Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

สอบเข้าป.1 ยกเลิกได้จริงหรือ?

Advertisement

0

Advertisement

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อชั้น ป.1 สมควร หรือ ไม่ หลักการคืออะไร เป็นการปิดกั้นพัฒนาการที่สมวัยของเด็กจริงหรือไม่ แล้วการยกเลิกสอบเข้าจะเป็นไปได้หรือไม่

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561 เวลา 17.35 น.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สวนดุสิตโพล ได้ออกมาเปิดเผยผลวิจัยเรื่อง “ผลจากระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อตัวเด็ก ครอบครัว และโรงเรียน รวมทั้งหาแนวทางในการคัดเลือกเด็กเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 “โดย ผศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย 

ซึ่ง ผศ.ดร.ชนะศึก กล่าวว่า ได้ศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าวโดยการสัมภาษณ์และแบบสอบถามในเชิงลึกและเชิงกว้าง กลุ่มตัวอย่างที่ประกอบด้วยนักวิชการ  ผู้บริหารโรงเรียน  ครู ผู้ปกครองและเด็ก  ผลวิจัยพบว่านักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย 100 % กับการให้เด็กสอบเข้า ป.1 ผู้บริหารโรงเรียน ไม่เห็นด้วย 75 % เห็นด้วย 25%  ครูอนุบาลไม่เห็นด้วย 58 % เห็นด้วย 42 % และผู้ปกครองไม่เห็นด้วย 48.23 % เห็นด้วย 51.11%  

    
โดยเหตุผลที่เห็นด้วยกับการสอบ คือ เด็กได้ฝึกทักษะทางวิชาการ เพื่อเตรียมตัวสอบ การสอบทำให้โรงเรียนประถมฯสามารถจัดเด็กที่มีความสามารถใกล้เคียงกันไว้ห้องเดียวกัน เด็กทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษาต่อโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการสอบ คือ การสอบไม่สามารถประเมินความสามารถของเด็กได้ครอบคลุมทุกด้าน การสอบไม่สอดคล้องกับหลักการทางการศึกษาปฐมวัย และการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย  เด็กเกิดความกดดันและความเครียด และเด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัย

    
ทั้งนี้ ระบบการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนต่อ ป.1 จะมีผลต่อเด็กใน  4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม-จิตใจ และสติปัญญา โดยนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าการสอบทำให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนาทางด้านร่างกาย  และน่าตกใจโรงเรียนหลายแห่งไม่ให้เด็กนอนกลางวัน เพราะเอาเวลานอนไปติวให้แก่เด็ก เพื่อเตรียมตัวสอบเข้า ป.1 ส่วนผลต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ คือเด็กเกิดความกดดัน  เครียดสะสมบางคนถึงอาเจียน ทำให้ความสุขของเด็กลดลง กรณีที่เด็กสอบไม่ได้จะรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ผู้ปกครองดีใจ เกิดความผิดหวังเพราะถูกตัดสิทธิ์ตามข้อตกลงกับผู้ปกครอง และนำไปสู่การทำลายความมั่นใจของเด็ก ส่วนพัฒนาการด้านสังคม ผลเชิงบวกเด็กมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนใหม่ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แต่เกิดผลเชิงลบ เด็กขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เพราะมุ่งเน้นฝึกทำข้อสอบ  ปลูกฝังลักษณะนิสัยชอบเอาชนะ  ด้านพัฒนาการสติปัญญา  ผลเชิงลบ เด็กเรียนรู้แต่การท่องจำและฝึกทักษะทางวิชาการ ทำให้สมองของเด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับวัยของเด็ก

