหลวม
ไม่อยากโทษคนทำงานอย่างเดียว “สุเทพ” โยงไปถึงสมัย “สมศักดิ์” เป็น
รมว.ศธ.สั่งโละชุดนักเรียนตราศึกษาภัณฑ์ และให้ผลิตแบรนด์ยี่ห้อ “เอส” แทน

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีชุดนักเรียนค้างสต็อก
ขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ
บุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบที่มีนายอำนาจ
วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ
กพฐ.) เป็นประธานและผู้บริหารองค์การค้าของ สกสค. ว่า
ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีข้อยุติ
เพราะตนยังมีข้อสงสัยในเรื่องของยอดเครื่องแบบนักเรียนที่รายงานมาตามยอด
บัญชีกับยอดนับที่คลังสินค้าไม่ตรงกันอยู่เป็นหมื่นชิ้น
ตนจึงให้ไปหาว่ายอดดังกล่าวอยู่ที่ไหน
ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่ายอดที่ยังแกว่งอยู่
เกิดจากมีการนำของไประบายขายในตลาดต่างๆ ตนจึงให้ไปหาหลักฐานมายืนยัน
รวมทั้งให้นำหลักฐานในการสั่งผลิตในแต่ละปีย้อนหลังมาให้ดู
ซึ่งมีการผลิตสูงสุดคือปี 2543 จำนวน 780,000 ชิ้น
จึงขอให้นำหลักฐานที่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากดังกล่าวมาด้วย
แต่ทราบว่าเอกสารทำลายไปแล้วตามระเบียบสารบัญ เนื่องจากเกิน 10 ปี
ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่ที่สงสัยคือจากนั้นในแต่ละปีก็ยังมีการสั่งผลิตอีก
แต่เป็นจำนวนหลักหมื่น

“สิ่งที่องค์การค้าของ สกสค.นำมาชี้แจงในวันนี้ยังตอบคำถามไม่ได้
ผมจึงให้กลับไปทำรายละเอียด
โดยแยกตารางเปรียบเทียบว่าของคงคลังที่เหลือกับความต้องการในแต่ละปีมีจำนวน
เท่าใด รวมทั้งแยกขนาดของเสื้อผ้ามาด้วย
ถ้าสิ่งที่สั่งผลิตเพิ่มเป็นสินค้าที่ไม่มีผมก็ไม่ว่า แต่ถ้าของยังมีอยู่
แต่มีการสั่งผลิตเพิ่มต้องมีคำอธิบายให้ผมว่าผลิตออกมาทำไม
และองค์การค้าของ
สกสค.จะต้องนำรายละเอียดเสนอกลับมาอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้
เพราะเรื่องนี้จะช้าไม่ได้
เป็นสิ่งที่สังคมมองว่าทำไมของเหลือมากมายขนาดนั้นยังสั่งตัดกันอยู่”
รมว.ศธ.กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบหลักฐานการผลิตย้อนหลัง
ทราบว่ามีการผลิตยี่ห้อ “ศึกษาภัณฑ์” และยี่ห้อ “เอส”
ซึ่งมีสินค้าคงค้างทั้ง 2 ยี่ห้อ จึงขอให้ชี้แจงเรื่องนี้ด้วย
เพราะเป็นโรงงานขององค์การค้าของ สกสค.เอง ไปจ้างคนนอกตัดเย็บแค่ 10%
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ฟังเห็นชัดว่าระบบไม่ดี ทำให้เกิดช่องว่างได้
จึงต้องมีการแก้ไขระบบ
ถ้าจะมีการทุจริตก็คงอยู่ในขั้นตอนของการสั่งซื้อของซึ่งไม่ได้มากมายอะไร
แต่ทั้งนี้ตนไม่อยากให้ด่วนสรุป ตนต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกน้อง
เพราะระบบไม่ได้เรื่องจริงๆ และคนที่ทำงานก็ไม่มีความรู้ตรงกับงานที่ทำ
จึงต้องสร้างระบบใหม่เพื่อให้มีการสอบทานกันได้ อย่าทำให้หลวม เกิดช่องว่าง
เหมือนการวางปลาล่อแมว แต่ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอน
จะตามให้ถึงที่สุด

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(รองเลขาฯ กพฐ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.
กล่าวว่า เครื่องแบบนักเรียนมีการสั่งผลิตค่อนมาก โดยปี พ.ศ.2543
สมัยนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็น รมว.ศธ. ได้ยกเลิกยี่ห้อ “ศึกษาภัณฑ์”
และเปลี่ยนชื่อเป็นยี่ห้อ “เอส” ซึ่งคุณภาพดีกว่าเดิม
โดยมียอดสั่งผลิตสูงถึง 7.8 แสนชิ้น ซึ่งต้องรอการตรวจสอบว่าเหตุใด
ช่วงเวลาดังกล่าวมีการสั่งผลิตค่อนข้างมาก ขณะที่สินค้าในยี่ห้อ
“ศึกษาภัณฑ์” ก็ยังค้างสต็อกอีกกว่า 1 แสนชิ้น
ตรงนี้ก็ได้มีการนำมาจำหน่ายสู่ท้องตลาด อย่างไรก็ตาม
ส่วนปัญหาเรื่องของระบบการบริหารนั้น
ตนจะรีบลงไปตรวจสอบและจัดทำระบบใหม่เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ นอกจากนั้นเร็วๆ นี้ องค์การค้าฯ
จะคัดเลือกร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนและเครื่องแบบนักเรียนเพื่อ
เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ใน 77 จังหวัด
ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางจำหน่ายสินค้าของศึกษาภัณฑ์อย่างถูกต้อง.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement

You might also like