Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“หมอธี” สั่ง “บุญรักษ์-การุณ” แก้ปัญหาอาหารกลางวันเด็ก

Advertisement

0





เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทุจริตโครงการอาหารกลางวันว่า ตนได้สั่งการให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เร่งวางแนวทางแก้ไขเชิงระบบ ซึ่งมีปัญหาหลายจุด โดยเฉพาะที่ชาวบ้านเห็น และตนรู้สึกไม่ดี คือ การทุจริต ส่วนการโอนงบฯล่าช้านั้น ยอมรับว่ามีบ้างในบางพื้นที่ แต่เป็นเรื่องที่เราสามารถหารือกับทางกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ ไม่อยากให้กังวล และได้มอบหมายนายบุญรักษ์ไปแล้วว่า ถ้าพื้นที่ใดได้รับงบฯช้า ก็ให้ไปหารือกับผู้รับผิดชอบเพื่อวางแนวทางแก้ไข ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาทะเลาะกัน

“เรื่องงบฯไม่ใช่ประเด็น เรื่องที่ชาวบ้านเขาโมโหและผมเองก็ไม่แฮปปี้คือคุณภาพอาหาร และการทุจริต ซึ่งพบว่าบางโรงเรียนใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-บิดดิ้ง เพราะได้งบฯค่อนข้างมาก ทำให้มีตัวกลางเข้ามาดำเนินการ ซึ่งโรงเรียนอาจไม่ได้โกง แต่ตัวกลางมีปัญหา ขณะที่บางโรงเรียนถือเงินเอง เช่น โรงเรียนขนาดเล็ก แต่กลับซื้ออาหารกลางวันให้เด็กได้ไม่ครบ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำหลายครั้งให้เร่งแก้ไข ดังนั้นถ้าเราดำเนินการอย่างสุจริต โปร่งใส ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา และเท่าที่ทราบบางโรงเรียนสามารถทำได้ดี แต่ถ้าโรงเรียนไหนโกงก็ต้องได้รับโทษ เรื่องแบบนี้ทุกคนยอมไม่ได้” นพ.ธีระเกียรติกล่าว และว่า ส่วนที่มีผู้ระบุว่างบฯค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อหัวต่อวัน อาจจะไม่เพียงพอต่อการจัดหาอาหารที่มีคุณภาพได้นั้น เท่าที่ดูคิดว่า เพียงพอ อยู่ที่การบริหารจัดการ และทราบว่ามีบางแห่งรวมกลุ่มดำเนินการและสามารถจัดหาอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้กับนักเรียนได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศธ.จะเสนอดึงงบฯค่าอาหารกลางวันกลับมาบริหารจัดการเองหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า คงไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นงบฯกระจายอำนาจ ที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ

นายบุญรักษ์กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทั่วประเทศไปทำการสำรวจการดำเนินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนและให้รายงานกลับมาภายใน 13 มิถุนายนว่า ขณะนี้ยังเหลือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อีกกว่า 10 แห่งที่ยังไม่ได้จัดส่งรายงานข้อมูลดำเนินการโครงการอาหารกลางวันเข้ามา ซึ่งอาจจะมีความล่าช้าในระบบการรายงาน ส่วนกรณี สพป.ขอนแก่น เขต 1 มีคำสั่งให้นายอภิชาติ นาเลาะห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ไปปฏิบัติราชการที่ สพป.ขอนแก่น เขต 1 นั้นเป็นการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งทาง สพป.ขอนแก่น เขต 1 ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก : มติชนออนไลน์ วันที่ 18 มิถุนายน 2561 – 16:02 น.

 

 


Advertisement