Advertisement

    
ผลกระทบการสอบที่มีต่อครอบครัว คือ การใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวลดลง ต้องเสียเงินจำนวนมากจ่ายค่าเรียนพิเศษหรือกวดวิชา บางครอบครัวเสียค่ากวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้าเกิน 100,000 บาทต่อปี ขณะที่ผลกระทบต่อโรงเรียน คือ โรงเรียนอนุบาลต้องปรับรูปแบบการสอนโดยเพิ่มเนื้อหาวิชาการมากเกินไป โรงเรียนต้องเตรียมตัวเด็กโดยการจำลองสถานการณ์ในการสอบทำให้การทำกิจกรรมลดลง เพราะเป็นความต้องการของผู้ปกครอง ครูต้องเพิ่มหน้าที่ในการเตรียมตัวในการสอบให้กับเด็กทั้งในวันปกติและวันหยุด ส่วนโรงเรียนประถมศึกษาเด็กมีพฤติกรรมต่อต้านการเรียน เรียนรู้เพื่อทำข้อสอบ ไม่สามารถปรับประยุกต์ความรู้ที่เรียนเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

    
สำหรับข้อเสนอและแนวทางในการคัดเลือกเด็กเข้า ป.1 มีความหลากหลาย เช่น การประเมินพัฒนาการและสมรรถนะของเด็กตามวัย การรับเด็กในเขตพื้นที่บริการ/ใกล้บ้าน การจับฉลาก การสัมภาษณ์เด็ก การทดสอบ การสัมภาษณ์พ่อแม่ และผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามในการคัดเลือกเด็กเข้า ป.1นั้นยังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด โรงเรียนควรใช้วิธีที่หลากหลายในการคัดเลือกเด็กเข้าศึกษาต่อ และการใช้วิธีการทดสอบควรอยู่ในมาตรฐาน หรือเกณฑ์การพัฒนาตามความพร้อมในแต่ละช่วงวัย

  
ผศ.อรุณศรี จันทร์ทรง ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ จะไม่สอบเด็กเข้าเรียนต่อ ชั้น ป.1 แต่จะใช้วิธีการคัดกรองเด็ก โดยการสัมภาษณ์เด็กเป็นรายบุคคล เกี่ยวกับตัวเด็กเอง เพื่อดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ดูความรู้ ความสามารถเดิมที่มีมา นอกจากนี้จะดูแฟ้มผลงานเด็ก เพื่อรู้ว่าเด็กพร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียนอย่างไร เช่น การประกวดวาดภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมพลศึกษา เป็นต้น เพราะเราเชื่อมั่นว่าเด็กปฐมวัยมีศักยภาพ มีความสามารถ มากกว่าข้อสอบฉบับเดียวที่เราจะทดสอบเค้า

    
ทางโรงเรียนได้คิดเรื่องการไม่สอบคัดเลือกเข้าเรียน ชั้น ป.1 มาประมาณ 2 ปีก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากต้องมีการเตรียมความพร้อมในการคัดกรองเด็กและผู้ปกครอง เช่น ครูที่สัมภาษณ์ต้องมีความรู้ความเข้าใจในพัฒนาการของเด็กปฐมวัย สมรรถนะ ความสามารถตามวัย  มีคณะกรรมการสัมภาษณ์โต๊ะละ 3 คน นอกจากนี้จะมีการสัมภาษณ์ผู้ปกครองด้วย โดยจะมีแบบสอบถามไปล่วงหน้าพร้อมใบสมัครว่า มีแนวความคิดอย่างไรจึงเอาลูกมาเรียนที่โรงเรียนนี้ เพื่อดูแนวคิดและมุมมองการเลียงลูกของผู้ปกครองว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับทางโรงเรียนหรือไม่  ไม่ใช่พอลูกเข้ามาเรียนแล้วไม่ใช่ มีความขัดแย้งระหว่างทางโรงเรียนกับผู้ปกครอง จึงต้องมีจุดเชื่อม ปรับทัศนคติ และเรียนรู้ผู้ปกครองด้วย

