Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“หนี้ครู” ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ

Advertisement

“หนี้ครู” ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ

โดย…ธเนศน์ นุ่นมัน

กรณีที่มีการออกมาระบุถึง ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ
“เอ็นพีแอล” จากครูที่กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน
จากโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและ
บุคลากรทางการศึกษา (ช.ค.พ.)
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา (สกสค.) มีหนังสือแจ้ง
ธนาคารไม่อนุญาตให้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่ง
เสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ของ ช.ค.พ. ทำให้ครูมีหนี้
ค้างชำระสะสมล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค.ถึง  64,197 ราย คิดเป็นเป็นเงิน 5,388
ล้านบาท จากที่ร่วมโครงการกว่า 4.6 แสนราย ในวงเงินกู้รวมกว่า 4
แสนล้านบาท

ยังไม่นับรวมถึงหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ
ไม่สามารถรวบรวมตัวเลขที่แท้จริงได้ เรื่องนี้
สะท้อนถึงปัญหาหนี้ครูที่หยั่งรากลึกจนยากจะจินตนาการออกว่า
จะจบลงอย่างไร…

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า เรื่องนี้
ขมวดเป็นปมปัญหาหลายชั้นจนยากที่จะแก้ไขได้ ประการแรก เริ่มจาก
การอำนวยความสะดวกให้ครูกู้เงินได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เช่น
สามารถกู้ยืมจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมีอยู่ในทุกพื้นที่ที่ครูบรรจุ

“มีรูปแบบการกู้ให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกู้แบบฉุกเฉิน
มีหลักทรัพย์หรือไม่มีหลักทรัพย์ ใช้เพียงการค้ำประกันของสมาชิกกันไปมา
กู้จากสถาบันการเงินอื่นๆ กู้นอกระบบ
หรือกู้แทนคนอื่นโดยใช้อาชีพครูเป็นหลักฐานในการค้ำประกัน หน่วยงานอย่าง
สกสค. ก็ส่งเสริมให้กู้สารพัดวิธี ที่สำคัญ คือ
สามารถหักเงินผ่อนชำระหนี้เงินกู้ก่อนได้รับเงินเดือน
ให้โดยเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้จัดระบบเชื่อมโยงกับธนาคาร
และหากเปรียบเทียบกับข้าราชการอื่นแล้ว
พบว่าได้รับการอำนวยความสะดวกในการกู้ยืมน้อยกว่ามาก”วรากรณ์กล่าว

สาเหตุประการต่อมา คือ  ครูเป็นกลุ่มคนที่มีหน้ามีตาในสังคม
ได้รับการยกย่องเป็นแม่พิมพ์ของชาติ สังคมไทยให้เกียรติ์อาชีพนี้
จนตัวครูเองติดอยู่กับภาพสถานะทางสังคมที่จะดูดีขึ้นได้
หากมีรถขับหรือมีสิ่งบ่งชี้ในรูปของทรัพย์สินให้เห็นชัดเจน
ครูก็ต้องตอบสนองเรื่องนี้ ด้วยความเป็นหนี้
ครูสามารถออกบัตรเครดิตกี่ใบก็ได้ หากประวัติดี
รวมถึงเป็นอาชีพที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของบริษัทผ่อนสินค้าทั้งหลายแล้ว
ที่บางครั้ง ขอดูเพียงสลิปเงินเดือนก็ยอมให้ผ่อนชำระสินค้าได้

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แจกแจงอีกว่า ครูจำนวนหนึ่ง
มีความเชื่อผิดๆ ว่า ไม่ว่าจะมีหนี้สินมากมายเพียงไร
ภาครัฐก็ต้องโดดลงมาช่วยแก้ปัญหา เพราะมิฉะนั้น
เด็กนักเรียนจะได้รับผลกระทบจากความเครียด ไม่มีสมาธิสอน
เพราะต้องวิตกเรื่องหนี้สินที่ล้นพ้นตัว หลายรัฐบาลจึง
ตั้งกองทุนช่วยแก้ไขหนี้สินครู
แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะครูกลุ่มนี้จะยังกู้ยืมต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

นอกจากนี้ ยังพบด้วย ว่า มีครูจำนวนหนึ่ง
ที่กู้ยืมไปลงทุนสร้างรายได้เสริม ขายตรง เก็งกำไรหุ้น เล่นหวยอย่างหนักมือ
เก็งกำไรที่ดิน ฯลฯ แต่ต้องขาดทุนเพราะ
ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอย่างเพียงพอ

วรากรณ์ ระบุอีก ว่า แม้ปัจจุบัน ครูจะเป็นอาชีพที่มีเงินเดือนเฉลี่ย
สูงกว่า 2. 5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงว่าอาชีพอื่น
แต่ปัญหาหนี้ก็ยากที่จะหมดไป
เนื่องจากหน่วยงานรัฐไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เพียงพอที่จะจัดการปัญหาได้

“ปัญหาหนี้ครูนั้นมีเยอะ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลับไม่มีจำนวนตัวเลขหนี้ที่ชัดเจน
หรือมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการหามาตรการจัดการปัญหา อย่าง
ครูที่เป็นหนี้อยู่เท่าใด ลักษณะของหนี้เป็นอย่างไรบ้าง อายุของหนี้
แหล่งหนี้ ยอดรวมทั้งหมดของหนี้
จึงไม่สามารถนำมาประเมินหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
และมีเรื่องน่าแปลกก็คือ มีครูหน่วยงานดูแลสวัสดิการ
แต่กลับไม่เคยสนใจสำรวจสิ่งที่กล่าวมา มาก่อนเลย
ไม่เคยมีใครสั่งให้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ อาจจะคิดว่า
ตัวเองมีหน้าที่ให้กู้อย่างเดียว และเมื่อไม่มีข้อมูลที่แท้จริง
ว่าใครเดือดร้อนจริง จึงไม่รู้ ว่าจะช่วยใครก่อน
จึงเป็นไปได้ยากที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดไป”วรากรณ์กล่าวทิ้งท้าย

 

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 27 กันยายน 2558 

You might also like