Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

หมดเงินปีละ8แสนล้านกับคุณภาพการศึกษาห่วย

Advertisement

หมดเงินปีละ8แสนล้านกับคุณภาพการศึกษาห่วย
สสค.เปิดข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษา พบปี 56
ไทยใช้งบฯรวมจากทุกภาคส่วนสูงกว่า 8 แสนล้านบาทในการจัดการศึกษา
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทางกับคุณภาพ เผยการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้งบฯ สูงสุด
5.1 แสนล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุกปีทั้งที่จำนวนเด็กลดลง “ยงยุทธ”
จี้หาจุดรั่ว ข้องใจรัฐลงทุนด้านการศึกษาสูงถึง 20%ของงบฯแต่ละปี
แต่กลับผิดหวังคุณภาพ

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

วันนี้ (11พ.ค) ที่โรงแรมพูลแมนบางกอก
คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเรื่อง
“การจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติหรือเอ็นอีเอ ซึ่ง รศ.ดร.ชัยยุทธ
ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติของไทย
กล่าวว่า ประเทศไทยโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน
(สสค.)ได้ร่วมกับสถาบันสถิติแห่งองค์การการศึกษา
วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก
(ยูไอเอส)ในโครงการจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ
โดยมีอีก7ประเทศเข้าร่วมโครงการด้วยคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
สาธารณรัฐยูกันดา สาธารณรัฐเซเนกัลสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ สาธารณรัฐกานา
และสาธารณรัฐซิมบับเวทั้งนี้เอ็นอีเอเป็นกรอบสำหรับการวัดรายจ่ายด้านการ
ศึกษาจากทุกแหล่งในประเทศทั้งส่วนที่เป็นงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล
ส่วนท้องถิ่น รายจ่ายจากภาคธุรกิจ เอกชนครัวเรือน และองค์กรไม่แสวงหากำไร
รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวต่อไปว่า
ผลจากการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยตั้งแต่
ปี2551-2556ในเบื้องต้นพบว่า
รายจ่ายรวมด้านการศึกษาของไทยอยู่ในระดับที่สูงมากโดยในปี 2556
รวมรายจ่ายจากทุกแห่งคิดเป็นมูลค่าถึงกว่า8แสนล้านบาทซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่า
งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาที่เคยปรากฏตามสื่อต่างๆเกือบเท่าตัว
ทั้งนี้รายจ่ายด้านการศึกษาของไทยเพิ่มขึ้นสูงมาตลอด
จากตัวเลข5.6แสนล้านบาทในปี2551เพิ่มมาเป็นกว่า8แสนล้านบาทในปี2556ส่วน
หนึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปการศึกษาของไทยเมื่อปี2542ซึ่งเป็นผลให้มีการลงทุน
ด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยแล้วประเทศไทยลงทุนด้านการ
ศึกษาในระดับกว่า6%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีมาโดยตลอด โดย 5%
เป็นส่วนที่ใช้จ่ายโดยรัฐบาลกลาง และท้องถิ่นประมาณ
อย่างไรก็ตามในตัวเลขเม็ดเงินกว่า8แสนล้านบาทนั้นเป็นรายจ่ายด้านการศึกษา
ของภาครัฐถึง6.4แสนล้านบาทหรือประมาณ80.25%และถ้าแยกเฉพาะการจัดการศึกษา
ขั้นพื้นฐานใช้งบฯ สูงถึง5.1แสนล้านบาท
คิดเป็น71%ของรายจ่ายรวมในปี2556โดยมีอัตราการเพิ่มเฉลี่ยต่อปี7.4%ขณะที่
จำนวนนักเรียนลดลงจาก13.1ล้านคนในปี2551เหลือ12.4ล้านคนในปี2556เฉลี่ยลดลง
ปีละเกือบ2แสนคน
“ประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษาในระดับสูงแต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เป็นที่
น่าพอใจ เช่นคุณภาพโดยเฉลี่ยที่วัดจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หรือผลการประเมินทั้งในและระหว่างประเทศ
คุณภาพการจัดการศึกษาที่ยังแตกต่างกันมากระหว่างเมืองและชนบทความเหลื่อมล้ำ
ในการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจนการผลิตบัณฑิตที่ไม่
สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
เป็นต้นปัญหาเหล่านี้สะท้อนว่านโยบายด้านการเงินเพื่อการศึกษาที่ดำเนินมา
ตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาปี2542ไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ตามเป้าหมายจึงจำ
เป็นต้องมีการปฏิรูประบบทรัพยากร และการเงินเพื่อการศึกษา” รศ.ดร.ชัยยุทธ
กล่าวและว่า
เอ็นอีเอจะทำให้เราเห็นภาพรวมของรายจ่ายด้านการศึกษาทั้งหมดซึ่งที่ผ่านมา
เมื่อมีปัญหาคุณภาพการศึกษาตกต่ำก็มักจะพูดว่าต้องการเงินเพิ่มเพื่อไปแก้ไข
ปัญหาคุณภาพแต่เอ็นอีเอแสดงให้เห็นว่าไม่ได้สำคัญเฉพาะตัวเงิน
แต่สำคัญที่วิธีการใช้เงินด้วยบางครั้งเงินก็ถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า
บางครั้งเงินก็ไปไม่ถึงโรงเรียนนอกจากนี้ยังพบด้วยว่าการใช้จ่ายเงินของ
โรงเรียนเอกชนมีประสิทธิภาพมากกว่าโรงเรียนของรัฐ ด้าน ศ.ดร.ยงยุทธ
ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี
กล่าวว่าเอ็นอีเอทำให้เราได้เห็นว่าไทยลงทุนด้านการศึกษาถึงปีละกว่า8แสน
ล้านบาท
ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวยและคิดเป็นสัดส่วน
ถึง20%ของงบประมาณแผ่นดินแต่กลับยังมีปัญหาคุณภาพการศึกษา
ซึ่งเราต้องมาตรวจสอบหาว่าจุดรั่วหรือจุดอ่อนอยู่ตรงไหน
เพื่อวิเคราะห์ออกมาว่าเราจะใช้งบฯอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และคุ้มค่ากับการลงทุน
เพราะขณะนี้เรายังผิดหวังอยู่มากกับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ” งบฯ
ที่ลงทุนด้านการศึกษานั้นกว่า80%เป็นเงินเดือนครู และบุคลากร
โดยมีงบฯเพียงแค่5%เท่านั้นที่ใช้สำหรับลงทุนเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการ
เรียนการสอนในห้องเรียนดังนั้นต้องมาทบทวนดูว่าเรามีจำนวนครูที่เหมาะสมหรือ
ไม่และเงินถูกใช้ไปที่ไหนอย่างไร
ทำไมถึงเหลือแค่5%สำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว“

You might also like