    
จากประสบการณ์การสอบเด็ก เห็นสภาพของเด็ก ในวันที่เข้ามาสอบจะมีความวิตกกังวล เด็กหลายคนทำได้ ซึ่งเวลาสอบชั่วโมงกว่า ๆ ความคับข้องใจ ความเครียด ความกังวลของเด็กขึ้นสูง ผู้ปกครองก็เครียดไปด้วย  ผู้ปกครองพาลูกไปติวสอบที่ต่าง ๆ ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่พัฒนาการที่เหมาะกับวัย ไม่ใช่สิ่งที่ควรส่งเสริม เพราะเด็กปฐมวัยมีอะไรที่จะเรียนรู้ มีความสามารถ มีค่ามากกว่าไปนั่งติวหรือนั่งสอบ  โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศจะจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัย พัฒนาการ และสมรรถนะของเด็ก เพราะเราเห็นว่าเด็กสามารถเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่บูรณาการในชีวิตประจำวันของเค้า รู้ว่าทำอย่างไรแล้วมีความสุข เมื่อเราปลูกฝังเด็กเรามา 3-4 ปี พอเข้า ป.1 เราจะหักดิบสอบไปตามเกณฑ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม ไม่ยุติธรรมกับเด็ก ขณะเดียวกันเด็กจากโรงเรียนเอกชนเด็กจะสอบได้ ถ้าข้อสอบจะมีการเขียนง่าย ๆ แต่พอเข้ามาจะมีความต่าง ในช่วง ป.1 เด็กเราจะเริ่มอยากเรียนรู้ พัฒนาการเรียนรู้ดีขึ้น พัฒนาการเป็นไปตามวัย ไม่ได้โดนอัดฉีดมา เค้าจะเรียนรู้ทุกสิ่งและไม่เบื่อ ทำให้เรียนรู้อย่างมีความสุข ตรงกับคอนเซ็ปต์ของโรงเรียน ว่า เป็นโรงเรียนแห่งความสุข

  
 
ขณะที่ รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยมีสาระสำคัญ คือ การคัดเลือกเด็กของสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติจะใช้วิธีการสอบมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการประกาศกำหนด หากสถานศึกษาใดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท  แต่สำหรับปีการศึกษา 2562 คิดว่า ยังต้องมีการคัดเลือก แต่กระบวนการจะเป็นอย่างไรเท่านั้น โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลต่างจังหวัดที่พ่อแม่ต่างอำเภอต้องการให้ลูกเข้า ซึ่งเด็กก็จะเยอะกว่าปริมาณที่โรงเรียนจะรับได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่แฟร์ ๆ ก็คือ จับฉลาก ถือว่าเป็นวิธีการที่ยุติธรรมที่สุด แต่ทั้งนี้กระบวนการจะเป็นอย่างไรต้องไม่มีผลกระทบต่อเด็กโดยตรง อย่างที่นักวิชาการไม่เห็นด้วย 100% กับการสอบ ก็ต้องมาคิดหากระบวนการที่เป็นธรรม พ่อแม่ยอมรับได้ สังคมยอมรับได้ โดยไม่มุ่งไปที่ตัวเด็ก ให้เป็นผู้ที่แบกรับความเสียใจ ความผิดหวัง แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องสร้างความเข้าใจกับสังคม ว่า การศึกษาปฐมวัยคืออะไร คือการให้เด็กมีความสุขในการเรียน เราไม่ได้พัฒนาวิชาการ แต่เราต้องพัฒนาทักษะการคิด การบริหารความสำเร็จ ในชีวิต ฝึกให้เขามีความเชื่อมั่นใจตัวเอง กล้าที่จะลอง ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ มีวินัย สื่อสารได้ ไม่ใช่เน้นเรื่องของวิชาการ  

    
ติดตามชมรายการ “ทีช ทอล์ค ทัวร์ สเตชัน” ย้อนหลังผ่านช่องทาง YouTube: DailyNews Live-TH หรือ ชมสดทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11.30 – 12.00 น.  

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์ พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561 เวลา 17.35 น.