Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

หนังสือราชการรั่วไหลสู่บุคคลภายนอก … ทางสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดหรือไม่ ? !!

Advertisement

0

หนังสือราชการรั่วไหลสู่บุคคลภายนอก … ทางสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดหรือไม่ ? !!

เพิ่มเพื่อน

โดย นายปกครอง

การที่ประชาชนได้ยื่นคำขอหรือคำร้องต่าง ๆ ต่อหน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูล ข่าวสารของราชการหรือยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่าง ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับคำขอหรือคำร้องนั้นแล้ว เอกสารนั้น

ถือเป็นหนังสือราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารราชการตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ ข้อ ๕๓ ที่กำหนดไว้ว่า การเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง
โดยให้กำหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตามขั้นตอนของการปฏิบัติงาน

แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐดูแลจัดเก็บเอกสารราชการไม่เป็นไปตามระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ทำให้เอกสารราชการหลุดรอดรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก
ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ยื่นคำขอหรือผู้เป็นเจ้าของเอกสาร ถือเป็นการละเมิดอันเกิดจาก
การละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือไม่ ?

ดังเช่นคดีปกครองที่จะมาเล่าสู่กันฟังวันนี้ครับ … !!

เป็นเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีได้ไปยื่นขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ต่อองค์การบริหารส่วนต าบล (ผู้ถูกฟ้องคดี) แต่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารตามที่ขอ และต่อมา
ได้มีบุคคลอื่นนำหนังสือพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวของผู้ฟ้องคดีไปลงในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก
(Facebook) โดยการเขียนข้อความใส่ร้ายผู้ฟ้องคดี

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลไม่เก็บรักษาหนังสือขอข้อมูลข่าวสารของราชการ
พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายทำให้เกิดความเสียหาย จึงฟ้องต่อศาลปกครองขอให้
มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้องค์การบริหารส่วนตำบลชดใช้ค่าเสียหาย

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีหนังสือขอข้อมูลข่าวสารมาถึง
องค์การบริหารส่วนตำบล และเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีก็ได้รับไว้เป็นหลักฐานทางราชการแล้ว หนังสือของผู้ฟ้องคดี
จึงเป็นหนังสือราชการ ซึ่งการเก็บรักษาหนังสือดังกล่าวระหว่างที่ยังปฏิบัติไม่แล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี
จะต้องเก็บให้เหมาะสมของการปฏิบัติราชการตามข้อ ๕๓ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖

การที่มีบุคคลภายนอกน าส าเนาหนังสือและบัตรประจ าตัวผู้สื่อข่าวของผู้ฟ้องคดีไปลงในสื่อ
สังคมออนไลน์เฟซบุ๊กก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ฟ้องคดี จึงเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี
ละเลยต่อหน้าที่ในการเก็บรักษาหนังสือและบัตรประจำตัวของผู้ฟ้องคดีให้เหมาะสมตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน
จึงเป็นการกระท าละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องรับผิด
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๘๗๙/๒๕๖๑)

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการจัดเก็บข้อมูลหนังสือราชการที่ยังดำเนินการ
ไม่แล้วเสร็จให้เหมาะสมตามขั้นตอนของการดำเนินงานของทางราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยต้องใช้ความระมัดระวังมิให้หนังสือราชการหลุดรอดหรือรั่วไหลไปสู่
บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน … ครับ

(ปรึกษาคดีปกครอง ได้ที่สายด่วนศาลปกครอง ๑๓๕๕ และสืบค้นเรื่องอื่น ๆ ได้จาก www.admincourt.co.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)

ขอบคุณที่มา : วิชาการ ศาลปกครอง

You might also like